ตอนที่ 309
บทที่ 309 ช่วยเป็นพ่อสื่อให้ฉันหน่อยสิ
October 28, 2026
วันต่อมา เป็นวันที่ที่แสงอาทิตย์เจิดจ้า แต่เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว อากาศจึงเริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนล้วนสวมใส่เสื้อผ้าของช่วงฤดูใบไม้ร่วงแล้ว บางคนที่ขี้หนาว ถึงขั้นที่สวมเสื้อแพดดิ้งแล้ว
“ฉันเกลียดฤดูหนาว!” เซี่ยจิ้งเอ่ยอย่างไม่พอใจ
ในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ทำให้ไม่สามารถอวดเรือนร่างอันน่าภูมิใจของเธอได้เท่าที่ควร ได้สวมชุดกันหนาวที่หนาเตอะ ผลลัพธ์ก็คือ ทำให้ร่างกายของเธอดู ‘อวบอัดขึ้นมา’ อีกมาก เวลาเดินอยู่บนถนน พวกผู้ชายต่างเหลียวมองกันทั้งนั้น เป็นความกลัดกลุ้มที่สุขสันต์โดยแท้
“เสื้อโค้ตสีเหลืองตัวนี้ดูดีมากนะ”
เฉินห้าวเอ่ยปลอบเอเล็กน้อย ทว่าในใจกำลังคิดว่า เธอช่างเป็นคนมีโชคที่ไม่รู้จักคุณค่าของโชคเอาเสียเลย ผู้หญิงคนอื่นเพื่อที่จะได้มีรูปร่างแบบเธอ ไม่รู้ว่าต้องเสริมแผ่นฟองน้ำเอาไว้ในเสื้อผ้ามากแค่ไหนถึงจะได้มา
“คุณชอบมองก็พอแล้ว”
เซี่ยจิ้งหัวเราะคิกคัก วิ่งไปต้อนรับผู้มาเข้ารับการสอบสัมภาษณ์แล้ว
ตอนนี้เฉินห้าวกับเธออยู่ในโรงแรมใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง เช่าห้องไว้สามห้อง ห้องหนึ่งเป็นห้องบิสซิเนสสูทที่ใช้เป็นสถานที่สอบสัมภาษณ์ อีกสองห้องที่เหลือเตรียมไว้ให้เพื่อนสมัยเรียนที่มาถึงก่อนเวลาใช้พักผ่อน
ผู้ที่มาสัมภาษณ์งานในวันนี้ล้วนเป็นเพื่อนนักเรียนของตน เมื่อก่อนเป็นเพื่อนนักเรียนในสาขาที่เข้าเรียนในคลาสเรียนเดียวกัน ปกติแล้วทุกคนพูดคุยเล่นหัว คาดไม่ถึงว่าเพิ่งจบการศึกษามาได้ไม่ถึงปี ตอนนี้เฉินห้าวกลับกลายเป็นท่านประธานใหญ่แล้ว ส่วนพวกเขาเหล่านี้ที่เคยยกหางว่าตนเป็นนักศึกษามหาลัยผู้มีเกียรติ แต่ละคนพอจบการศึกษาก็โอบอุ้มความหวังว่าจะมีรายได้ปีละสามแสน มุ่งมาดปรารถนาจะเข้าสู่สังคมที่บริษัทที่ให้รถให้บ้านได้ ผลคือต้องประสบกับความโหดเหี้ยมไร้น้ำใจในสังคม
ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นพนักงานในสังกัดของเฉินห้าวแล้ว จึงทำให้ผู้อื่นรู้สึกเก้อกระดาก
“ประธานเฉิน คุณเปลี่ยนไปมากจริงๆ!”
เพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งเข้ามาสมัครงานเป็นคนแรก ในอดีตเป็นรองหัวหน้าชั้น ปกติแล้วค่อนข้างกระโชกโฮกฮาก เอ็ดตะโรใส่เพื่อนร่วมชั้นอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามเมื่อผ่านบทเรียนของ ‘สังคมมหาลัย’ มาแล้ว ปัจจุบันพอพบหน้ากับเฉินห้าวก็สามารถยิ้มน้อยอย่างสุภาพสำรวมได้แล้ว พูดจาเสียงเบา
ส่วนคำเรียกขานว่า ‘ประธานเฉิน’ นี้ ค่อนข้างฉุกละหุกอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองที่ไม่ค่อยแน่นแฟ้นนัก ก็ยังต้องแบ่งชนชั้นกันอยู่บ้าง ดังนั้นเฉินห้าวจึงไม่เกรงใจเช่นกัน
“นี่คือเรซูเม่ของฉัน” เพื่อนนักเรียนยื่นประวัติส่วนตัวให้
เฉินห้าวกลับวางเรซูเม่เอาไว้ด้านข้าง เอ่ยไปว่า “ไม่ต้องระวังขนาดนี้หรอก พวกเราก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว ไม่ต้องดูเรซูเม่ก็ได้ บอกตำแหน่งที่นายอยากสมัคร รวมถึงการคาดการณ์ในอนาคตที่มีต่อบริษัทปล่อยเช่าของพวกเราด้วย”
นี่ก็คือการทดสอบความสามารถของคนผู้หนึ่ง เพื่อนนักเรียนเคลียร์ลำคอเล็กน้อย เอ่ยอย่างฉะฉาน
“บริษัทปล่อยเช่าแห่งนี้ ฉันอ่านข้อมูลคร่าวๆ ที่นายส่งเข้ามาในกลุ่มแล้ว รู้สึกว่าอยู่ในระหว่างดำเนินการแล้ว ช่วงที่ผ่านมาฉันก็รู้จักกับผู้รับเหมาอยู่สามสี่เจ้า นับว่าพอมีเส้นสายอยู่บ้าง รับประกันได้ว่าในอนาคตจะปล่อยอุปกรณ์ให้เช่าได้สำเร็จ”
เพื่อนนักเรียนคนนี้พูดๆ อยู่ ก็ล้วงบุหรี่ไป๋ซากล่องหนึ่งออกมา คิดจะสูบบุหรี่ เห็นทีว่าจะเป็นเซลล์แมนเก่า
“ฉันไม่สูบ ขอบใจ” เฉินห้าวปฏิเสธอย่างสุภาพ ส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ
“ปล่อยเช่าอุปกรณ์ก่อสร้างใช่ไหม คงต้องพึ่งพาคอนเนคชั่นบ้าง หลังจากชำนาญแล้ว โครงการไหนๆ ก็จะใช้อุปกรณ์ของนาย โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็จัดการธุรกิจได้แล้ว ยังไงก็ตามถ้าเส้นทางการปล่อยเช่าอุปกรณ์ก่อสร้างตกต่ำ ในอนาคตพวกเราก็สามารถทำธุรกิจปล่อยเช่ารถได้ เรื่องนี้ฉันถนัด หลังเรียนจบฉันทำงานที่ร้าน 4S แห่งหนึ่งอยู่สองเดือน มีคนคุ้นเคยอยู่ สามารถหาซื้อรถราคาถูกได้ พอถึงเวลาก็ซื้อรถแล้วปล่อยให้เช่า นอนรับเงินได้เลย”