ตอนที่ 9.1
บทที่ 9 จับพิรุธคนโกหก (2)
November 4, 2026
ดวงตากลมโตมองไปยังบันไดที่จะพาเดินลงไปยังสวนอุทยาน ทันใดนั้นบังเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในหัว ขาเรียวก้าวตรงไปหยุดยืนอยู่ตรงขั้นบันได ทำท่าจะเดินลงไปยังสวนดอกไม้ แต่จู่ๆก็หยุดชะงักไป มือบางยกขึ้นกุมศีรษะ ก่อนจะทิ้งกายลงไปสู่เบื้องล่างทันที
สวีอี้ฝานรับรู้ได้ถึงความเคว้งคว้าง ตัวของนางล่องลอยอยู่กลางอากาศ ทว่าก่อนที่ร่างบางจะกระแทกพื้นเจ็บตัวพลันมีมือหนาของใครบางคนเอื้อมมาคว้าตัวของนางเอาไว้ได้ทัน
เปลือกตาบางลืมขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เห็นดวงตาคมดุจเหยี่ยวของเปาอี้ส่วงจับจ้องมายังนางด้วยความตกใจ ในตอนนี้สวีอี้ฝานมั่นใจได้ทันทีว่าเขาไม่ได้ตาบอด!
"เป็นอะไรหรือไม่" ชายหนุ่มรีบละสายตาจากคนตรงหน้า ในขณะที่ยังกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นจึงแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร
"ข้าเวียนศีรษะนิดหน่อยเจ้าค่ะ"
"เช่นนั้นกลับไปพักผ่อนเถิด" กล่าวพลางย่อกายอุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน สวีอี้ฝานจึงใช้มือกอดคอของเขาเอาไว้ ปล่อยให้คนตัวโตอุ้มนางเดินกลับไปยังห้องหอ
เปาอี้ส่วงสังเกตเห็นว่าระหว่างทางเดินกลับมายังห้องหอ สวีอี้ฝานส่งสายตาจดจ้องมองมายังเขาอย่างไม่ละสายตา เมื่อครู่นี้เขาทำพลาดเพราะเห็นว่าสวีอี้ฝานทำท่าจะตกบันได ด้วยความตกใจทำให้เขารีบพุ่งเข้าไปหานางเกรงว่านางจะได้รับบาดเจ็บ แต่ในตอนที่ตาสบตา เขาเห็นสีหน้าสงสัยของนางจึงรู้ได้ทันทีว่านางกำลังสงสัยว่าเขาตาบอดจริงๆหรือไม่
"ถึงห้องหอของเราหรือยัง" ทันทีที่มาหยุดยืนอยู่หน้าประตู เขาจึงแกล้งถามออกมาทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอก
"ถึงแล้วเจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบเสียงเรียบ ในใจร้องเหอะออกมาเบาๆ สายไปแล้วล่ะท่านแม่ทัพ ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว
ตุ้บ!
"โอ๊ะ!" นางส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ดวงหน้างามเหยเกด้วยความเจ็บพลางใช้มือลูบสะโพกของตนป้อยๆ เมื่อเปาอี้ส่วงปล่อยมืออย่างกะทันหันทำให้ร่างบางตกลงไปบนพื้น
"ขอโทษ ข้ามองไม่เห็นเลยไม่รู้ว่าเตียงอยู่ที่ตรงไหน" เขากล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นจึงแสร้งยื่นมือไปข้างหน้าควานหาเตียงก่อนจะหย่อนกายนั่งลง
'แกล้ง! เขาแกล้งนางแน่ๆ!' สวีอี้ฝานได้แต่เข่นเขี้ยวอยู่ในใจ ได้แต่ข่มกลั้นความโมโหเอาไว้เพราะเกรงว่าจะทำให้เหยื่อรู้ตัวเสียก่อน