ตอนที่ 340
บทที่ 340 ขั้นต่อไปคือมะเร็งกระเพาะ
October 28, 2026
ประตูห้องตรวจได้ปิดลง
กวินทร์นั่งลงไปที่เก้าอี้นั่งรอข้างๆ แล้วพูดเบาๆว่า “ตอนเด็กพี่พลน่าสงสารมาก เขาเป็นลูกนอกคอก สำหรับตระกูลจรัสพิบูรณ์แล้วเป็นคนที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ แม้แต่ประตูใหญ่ของตระกูลจรัสพิบูรณ์ก็เข้าไปไม่ได้ อยู่ข้างนอก ฐานะที่เป็นลูกนอกคอกก็ยิ่งทำให้คนอื่นดูถูก คำด่าสารพัดได้ครอบคลุมช่วงวัยเด็กของเขา ดังนั้น ตั้งแต่ที่เขาเริ่มจำความได้ ก็พยายามมาตลอด พยายามที่จะเปลี่ยนโชคชะตาในตอนนี้ และทางเดียวที่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาพวกนี้ได้ ก็มีแค่อ่านหนังสือ เขาตั้งใจเรียนหนังสือจนอดหลับอดกินอยู่เป็นประจำ......”
ที่นี่ถูกได้ทำการเคลียร์ให้จอมพลแล้ว ด้านนอกห้องตรวจนั้นโล่งไปหมด
เสียงที่ต่ำและแหบของกวินทร์ ทำให้จุดนั่งรอเต็มไปด้วยบรรยากาศที่เศร้า
วันวิวาห์มองไปทางเขาอย่างประหลาดใจ “จีรวรรณละ?!”
จีรวรรณเป็นเมียน้อยของประมุข จอมพลลูกชายคนนี้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอที่จะเข้าไปในตระกูลจรัสพิบูรณ์
เธอเป็นห่วงจะตาย แล้วจะให้เขาพบเจอเรื่องพวกนี้ได้ยังไง?
“เธอ?”
กวินทร์หัวเราะอย่างประชด “หลอนคิดแต่ว่าจะทำยังไงให้ได้หัวใจของพ่อพี่พล จะไปมีเวลาสนใจพี่พลได้ยังไง พี่พลเป็นเพียงเครื่องมือที่หลอนจะก้าวเข้าไปในชั้นผู้ดีเท่านั้น อ้างในนามรัก ไม่ตายก็พอแล้ว”
วันวิวาห์ฟังจนขนลุก
ตาที่สวยงามของกวินทร์เงยขึ้นเล็กน้อย มองเธออย่างจริงจังแล้วพูดว่า “พี่พลเอาแต่อยากจะเปลี่ยนโชคชะตาเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ถ้าไม่ใช่เพราะว่าร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เด็ก เขาก็คงไม่ต้องย้ายจากสาขาธุรกิจไปเรียนแพทย์”
วันวิวาห์สีหน้าซีดขาว ในใจแอบรู้สึกอึดอัดใจ เหมือนกับว่ามีอารมณ์หลายอย่างกำลังพุ่งชนอยู่ข้างใน แต่กลับไม่รู้ว่าทำไม
กวินทร์หัวเราะเบาๆ “เธอก็ไม่ต้องมีภาระ ที่ฉันพูดพวกนี้ แค่อยากจะให้เธอได้รู้จักพี่พลมากกว่าเดิม ไม่ได้ต้องการให้เธอมีภาระ”
เขาถอนหายใจ “พี่พลเองก็เป็นหมอ ร่างกายของเขา เขารู้ดี”
ในที่สุดวันวิวาห์ก็ได้หลุดพ้นออกมาจากอารมณ์ที่สับสน
เธอถามขึ้นมาว่า “กวินทร์ นายกับจอมพลรู้จักกันได้ยังไง?”
