ตอนที่ 425
บทที่ 426 อาจารย์เมิ่งคงไม่ตีผมหรอกนะ
October 22, 2026
บทที่ 426 อาจารย์เมิ่งคงไม่ตีผมหรอกนะ
รอบตัวคนเร่ร่อนราวกับถูกระเบิดลง คนกลุ่มใหญ่ล้อมกันเข้ามาถ่ายคลิป ถึงกับมีพวกช่างสอดรู้สอดเห็นเดินเข้ามาถามว่า “เฮ้ เขารักษาคุณจนหายแล้วเหรอ”
“ใช่ๆๆ ตอนนี้หายแล้วเหรอ”
……
เมื่อถูกคนกลุ่มใหญ่รุมซักไซ้ ชายเร่ร่อนก็ตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที เขาเคยเจอเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน ปกติมีคนมาสนใจเขามากขนาดนี้ที่ไหนกัน…มีแต่จะเดินอ้อมไปให้ไกล
เขาทำได้เพียงอ้าปากส่งเสียงอือๆ อาๆ แล้ววาดมือทำท่าทางต่างๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินไปลากข้าวของของตน ก่อนจะเดินทางไปไกลพร้อมเสียงกรุ๊งกริ๊ง
ปล่อยให้ทุกคนยืนทำหน้าตะลึงอยู่ตรงนั้น!
“หายดีแล้วจริงอะ”
“แน่สิ! ไม่เห็นหรอว่าเขาขยับแขนข้างไหน!”
“มหัศจรรย์ขนาดนั้นเลย”
“คนเมื่อกี้ถ่ายได้ชัดหรือเปล่านะครับ”
……
พวกเขาพากันวิพากษ์วิจารณ์ แต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง นั่นเป็นเพราะในความคิดของพวกเขา นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ ใครกระดูกหักมาโรงพยาบาลแล้วไม่ได้เอกซเรย์บ้าง เสร็จแล้วยังต้องตรวจและอาจต้องผ่าตัดด้วย…
ปกติจะทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
เอกซเรย์!
ใช้มีดกรีด!
แหวกเนื้อหนัง!
ใส่เหล็กดาม!
ยึดตะปู!
มีใครทำเหมือนไอ้หนุ่มคนเมื่อกี้บ้าง แค่ขยับกุกกักก็หายแล้ว?
เป็นจอมยุทธ์ยอดฝีมือหรือไง
ทุกคนไม่เข้าใจ!
……
……
เมื่อกลับมาที่ห้องโถงของแผนกฉุกเฉินแล้ว ฉินเยว่ก็มองเฉินชางอย่างเหลือเชื่อ “เมื่อกี้…คุณ…นั่นมันอะไรน่ะ”
ฉางลี่น่ามีสีหน้าตื่นเต้น เขาเห็นเฉินชางขยับกุกกักจากนั้นอีกฝ่ายก็ดีขึ้นแล้ว ทำเอาตกใจจริงๆ!
“เสี่ยวเฉิน…ไม่สิ! จอมยุทธ์เฉิน? เมื่อกี้อะไร เคล็ดวิชาสุดโกงของยุทธภพเหรอคะ”
ใช่แล้ว! ในความคิดของฉางลี่น่า การกระทำเมื่อครู่นี้ของเฉินชางอยู่นอกเหนือความเข้าใจที่เธอมีต่อวิชาชีพแพทย์ไปแล้ว เห็นได้แต่ในโทรทัศน์ ทั้งยังมีแต่ในซีรีส์แนวจอมยุทธ์อีกด้วย ประมาณว่าตัวประกอบได้รับบาดเจ็บจนแขนหัก จากนั้นตัวละครเอกก็ขยับเข้ามารักษาให้รวดเร็วดั่งเสือ!
เฉินชางมองบน อะไรของพวกคุณวะครับ
“มันเป็นวิธีต่อกระดูกด้วยมือ ทักษะที่ใช้บ่อยๆ ในแผนกศัลยกรรมกระดูก”
“ตอนแรกผมอยากให้เขาเข้ามาเอกซเรย์ดูว่ากระดูกแตกหรือเปล่า แต่ทำยังไงเขาก็ไม่ยอมเข้ามา ผมจนปัญญาเลยได้แต่เคลื่อนกระดูกกลับที่ให้เขา ดีที่แค่ข้อต่อหลุดเลยไม่ต้องใส่เฝือก มันไม่ได้แฟนซีอย่างที่คุณพูดหรอก!” เฉินชางเห็นท่าทางของฉางลี่น่าก็อดยิ้มไม่ได้
ฉางลี่น่าชะงัก “ต่อกระดูกด้วยมือหรือคะ มันก็มีแค่ในหนังเหมือนกันนั่นแหละค่ะ ปัจจุบันนี้ใครจะมาต่อกระดูกด้วยมือได้อีก ฉันไม่เคยเห็น”
ขณะคุยกัน ฉางลี่น่าก็อยากลากเฉินชางไปคุยให้รู้เรื่อง
ฉินเยว่เคาะลงบนศีรษะของฉางลี่น่าเบาๆ จากนั้นจึงกล่าวด้วยท่าทางเหมือนคนยุคโบราณ “ไร้อารยะก็อ่านตำราให้มาก อย่าเอาแต่ซุบซิบนินทาทั้งวี่วัน ขายหน้า!”
ฉางลี่น่าตีหน้าระทมทุกข์ เฮ้อ วรยุทธ์ในความฝันของฉันถูกทำลายแล้ว!
……
……
เมื่อเฉินชางและฉินเยว่เก็บของเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาทางประตูใหญ่ของโรงพยาบาล เพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ฉินเยว่ก็เบิกตากว้าง ถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย “เฉินชาง คุณต่อกระดูกด้วยมือเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ”
ฉางลี่น่าไม่เข้าใจเรื่องต่อกระดูกด้วยมือ แต่ฉินเยว่เข้าใจ!
ต้องทราบว่าสือน่าที่ฉินเยว่ติดตามอยู่หลายปีเป็นศัลยแพทย์กระดูก อีกฝ่ายพูดเรื่องเกี่ยวกับศัลยกรรมกระดูกให้ฟังไม่น้อย ทำให้ทราบว่าการต่อกระดูกด้วยมือเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้ยาก ที่สำคัญก็คือปัจจุบันมีคนทำเป็นไม่มากแล้ว
หากผ่าตัดจะได้ทั้งเงินและความปลอดภัย มีอะไรไม่ดีบ้าง ในขณะที่วิธีการต่อกระดูกด้วยมือเป็นวิธีที่ค่อนข้างอันตราย หากทำผิดตำแหน่งจะทำให้เส้นประสาท เส้นเลือดและอวัยวะรอบๆ เสียหายจนอาการทรุดหนักยิ่งขึ้น วิธีการรักษาเช่นนี้มีแต่ปัญหา ใครก็ไม่อยากเห็น
นอกจากนี้ วิธีการต่อกระดูกด้วยมือจะต้องฝึกฝนและพัฒนาไม่หยุดหย่อน เช่นนี้จึงจะฝึกฝนทักษะออกมาได้ การที่หวังเซี่ยงจวินฝึกทักษะการต่อกระดูกด้วยมือได้นั้นเพราะเขาเจอผู้ป่วยมานับพันนับหมื่นคน ทั้งนี้เพราะเขาเป็นหมอที่เคยเข้าร่วมการช่วยเหลือในภัยแผ่นดินไหว