ตอนที่ 1395
บทที่ 1502 ชีวิตของคนเป็นโรคซึมเศร้า
October 22, 2026
ได้รับการสนับสนุนจากญาติของเติ้งเกาหย่วน เฉินชางตัดสินใจลงมือทำอย่างเต็มที่ “โทรหาแผนกจักษุวิทยาเพื่อขอปรึกษาเคส! แผนกรังสีวิทยาใช่ไหมครับ ผมเฉินชางนะครับ ขอนัดทำเอ็มอาร์ไอกะโหลกศีรษะครับ”หลังจากเฉินชางโทรไปแจ้ง หลี่เยว่ได้พาเติ้งอวี่กลับมา พอเจอเฉินชางก็ถามอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้นเหรอเฉินชาง”
เฉินชางพูดอย่างกังวลเล็กน้อย “ตอนนี้ผมสงสัยว่าโรคซึมเศร้าของเติ้งอวี่อาจจะไม่ใช่โรคประสาท!”
หลี่เยว่อึ้งไป “โรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคประสาทแล้วเป็นโรคอะไรครับ” เฉินชางรีบตอบว่า “เนื้องอกครับ!”หลี่เยว่มองบนทันที พลันพึมพำเสียงเบา “งั้นเป็นโรคประสาทยังดีกว่าเนื้องอก… เนื้องอกในกะโหลกศีรษะ” หลี่เยว่มองเติ้งอวี่แล้วอดถอนหายใจไม่ได้เฉินชางยิ้ม “อาจจะไม่ใช่เนื้องอกชนิดร้ายแรงก็ได้” เฉินชางพูดจบก็มองเติ้งอวี่พร้อมพูดว่า “เราไปเอ็มอาร์ไอกะโหลกศีรษะกัน คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ที่นั่นจะเป็นบ้านหลังหนึ่ง คุณเข้าไปแล้วปิดตาแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว!”เติ้งอวี่เป็นโรคซึมเศร้า ไม่ได้โง่หรือปัญญาอ่อน แน่นอนว่าต้องเข้าใจสิ่งที่เฉินชางพูด นึกถึงเอ็มอาร์ไอสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที จากนั้นเริ่มส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง “ไม่… ไม่!”
เฉินชางอดถอนหายใจไม่ได้ รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย “ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมไปด้วย ไม่ต้องกลัวไม่มีอะไร!” “ไม่ ผมไม่ไป!”เติ้งเกาหย่วนเดินเข้ามา เขาไม่ได้โกรธแต่มองเติ้งอวี่เงียบๆ พร้อมเผยรอยยิ้ม “ลูกชาย ความจริงลูกไม่เคยทำให้พ่อผิดหวัง! จริงๆ นะ ลูกแค่ป่วย หายเมื่อไรก็ไม่มีอะไรแล้ว ฟังหมอนะ ได้ไหม”เติ้งอวี่ได้ยินคำพูดของเติ้งเกาหย่วนก็สงบลงเล็กน้อย เขาหลบสายตาของพ่อ พูดตามตรงเติ้งอวี่รู้สึกว่าตนคือคนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง นอกจากพ่อเขาหาคุณค่าในตัวเองไม่เจอเลย ข้อได้เปรียบเดียวของเขาอาจจะเป็นการมาเกิดในครอบครัวนี้!“ครับ” เสียงของเติ้งอวี่ทุ้มต่ำมากตอนที่ทุกคนไปถึงห้องเอ็มอาร์ไอ เติ้งเกาหย่วนลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเข้าห้องตรวจไปกับเฉินชางตอนที่เติ้งอวื่นอนลงบนเครื่องตรวจก็เริ่มกระสับกระส่ายตามคาด จากนั้นเขาพลิกตัวอยากออกมาเติ้งเกาหย่วนเห็นแบบนี้ก็รีบพูดว่า “นอนลง หลับตา หายใจเข้าลึกๆ!”เติ้งอวี่กลัวเล็กน้อย เสียงเริ่มสะอื้น “ไม่… ไม่ผมรู้สึกว่าผมจะตายแล้ว ปล่อยผมออกไป! ปล่อยผมออกไป!”
จากนั้นเขาเริ่มหายใจถี่ สองมือเริ่มคว้าไปทั่ว ข้อมือที่เพิ่งทำแผลเสร็จเริ่มมีเลือดซึมออกมาหมอแผนกรังสีวิทยารีบหยุดการตรวจ เติ้งอวี่เองก็กลิ้งลงจากเตียง ตอนนี้เขาสีหน้าซีดเซียว เหงื่อท่วมตัวหลังจากเห็นเติ้งเกาหย่วน เขารีบเข้าไปกอดขาพูดพร้อมตัวที่สั่นเทิ้ม“ขอโทษครับพ่อ… ผม… ผมทำไม่ได้! ทรมานมากครับ เหมือนกำลังจะตายเลย”เฉินชางถอนหายใจอย่างจนปัญญา คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เป็นเรื่องยากมากสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการวิตกกังวลและซึมเศร้าอย่างรุนแรงที่จะทำการตรวจในพื้นที่จำกัดเช่นเอ็มอาร์ไอหรือซีทีสภาพแวดล้อมเล็กๆ แบบนั้นจะทำให้พวกเขาอาการกำเริบในทันที เรื่องแบบนี้เฉินชางไม่ได้เจอเป็นครั้งแรกเติ้งเกาหย่วนรู้ว่านี่เป็นเรื่องยากสำหรับเติ้งอวี่ และนี่ก็คือเหตุผลที่หลังจากอายุยี่สิบก็น้อยมากที่จะให้เขาสทำการตรวจพวกนี้ ด้วยความจนปัญญาทุกคนทำได้เพียงกลับห้องฉุกเฉินเพื่อคิดหาวิธีใหม่
หมอแผนกจักษุวิทยาก็มาด้วย หลังจากเจอเลขาเติ้งก็รีบกระตือรือร้นขึ้นมาฝั่งเฉินชางหลังจากหารือกับหมอเวรแผนกจักษุวิทยา สุดท้ายก็ตัดสินใจตรวจ!