ตอนที่ 349
ตอนที่ 349 เจ้าเด็กคนนี้กล้าดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ?
October 22, 2026
หลังจากนิมิตภาพเทพปีศาจโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ
ก็กลายเป็ นที่ฮือฮาไปทั่วทั้งสานักชิงหยาง
ขณะที่เย่ฉางชิงยังคงนั่งอยู่ด้านหน้าของภาพเทพปีศาจโบราณ ภาพนั้น
เพียงแต่เขาเหมือนก าลังตกอยู่ในภวังค์บางอย่าง
แม้ดวงตาทั้งสองข้างจะปิดสนิท แต่กลับสามารถเห็นภาพเทพ ปีศาจโบราณได้อย่างชัดเจน
ทว่าเวลานี้ในสายตาเขาภาพเทพปี ศาจโบราณภาพนี้กลับ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เหมือนมีประตูของโลกอีกใบหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
และเมื่อเย่ฉางชิงมองเข้าไป โลกหลังประตูบานนี้กลับดูวุ่นวายยิ่ง นัก
ทว่ากลับมีแผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของคนผู้หนึ่ง กาลังนั่งขัดสมาธิ อยู่ท่ามกลางความโกลาหลนั้น
รอบกายมืดมิด มีสายฟ้ าอันทรงพลังสว่างวาบขึ้นมาเป็ นระยะ ดวงดาวนับล้านลอยต่าลง ตะวันและจันทราลอยเด่น และมีสามพัน มหามรรคาล่องลอย…
แค่ดูก็รู ้แล้วว่าภาพเช่นนี้น่าตื่นตระหนกมากเพียงใด !
จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งก้านธูป
ขณะที่เย่ฉางชิงตั้งสมาธิให้มั่น และต้องการที่จะค้นหาวิธีบาเพ็ญ เพียรขั้นสูงสุดอยู่นั้น
จู่ ๆ เสียงที่ดูลึกลับราวกับผ่านกาลเวลามายาวนาน ก็ดังขึ้นมา จากอีกห้วงเวลาหนึ่ง
“เคล็ดเทพปีศาจโบราณ ! ”
“เคล็ดเทพปีศาจโบราณเป็ นวิธีการบาเพ็ญเพียรขั้นสูงสุด ที่ต้อง ฝึกฝนทั้งร่างกายและเคล็ดวิชาควบคู่กัน แต่การจะฝึกฝนด้วยวิธีนี้ จะต้องมีความมุ่งมั่นอดทนอย่างมาก”
“อีกทั้งหลังจากบาเพ็ญเพียรด้วยวิธีขั้นสูงสุดนี้แล้ว จะมิสามารถ เปลี่ยนไปบาเพ็ญเพียรวิธีอื่นได้อีก…”
จนเวลาผ่านไปอีกประมาณหนึ่งก้านธูป
หลังจากเสียงที่ดูลึกลับค่อย ๆ จางหายไป
ในที่สุดเย่ฉางชิงก็ได้หลุดจากภวังค์นั้น ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
แต่ถึงแม้เขาจะได้เคล็ดวิชาเทพปีศาจโบราณมา
หรือรู ้ถึงวิธีการบาเพ็ญเพียรขั้นสูงสุดที่ภาพศักดิ์สิทธิ์เอ่ยถึง ทว่าเขากลับรู ้สึกดีใจมิออก
ซึ่งต้องยอมรับว่าวิธีบาเพ็ญเพียรที่เคล็ดเทพปีศาจโบราณเล่มนี้ เอ่ยถึงนั้นมิธรรมดาจริง ๆ
ซึ่งสิ่งที่แตกต่างกับวิธีการบาเพ็ญเพียรอื่น ๆ ก็คือ
วิธีการบาเพ็ญเพียรปกตินั้นจะเน้นเสริมสร ้างรากวิญญาณอย่าง ต่อเนื่องเสียก่อน เพื่อเป็ นการหล่อเลี้ยงรากวิญญาณ ทาให้ราก วิญญาณเกิดการพัฒนาและก้าวหน้าขึ้น
แต่เคล็ดเทพปีศาจโบราณเล่มนี้
กลับบอกว่าในช่วงเริ่มต้นของการบาเพ็ญเพียรนั้น ผู้บาเพ็ญ เพียรจะต้องทาการเปิ ดจุดเซินฉางภายในร่างกายทั้งหกตาแหน่ง
เสียก่อน จากนั้นให้ใช ้แก่นแท้ภายในจุดเซินฉางทาการหล่อเลี้ยง รากวิญญาณแทน
เช่นนี้ก็หมายความว่า
ในการบาเพ็ญเพียรเคล็ดวิชาขั้นสูงด้วยเคล็ดเทพปีศาจโบราณ ผู้บ าเพ็ญเพียรจะต้องท าการการฝึกฝนร่างกายเสียก่อน แล้วค่อยฝึก เคล็ดวิชา
ข้อดีของการฝึกด้วยวิธีนี้ก็คือสามารถกลายเป็ นผู้ไร ้พ่าย เมื่อ เทียบกับผู้บ าเพ็ญเพียรในระดับเดียวกัน ถึงขนาดมีโอกาสสังหาร ศัตรูที่มีระดับเหนือกว่าได้อีกด้วย
แต่การจะเปิดจุดเซินฉางภายในร่างกายทั้งหกตาแหน่ง เหตุใด ถึงได้ยากเพียงนี้เล่า !
อีกทั้งขั้นตอนในการเปิดจุดเซินฉางยังเต็มไปด้วยอันตราย หาก มิระวังอาจมิสามารถฟื้นคืนขึ้นมาได้อีกตลอดกาล
และที่สาคัญที่สุดก็คือ ภาพการเดินลมปราณของเคล็ดเทพ ปีศาจโบราณนั้น กลับแตกต่างจากเคล็ดวิชาอื่นโดยสิ้นเชิง
เช่นนั้นหากเริ่มบาเพ็ญเพียรไปแล้ว ก็ทาได้เพียงเดินไปให้สุด ทางเท่านั้น
นี่จึงเป็ นสิ่งที่ทาให้เย่ฉางชิงปวดหัวเป็ นอย่างมาก
สองโลกก่อนหน้านี้
เขาเป็ นคนขี้แพ้มาโดยตลอด
มาในโลกนี้
เพียงแค่ตื่นขึ้นมา เขาก็บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เข้ามาอยู่สานัก เซียนลึกลับ อย่างส านักชิงหยางโดยง่ายดาย
เช่นนั้นในโลกนี้เขาคงถูกกาหนดเอาไว้แล้ว ว่ามิอาจเป็ นคน ธรรมดาได้อีก
ทว่าเขาเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในสานักชิงหยางได้มิทันไร แต่กลับต้อง มาเจอทางเลือกที่ลาบากใจเช่นนี้เสียแล้ว
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่