ตอนที่ 796
บทที่ 797 เคลื่อนตัวสู่เมืองหลวง!
October 22, 2026
สองวันหลังจากนั้น เฉินชางอยู่บ้านกับพ่อแม่ หลายวันมานี้ ผู้คนในหมู่บ้านทยอยมาให้เฉินชางรักษา เฉิน ชางไม่ได้ปฏิเสธ อยู่ที่ไหนก็รักษาคนไข้ได้ ตนเป็นหมออยู่แล้ว ทั้ง คนในหมู่บ้าน นอกหมู่บ้าน ช่วยได้เท่าไรก็ช่วย อย่างที่นักบวชเต๋าพูดว่า เป็นหมอก็คือการทำความดีสร้างบุญ กุศล คนในหมู่บ้านก็แบบนี้แหละ แม้คุณมีเงินก็ใช่ว่าพวกเขา จะความเคารพนับถือคุณ แต่ถ้าเป็นหมอเก่งๆ คนหนึ่ง ฐานะก็ จะดีขึ้นมาก! มนุษย์เราล้วนกลัวเวลาเจ็บปวด ประชากรในหมู่บ้านยิ่งเป็น เช่นนี้ ออกจากหมู่บ้านมาหาหมอก็มืดแปดด้าน มีคนรู้จักสักคนจะ มั่นใจมากกว่าโดยเฉพาะหลังจากเฉินชางช่วยคนในหมู่บ้านครั้งแล้วครั้งเล่า ฐานะของครอบครัวเหล่าเฉินก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เฉินต้าไห่และหยางจยาฮุ่ยรู้สึกทั้งดีใจและภาคภูมิใจมาก ดีใจยิ่งกว่าซื้อพราโดสองคันเสียอีก ถึงอย่างไรนอกจากความต้องการในด้านวัตถุแล้ว ในระดับที่ สูงขึ้นคือความรู้สึกเป็นที่ต้องการและการได้รับความเคารพ พริบตาเดียวเวลาสองวันก็ผ่านไป ช่วงบ่ายวันที่หกตามปฏิทินจีน เฉินชางขับรถกลับเมืองอัน หยาง อีกด้าน ตอนกลางคืน ฉินเสี้ยวยวนก็เรียกทั้งครอบครัว มารวมตัวกัน ชวนเฉินชางมากินข้าวด้วย ให้ญาติผู้ใหญ่ฝั่งฉินเยว่ได้เจอกับเฉินชาง ทำความรู้จักกันไว้ ความจริงก็ไม่เพียงแค่ทำความรู้จัก แต่อยากให้เฉินชางเข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ต่อไปให้พวกอาๆ สนับสนุนสักหน่อย! ตอนนี้ในหัวเหล่าฉินมีแต่เฉินชาง ขีดจำ กัดของตนเองชัดเจน มาก ตอนแรกคิดว่าหลังเกษียณเป็นรองอธิบดี ผลตอบแทนก็ไม่เลวแล้ว คิดไม่ถึงว่ายังมีโอกาสขึ้นสูงได้อีก! ทว่าแม้จะเป็นเช่นนี้ เหล่าฉินก็รู้สึกพอใจแล้ว! แต่อนาคตของเฉินชางไร้ขีดจำ กัด! ในหัวเขาคิดแต่ว่าต่อไปเฉินชางจะพัฒนาไปในทิศทางไหนดี เมื่อสองวันก่อนเขาพูดกับพวกเฉินต้าไห่ไว้ว่า เรื่องของเสี่ยว เฉิน เขาจะคอยดูแลเป็นอย่างดี ให้เฉินต้าไห่ไม่ต้องเป็นห่วง! ถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่จำ เป็นต้องเกรงใจ ลูกเขยก็เหมือนลูก เรื่องพวกนี้เหล่าฉินเข้าใจดีอีกอย่างตอนนี้ทั้งสองครอบครัวก็สนิทสนมกันมากขึ้นเรื่อยๆและเฉินชางกับฉินเยว่ก็จะจดทะเบียนสมรสกันแล้วไปเจอญาติๆ สักหน่อยก็เป็นเรื่องปกติฉินเสี้ยวยวนจองห้องส่วนตัวไว้ เชิญแต่ผู้ใหญ่มา ไม่ได้พาเด็กๆ ที่บ้านมาด้วยหลังจากเฉินชางเห็นฉินเย่วหมิงเข้ามาก็ตาโตทันที“ผู้อำนวยการฉิน?”ส่วนฉินเยว่วิ่งออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ “คุณอาเล็ก!”ทำให้เฉินชางอึ้งงันไปทันทีฉินเย่วหมิงหัวเราะฮ่าๆ “ต่อไป เรียกผมว่าอาเล็กเหมือนเยว่เยว่นะครับ!”เฉินชางมองฉินเย่วหมิงแวบหนึ่งแล้วมองฉินเสี้ยวยวน ถึงว่าเจอกันคราวก่อนรู้สึกหน้าคุ้นๆ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้!เฉินชางหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “สวัสดีครับอาเล็ก!”หลังจากพูดจบ เฉินชางเองก็อดตะลึงในรากฐานอันมั่นคงของตระกูลฉินในวงการแพทย์ไม่ได้!ยังไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ในเมืองอันหยางก็มีผู้อำนวยการระดับมณฑลสองคนแล้ว!ฉินเสี้ยวยวนเป็นลูกคนโต มีน้องชายคนหนึ่ง ทำงานระบบผสมแต่ไม่ได้อยู่ในเมืองอันหยาง อยู่ในเมืองหลวง เป็นผู้ปฏิบัติงานระดับฝ่ายอย่างแท้จริง และน้องสาวอีกคนทำธุรกิจ ดูจากมาดของอาเขยเฉินชางคิดว่าฐานะทางบ้านก็น่าจะมั่นคงมากเห็นทุกคนแล้ว เฉินชางเองก็อดส่ายหน้าไม่ได้ดูเหมือนว่ายัยฉินขี้ประจบที่ตนได้มาเป็นภรรยาจะเป็นทายาทเศรษฐีจริงๆ เสียแล้วอาหารมื้อนี้ไม่ได้เหมือนสอบสวนอย่างที่คิดเอาไว้ แต่สามัคคีปรองดองกันมากฉินเย่วหมิงให้ความสำ คัญกับเฉินชางมาก ถึงขั้นถามเฉินชางว่าอยากไปพัฒนาต่อที่โรงพยาบาลหลอดเลือดหัวใจหรือไม่ทว่าแปลกมากที่ครั้งนี้เหล่าฉินไม่ปฏิเสธหลังจากกินข้าวเสร็จ พวกอาๆ และฉินเสี้ยวยวนก็เรียกเฉินชางไปคุยส่วนใหญ่เป็นเรื่องอนาคตของเฉินชางและการวางแผนชีวิตของพวกเขาฉินเสี้ยวยวนมองเฉินชางพร้อมพูดว่า “ตอนแรกผมคิดว่า