ตอนที่ 838
บทที่ 840 เจอฆาตกรตัวจริงแล้ว
October 22, 2026
ระยะเวลาในการผ่าตัดไม่ได้นานมาก แค่ชั่วโมงกว่าเท่านั้น หลังจากทีมแพทย์ออกจากห้องผ่าตัด จูฮั่นเลี่ยงและภรรยารีบ ลุกขึ้น วินาทีนี้…พวกเขารอคอยมานานมากแล้ว! แม้เป็นคนแก่ที่ต่อสู้ในวงการธุรกิจมาสิบกว่ายี่สิบปี ชั่วขณะนี้ก็ ยังคงประหม่า เมื่อเผชิญกับความเป็นความตายของคนในครอบครัว ไม่มีใคร นิ่งเฉยได้ ประตูห้องผ่าตัด อาจจะเห็นความสุข ความโศกเศร้าเสียใจ ของโลกนี้มามาก และเป็นสถานที่แห่งความหวังของผู้คนที่มากขึ้น เรื่อยๆ ทุกวันนี้ ผู้คนไม่รู้เท่าไรจ้องมันทั้งน้ำตา และผู้คนอีกไม่รู้เท่าไร อธิษฐานกับมัน“หมอเฉิน…เป็นอย่างไรบ้าง การผ่าตัดประสบความสำ เร็จ ใช่ไหมครับ” จูฮั่นเลี่ยงเหมือนอยากปลอบใจตัวเอง เฉินชางพยักหน้า “ใช่ครับ การผ่าตัดประสบความสำ เร็จมาก” คำพูดของเฉินชาง ทำให้สองสามีภรรยากอดกันแน่น ความตื่นเต้น น้ำตา ความรู้สึกซาบซึ้งใจที่อธิบายเป็นคำพูด ไม่ได้ เฉินชางพูดด้วยรอยยิ้ม “อีกสองสามวันหลังจากนี้ ต้องเฝ้า สังเกตอาการอย่างเข้มงวด เบื้องต้นการผ่าตัดของคนไข้ ประสบความสำ เร็จมาก แต่สี่สิบแปดชั่วโมงหลังจากนี้เต็มไปด้วย ความเสี่ยง ถ้าผ่านไปได้ หัวใจไม่มีความผิดปกติ ก็คงไม่มีปัญหา อะไรแล้วครับ” ได้ยินคำพูดของเฉินชาง จูฮั่นเลี่ยงพยักหน้าอย่างตื่นเต้น! เพื่อรักษาลูก เขาบุกใต้ตะลุยเหนือ ไปฮ่องกง สิงคโปร์ ลอสแองเจลิส นิวยอร์ค… คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายจะมารักษาหายที่ศูนย์ฉุกเฉิน ไม่ว่าใครก็คงคิดไม่ถึงจูฮั่นเลี่ยงพูดอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณครับคุณหมอเฉิน หัวหน้า สวี รอลูกออกจากโรงพยาบาล ผมจะบริจาคให้โรงพยาบาลหนึ่งล้าน ” …… …… เฉินชางกลับห้องพักหมอ วันนี้เขาเป็นเวรดึก กลับไปพักไม่ได้ แต่พรุ่งนี้จะได้พักหนึ่งวัน หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ เฉินชางก็ไปที่ห้องสังเกตอาการ ที่นั่นมีเด็กสาวที่สูญเสียจมูกรอเขาอยู่ จนตอนนี้เฉินชางยังไม่เข้าใจว่าสาเหตุของการติดเชื้อรุนแรง ของเด็กสาวคนนี้คืออะไร สำ หรับคนเป็นหมอ หลายครั้งที่ไม่เพียงต้องรักษาอาการปัจจุบันให้หาย ยังต้องหาสาเหตุของโรคอีกด้วย ซึ่งเรื่องพวกนี้สำ คัญมากหลังจากเฉินชางเดินเข้าห้องสังเกตอาการ หยางชิงรีบลุกขึ้น“สวัสดีค่ะหมอเฉิน!”หยางชิงเคารพนับถือเฉินชางมาก!โรคที่โรงพยาบาลอื่นใช้เวลาสิบวันยังควบคุมอาการไม่ได้ แต่ตอนนี้อาการคงที่แล้ว!ทำให้เธอรู้สึกดีใจมากกว่าอะไรทั้งนั้น!เฉินชางพยักหน้า ตอนนี้เอง พยาบาลของห้องสังเกตอาการก็รีบตามมาเฉินชางหันไปถาม “วันนี้อุณหภูมิร่างกายเป็นอย่างไรบ้างครับ”พยาบาลห้องสังเกตอาการรีบหยิบชาร์ตผู้ป่วยมา ในนั้นมีบันทึก!ค่าใช้จ่ายของห้องสังเกตอาการสูงกว่าห้องผู้ป่วยทั่วไปเพราะปัจจัยหลายอย่าง เช่น พวกสัญญาณชีพของผู้ป่วย…ต้องตรวจทุกวันและตลอดทั้งวันในห้องนี้มีพยาบาลคอยเฝ้าดูอาการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นนี่คือความแตกต่างระหว่างห้องผู้ป่วยทั่วไปกับห้องผู้ป่วยอาการหนักพยาบาลรีบพูดว่า “ตอนหกโมงเช้าอุณหภูมิร่างกาย 37.7องศา ตอนเก้าโมงเช้า 37.1 องศา…ตอนบ่ายสาม 37.2 องศาค่ะ”ได้ยินตัวเลขอุณหภูมิเหล่านี้ เฉินชางเองก็โล่งอกไปที!นี่หมายความว่า ความจริงการติดเชื้อถูกควบคุมแล้วสำ หรับคนไข้ที่ติดเชื้อ ถ้าควบคุมอุณหภูมิร่างกายและการติดเชื้อไม่ได้จะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากหยางชิงพลันพูดว่า “วันนี้น้องอยากอาหารมากขึ้น บอกว่าไม่ปวดหัวแล้ว อาการโดยรวมดีขึ้นมากเลยค่ะ”เฉินชางพยักหน้า “ตรวจอัลตราซาวด์อีกครั้งนะครับ ผมจะดูว่าตอนนี้ม้ามเป็นอย่างไรบ้าง”เธอมีฝีในม้ามหลายจุดพยายามตามหมออัลตราซาวด์มา ไม่นานก็เข็นเตียงออกไป“หมอเฉิน ฝีในม้ามค่อยๆ ดีขึ้นแล้วครับ ดีขึ้นกว่าที่อัลตราซาวด์เมื่อวาน”เฉินชางพยักหน้า การรักษาสามารถดำเนินต่อได้และตอนนี้เอง เด็กผู้หญิงก็พูดกับแม่ว่า “แม่คะ ตรงมุมปากหนูมีสิวผุดขึ้นมาเม็ดหนึ่งค่ะ!”หยางชิงรีบพูดว่า “หนูอย่าจับนะคะ เดี๋ยวแม่บีบให้!”เด็กผู้หญิงขานรับว่าอืม ก่อนจะพูดว่า “คุณอาหมอคะ เมื่อไรหนูถึงจะออกจากโรงพยาบาลได้คะ”