ตอนที่ 415
บทที่ 416 รีบตัดสินใจเถอะ!
October 22, 2026
บทที่ 416 รีบตัดสินใจเถอะ!
บทที่ 416 รีบตัดสินใจเถอะ!
ชายวัยกลางคนได้ยินหวังหย่งกล่าวด้วยน้ำเสียงย่ำแย่เช่นนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที!
“ทำไมคุณพูดแบบนี้วะ พูดเหมือนผมตั้งใจทำให้พ่อผมตายอย่างนั้นแหละ คิดว่าทุกคนเป็นหมอเหมือนพวกคุณหรือไง พวกเราจะไปเข้าใจเรื่องพวกนี้ได้ยังไงล่ะ”
พี่ใหญ่ของอีกฝ่ายเห็นดังนั้นก็ตะโกนอย่างเดือดดาล “พอแล้ว! ยังขายหน้าคนอื่นไม่พออีกหรือไง”
ชายวัยกลางคนเห็นดังนั้นก็ได้แต่โกรธอยู่เงียบๆ แต่ก็ยังส่งเสียงฮึดฮัดออกมา จากนั้นจึงเดินมุ่งหน้าไปข้างนอกแผนกฉุกเฉิน ปากก็บ่นพึมพำว่า “ช่างแม่ง พวกพี่จัดการไปแล้วกัน ผมไม่ยุ่งแล้ว!”
ลูกคนโตเห็นดังนั้นก็โมโหจนทนไม่ไหว แต่ที่นี่คือโรงพยาบาล พูดตอบโต้กันไปอีกก็รังแต่จะทำให้คนอื่นหัวเราะเยาะ
คิดถึงตรงนี้เขาก็ถอนใจออกมาครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงเดินไปข้างกายเฉินชางและหวังหย่ง “เฮ้อ…หมอครับ ขอโทษด้วยนะครับ! สร้างความลำบากให้พวกคุณแล้ว”
ชายคนนี้แต่งตัวดูดีและประณีต ท่าทางมีมารยาทมาก
หวังหย่งเห็นอีกฝ่ายปฏิบัติกับตนดีเช่นนี้จึงคลายความโกรธลงได้บ้าง กล่าวเพียงว่า “ไม่เป็นไรครับ”
เจ้าใหญ่พูดกับเฉินชางว่า “จริงสิ พ่อผมอาการสาหัสขนาดนั้นเลยเหรอครับหมอ”
เฉินชางพยักหน้า “ใช่ครับ ดูจากผลการตรวจต่างๆ แล้ว ตอนนี้จะต้องจัดการกับสภาพร่างกายเสียก่อนแล้วค่อยกำหนดเวลาผ่าตัดที่เหมาะสมภายหลัง”
กล่าวจบก็มองไปที่หวังหย่ง “คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมไปดูผู้ป่วยเอง”
เจ้าใหญ่เห็นดังนั้นก็รีบเดินตามเฉินชางไปที่ห้องผู้ป่วยทันที
ตอนนี้อารมณ์ของหวังหย่งยังไม่ค่อยมั่นคงเท่าไหร่นัก เฉินชางอยากให้เขาไปพักสักครู่เพื่อสงบอารมณ์
หวังหย่งพยักหน้า จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องพักหมอ
เฉินชางเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย มองไปยังชายชราที่นอนอยู่บนเตียง เขามีรูปร่างสูงใหญ่จนเตียงผู้ป่วยดูเล็กลงไปถนัดตา!
จากการประเมินของเฉินชาง ผู้ป่วยชายคงหนักประมาณหนึ่งร้อยกว่ากิโลกรัม สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบกว่าเซนติเมตร ถึงจะอายุแปดสิบกว่าปีแล้วก็ยังรักษารูปร่างเช่นนี้เอาไว้ได้ เพียงแต่ดูอ้วนเท่านั้น
แม้จะนอนอยู่บนเตียงก็ยังเห็นท้องนูนออกมาชัดเจน
หวังหย่งค่อนข้างใส่ใจเลยทีเดียว เขาถึงกลับใช้เครื่องวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจกับผู้ป่วยด้วย แต่ว่า…สภาพของผู้ป่วยยังดูแย่อยู่เล็กน้อย
ชายคนเมื่อครู่ไม่ดูแลผู้ป่วยเลยสักนิด ใช้บริการคนดูแลของโรงพยาบาล ซึ่งเฉินชางก็รู้จักดี เธอเป็นคุณป้าอายุห้าสิบต้นๆ มักรับงานดูแลผู้ป่วยที่แผนกฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ มีพวกเธออยู่ ทำให้วางใจยิ่งกว่าญาติผู้ป่วยดูแลเองเสียอีก
เฉินชางพูดขึ้นว่า “ป้าครับ ขอใบเอกซเรย์ให้ผมหน่อยครับ”
พนักงานดูแลพยักหน้า หยิบเอกสารการตรวจร่างกายทั้งหมดที่อยู่ตรงหัวเตียงออกมาให้เฉินชางอ่าน
ทางด้านหวังหย่งเมื่อกลับมาถึงห้องหมอแล้วก็พยายามสงบใจ อารมณ์เดือดดาลคลายลงมากแล้ว เขานั่งลงบนเก้าอี้ แต่ไปๆ มาๆ กลับรู้สึกไม่สบายใจ ถึงอย่างไรนั้นก็เป็นผู้ป่วยของเขา อีกฝ่ายอายุมากแล้ว ความจริงหากเป็นโรงพยาบาลทั่วไปคงไม่ยอมรับตัว
ญาติผู้ป่วย…ก็ส่วนญาติผู้ป่วย ตัวชายชราเป็นผู้บริสุทธิ์
เขาคิดวนเวียนอยู่เช่นนี้หลายนาที สุดท้ายโทสะทั้งหมดก็นับว่าสลายไปแล้ว
พอหายโกรธแล้วหวังหย่งก็นั่งไม่ติดที่ ผู้ป่วยคนนั้นเขารับเข้ามาด้วยตัวเอง อาการยังไม่เสถียร
พอคิดถึงตรงนี้ก็ปลอบใจตัวเองครู่หนึ่ง จากนั้นจึงรีบลุกขึ้นเดินไปที่ห้องผู้ป่วย อันที่จริงคนเป็นหมอจะต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาได้ง่าย