ตอนที่ 327
บทที่ 327 เรื่องที่ทำให้ปวดใจมากที่สุด
October 28, 2026
หลังจากที่วันวิวาห์กลับไปพักผ่อนมาแล้ว 2 วัน ก็กลับไปทำงานที่ PL
เมื่อเพิ่งถึงบริษัท วราสรก็รีบนำใบรายงานผลมาหาเธออย่างตื่นเต้น "ในที่สุดก็มาสักที ดูนี่สิ เมื่อวานทางห้องทดลองทำสัดส่วนใหม่ออกมาแล้ว เมื่อเปรียบเทียบอัตราความบริสุทธิ์กับผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าเมื่อก่อนมาก ตอนนี้ก็รอเพียงสารตั้งต้นมาถึง ก็สามารถดำเนินการถึงขั้นตอนสุดท้ายของการทดลองได้แล้ว"
วันวิวาห์รับใบรายงานผลจากมือเธอมาก่อน เปิดใบรายงานและดูข้อมูลตัวเลขจากใบรายงานผลนั้น ดวงตาของเธอค่อยๆเปล่งประกาย "ดูผลลัพธ์แล้วไม่เลวเลยทีเดียว สารตั้งต้นของตลาดโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ดีเท่า PL เพิ่มสารตั้งต้นของPLใส่เข้าไปในสัดส่วนใหม่อันนี้ จะต้องสำเร็จแน่นอน!"
วราสรกอดวันวิวาห์อย่างตื่นเต้น "ที่รัก เธอคือดาวนำโชคของฉันจริงๆ"
เธอมายัง PL ในไม่กี่ปีมานี้ แม้ว่าการวิจัยทางด้านเครื่องสำอางผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจะมีความสำเร็จเล็กๆน้อยๆบ้าง แต่ก็ไม่มีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมอย่างยิ่งใหญ่นัก ดังนั้นจึงถูกหนิงวลีจากเฮทเอสกรุ๊ปที่เป็นคู่แข่งกดหัวอยู่ตั้งหลายปี
ได้เห็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปล่งประกายในวันนี้ วราสรมีความสุขจนนัยน์ตาร้อนผ่าว "จริงๆแล้วก็อยากจะบอกเธอตั้งแต่เมื่อวาน แต่ปีเตอร์บอกว่าเธอป่วย ไม่ให้ไปรบกวน"
วราสรปล่อยตัวเธอออก พูดอย่างห่วงใย "จริงด้วย ตอนนี้สุขภาพเธอเป็นยังไงบ้าง?"
"ไม่มีปัญหาอะไรมากมายหรอก" วันวิวาห์พูดยิ้มๆ และอธิบายไปว่า "ก็แค่ทานหม้อไฟเยอะมากไปหน่อยเลยเป็นกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ"
วราสรขมวดคิ้วน้อยๆและพูดว่า "งั้นก็ต้องรักษาร่างกายให้ดี"
"อืม"
วันวิวาห์รับคำและเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องแต่งตัว
เธอไม่ได้บอกปีเตอร์สักหน่อยในเรื่องที่เธอไม่สบาย
ตอนที่ลาก็บอกแค่ว่ามีธุระสำคัญ ปีเตอร์รู้ได้ยังไงกันว่าเธอไม่สบาย
หรือว่าจะเป็นตอนที่วราสรเข้าไปถาม เขาก็แค่พูดออกมาลอยๆและประจวบเหมาะกับเหตุผลของเธอพอดี?
หรือจะเป็นเพราะ……ปีเตอร์สนิทกับคนใกล้ตัวเธอ?
