ตอนที่ 902
บทที่ 904 ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ
October 22, 2026
เฉินชางพัฒนาขึ้นเล็กน้อย ถึงอย่างไรตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตนก็นับว่าก้าวสู่แผนก ศัลยกรรมทางเดินอาหารอย่างเป็นทางการแล้ว แม้แต่ด้านการผ่าตัดก็เชี่ยวชาญการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ ที่สมบูรณ์แบบแล้ว และมีทักษะการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารระดับสมบูรณ์ หลังจากนี้ผมไม่ต้องกลัวว่าคำถามที่ยัยฉินขี้ประจบถาม จะยากเกินไปจนส่งการบ้านไม่ได้อีกต่อไปแล้ว so easy! เฉินชางมองความคืบหน้าภารกิจเปลี่ยนอาชีพของตน [วินิจฉัยคนไข้แผนกศัลยกรรมทั่วไปห้าสิบราย: 35/50] [ซัพพอร์ต/เข้าร่วมการผ่าตัดแผนกศัลยกรรมทั่วไปห้าสิบเคส: 40/50][พบเจอโรคในแผนกศัลยกรรมทั่วไป 50 โรค: 20/50] ตอนนี้จู่ๆ เฉินชางก็ค้นพบว่าความจริงภารกิจนี้ยากมาก ข้อ ที่หนึ่งและสองยังพอได้ ข้อที่สาม พบเจอโรคห้าสิบโรค ถือว่ายาก จริงๆ ถึงอย่างไรก็มีโรควนเวียนอยู่เพียงเท่านั้น อยากเจอห้าสิบโรค ถือว่ายากมากจริงๆ ไม่งั้น…วันหลังไปเดินเล่นที่แผนกศัลยกรรมทั่วไปสักหน่อยดี ไหม คิดถึงตรงนี้ เฉินชางรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ดี ตอนที่งานไม่ยุ่ง เฉินชางฟุบหลับไปบนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว ตื่น มาอีกทีไม่รู้ว่าใครเอาเสื้อมาห่มให้ตน ในใจพลันรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมา เขาเริ่มทำงานตั้งแต่เจ็ดแปดโมง และแผนกฉุกเฉินก็เริ่มเข้าสู่ ช่วงพีคในช่วงเช้าด้วย คนที่ทำงานในช่วงเวลานี้เยอะมาก ประเภทของโรคในช่วง เวลานี้ส่วนใหญ่เป็นบาดแผลภายนอก ต้องพันแผลและเย็บแผล ซึ่ง จุดนี้ไม่ต่างกันโรงพยาบาลอันดับสองแห่งมณฑลมากนักในห้องหัตถการของเฉินชาง มีเด็กสามคนยืนร้องไห้อยู่หน้า ประตู เด็กทั้งสามล้วนมาฉีดยา พ่อแม่ต่างปลอบใจลูกอย่างปวดใจ กว่าจะทำให้หยุดร้องได้ไม่ ใช่เรื่องง่ายเลย ความจริงเวลาที่เด็กๆ อยู่ด้วยกัน สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือร้องไห้ พร้อมกันหมด ถ้าร้องไห้คนหนึ่ง ก็จะเหมือนโรคติดต่อให้คนอื่นๆเริ่มร้องด้วยและทั้งสามครอบครัวนี้ยังรู้จักกัน มาจากชุมชนเดียวกัน ทั้งชุมชนมีเด็กที่อายุไล่เลี่ยกันอยู่แค่นี้ จึงมักจะเล่นด้วยกัน!จะว่าไปเด็กทั้งสามก็ซุกซน เช้าตรู่ตอนออกจากบ้านเจอสุนัขตัวหนึ่ง เด็กทั้งสามคนจึงแกล้งสุนัขอยู่ตรงนั้น!เด็กคนหนึ่งดึงหาง คนหนึ่งดึงหู ส่วนอีกคนขี่หลังเสียเลยสุนัขตัวนั้นจึงขึ้งโกรธขึ้นมาทันที สุนัขเป็นสัตว์ที่ฆ่าได้ หยามไม่ได้จึงแว้งกัดไปคนละที!กัดเสร็จก็วิ่งเลย!ส่วนเด็กทั้งสามคนตกใจกับการโดนกัดอย่างกะทันหันตอนแรกยังไม่ได้ร้องไห้ แต่พอเห็นแม่มาก็ปล่อยโฮทันทีถึงอย่างไรก็เป็นช่วงหมดฤดูหนาวเข้าฤดูใบไม้ผลิ เสื้อผ้าที่เด็กๆ ใส่หนา แต่ตรงน่องก็ยังมีรอยกัด ดูเหมือนถลอกแต่ก็เหมือนจะไม่ถลอกแต่ผู้ปกครองร้อนใจขึ้นมา!พวกเขาไม่มีกะจิตกะใจไปทำงาน รีบพาลูกมารับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่แผนกฉุกเฉินแม้บอกว่าฉีดภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงก็พอ แต่…คนเป็นพ่อเป็นแม่ล้วนอยากให้รีบฉีด กลัวว่าช้าไปจะเกิดปัญหาขึ้น“โอ๋ ไม่ร้องนะ ฉีดเข็มเดียวก็หายแล้ว ไม่ต้องกลัว!”“ใช่ อดทนหน่อยนะ”“ฉีดยาไม่เจ็บเลย แป๊บเดียวก็หายแล้ว”พ่อแม่ของเด็กทั้งสามคนต่างปลอบใจความจริง เหตุผลที่เด็กๆ ร้องไห้คืออะไร พ่อแม่ของเด็กก็ยังไม่รู้เลย แต่มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะร้องไห้เพราะโดนพ่อแม่ด่าไม่อย่างนั้นแผลตรงน่องจะเจ็บแค่ไหนเชียว!พวกเขาจึงรีบปลอบใจ “โอ๋ๆ แม่ไม่ว่าหนูแล้ว หยุดร้องเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่หยุดแม่จะโกรธแล้วนะ!”ตามคาด วิธีนี้ใช้ได้ผลจริงๆ เด็กทั้งสามหยุดร้องทันทีทว่าพอคิดได้ว่าเดี๋ยวจะต้องฉีดยา ทั้งสามก็เริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งในสายตาของเด็กๆ การฉีดยาถือว่าเป็นฝันร้ายเสมอมาความจริงในแผนกฉุกเฉิน พยาบาลจะเป็นคนฉีดยา เพียงแต่ช่วงเช้าพวกเธอยุ่งอยู่กับการจ่ายยาและปฏิบัติงานต่างๆ ตามคำสั่ง