วันวิวาห์คิดยังไงก็ไม่เข้าใจ พร้อมกับขี้เกียจคิดแล้ว จึงตั้งสมาธิและเข้าห้องทดลองไป
หลังจากเลิกงานเธอซื้อดอกไม้และเข้ามาเยี่ยมคุณแม่ที่โรงพยาบาลในเขตทหาร
ในห้องผู้ป่วย วิมาดากอดตุ๊กตาพร้อมพูดปลอบโยนอย่างอ่อนโยนและดื่มด่ำ "วิวาห์ตัวน้อยที่รัก……รีบตื่นขึ้นมาสิลูก เด็กดี ทานข้าวสิคะ ถ้าไม่ทาน……หนูจะไม่สวยเอานะคะลูก……"
ปากพูดพร่ำบ่น มือก็ถือช้อนยางที่เธอใช้ดื่มน้ำ ตักน้ำป้อนใส่ปากตุ๊กตา
ส่วนหัวของตุ๊กตาเต็มไปด้วยรอยเปียกชื้นอย่างรวดเร็ว
วิมาดาไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆทั้งนั้น และหัวเราะอยู่ในภวังค์ความคิด
จากป้อนข้าวจนถึงกล่อมนอน วิมาดาวางตุ๊กตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและระมัดระวัง หยิบไหมพรมที่วางไว้ข้างๆและเริ่มถักเสื้อให้ตุ๊กตาตัวน้อย
วันวิวาห์ยืนอยู่หน้าห้องผู้ป่วย มองทุกอย่างที่เกิดผ่านกระจกบนบานประตูนั้น
พยาบาลเดินกลับมาและมองภาพนั้นไปพร้อมๆกับวันวิวาห์ "อาการของคุณน้าดาไม่มีการพัฒนาเลย กลับกันเมื่อไม่ได้เห็นคุณในช่วงไม่กี่วันมานี้ก็นำเอาความคิดถึงที่มีต่อคุณไปให้กับตุ๊กตาตัวนั้นแทน"
พยาบาลสาวยิ้มให้กับวันวิวาห์และปลอบโยนว่า "แต่ทว่าทุกครั้งที่ไม่มีสติและคิดว่าตุ๊กตาคือคุณนั้น เธอก็จะลืมทุกอย่างรอบตัว การพูดก็ไม่ใช้แรงมากเหมือนตอนที่มีสติชัดเจนแล้ว ก็นับได้ว่ามีการพัฒนาที่ดีค่ะ"
วันวิวาห์ยับยั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ แล้วพูดด้วยเสียงแหบแห้งนั้นว่า "ในช่วงไม่กี่วันมานี้ลำบากคุณแล้วนะคะ"
เธอผลักประตูเข้าไปและพูดว่า "คุณแม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ"
เธอนำดอกไม้ที่ซื้อมานั้นยื่นให้กับวิมาดาที่นั่งอยู่บนรถเข็น
วิมาดาเหมือนจะไม่เห็นดอกไม้ที่เธอยื่นไปให้ จ้องเขม็งไปที่วันวิวาห์สักพักก่อนจะยิ้มกว้างอย่างกะทันหัน "วิวาห์……"
"คะคุณแม่"
วันวิวาห์นำดอกไม้ไปวางไว้ข้างๆ เอนกายลงกอดวิมาดา ก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยนว่า "คุณแม่คะ วิวาห์กลับมาแล้วค่ะ"
วิมาดาดีใจราวกับเป็นเด็กน้อย กอดวันวิวาห์แน่นไม่ยอมปล่อยมือ
แต่ในใจวันวิวาห์นั้นกลับปวดใจเป็นอย่างมาก
มันคือความรักแบบไหนกันแน่นะ ที่ทำให้คนเป็นแม่เป็นไปเป็นแบบนี้ เธอจดจำลูกสาวลงในจิตใจและต้องดูแลลูกสาวเป็นอย่างดี
แค่เพียงได้พบเจอลูกสาวก็ดีใจราวกับได้รับโลกทั้งใบไว้กับตัว
ในเวลาหลังจากนั้นวันวิวาห์ก็ทานข้าวเป็นเพื่อนวิมาดา พาเธอไปเดินเล่นข้างล่างตึก กลับมาก็ช่วยเธออาบน้ำสระผม
สายน้ำชะล้างเส้นผม ฟองมากมายของน้ำยาสระผมก็ไม่สามารถปกปิดผมขาวนั้นได้ หัวใจของวันวิวาห์หนักอึ้งขึ้นอีกครั้ง
โลกใบนี้ไม่มีเรื่องใดที่ทำให้แม่ลูกคู่หนึ่งปวดใจไปมากกว่า การที่ครั้งได้พบเจอก็เป็นตอนที่คุณแม่อายุมากแล้ว ลูกสาวก็ไม่มีรูปร่างแบบในสมัยเด็กอีกต่อไป
ในระหว่างกันและกันก็พลาดช่วงเวลาที่ควรจะเติบโตไปด้วยกันไปมากมายนัก
"คุณแม่คะ รอหนูอีกสักหน่อยนะ รอให้หนูทำทุกเรื่องที่ควรทำให้สำเร็จ หนูก็จะรับแม่กลับบ้านนะคะ"