กวินทร์ยักคิ้วทีหนึ่งอย่างประหลาดใจ
วันวิวาห์ไม่เคยเรียกชื่อต่อหน้าของเขามาก่อนเลย ปกติก็ทักว่าคุณกวินทร์คุณกวินทร์อย่างเป็นมารยาทอยู่ตลอด
“แม่ของฉันเป็นคนเมืองโตตู ตอนเด็กแม่เคยพาฉันกลับไปเยี่ยมคุณตาคุณยายที่เมืองโตตู รู้จักที่บ้านคุณยาย ตอนนั้น จำได้ว่าฉันเหมือนจะอายุ11ปี.....”
11ปี.......
วันวิวาห์คิดเลขนี้ไปด้วย นั้นมันก็นานมากแล้ว ก็พอเข้าใจ
กวินทร์คิดย้อนไปในอดีต รอยยิ้มบนหน้าก็จริงจังขึ้นมา “ตอนนั้นพี่พลเองก็พึ่งจะ12ปี พี่พลที่อายุ12ปีหล่อมาก ออร่าเย็นยะยือกนั้นทำให้คนหลงใหลเป็นอย่างมาก ไม่ว่ายังไงสำหรับผแนแล้ว ก็คือสุดยอดมาก ตั้งแต่ตอนนั้น ฉันก็กลายเป็นแฟนคลับของเขาไปเลย ถ้าไม่ใช่เพราะว่าพี่พลเรียนแพทย์ ฉันก็ไม่มีทางเรียนสาขาแบบนี้แน่นอน กลับบ้านไปสืบสานธุรกิจครอบครัวแล้วอยู่อย่างสุขสบายรอตายไม่ดีกว่าหรอ........”
บรรยากาศย้อนความทรงจำถูกคำพูดเดียวทำลายไปหมด วันวิวาห์อดไม่ได้ที่จะกระตุกปากเล็กน้อย
“ในเมื่อพวกนายรู้จักกันนานขนาดนั้นแล้ว ทำไมนายถึงไม่รู้จักเป็นห่วงเขาให้มากกว่านี้?ถ้าตอนนั้นนายคอยเฝ้าให้เขารักษาโรคกระเพาะให้ดี ก็จะไม่ถึงขั้นหนักเท่าตอนนี้”
กวินทร์ “.......”
เขาสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่ง
ความสามารถในการโยนความผิดนี่คนธรรมดายากที่จะมีจริงๆ
“พี่สะใภ้ จะมาคิดบัญชีย้อนหลังแบบนี้ก็ไม่ได้นะ” เขาค้าน “ไม่ใช่ความผิดของฉัน ฉันจะไม่ยอมรับ”
“หรือว่าที่ฉันพูดไม่ใช่ความจริง?!”
กวินทร์ “........”
“มันก็ใช่ แต่ว่า..........”
เขาปิดหน้าของตัวเองลงอย่างเงียบๆ ภายใต้การจ้องมองของวันวิวาห์ “ก็ได้ ฉันผิดไปแล้ว ความผิดทุกอย่างเป็นเพราะฉันทั้งนั้น โทษก็โทษตอนนั้นฉันเด็กเกินไป ไม่รู้จักเตรียมฐานเพื่ออนาคต โบราณว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ ติดหนี้คนอื่นยังไงก็ต้องคืน........”
อูอูอู ใครให้แกพูดมาก
ไม่พูดมาก จะเจอแบบนี้หรอ?
เถียงกวินทร์เสร็จ ในใจของวันวิวาห์ไม่ได้ดีขึ้นเลย
แต่กลับอึดอัดจนเริ่มหายใจไม่ค่อยออก
เธอที่พิงกำแพงไว้ก็ได้ยืนตัวตรงขึ้นทันที แล้วหันหลังเดินออกไปข้างนอก
กวินทร์ก็ลุกขึ้นยืนตาม แล้วพูดอย่างตึงเครียดว่า “เธอจะไปไหน?”
วันวิวาห์หลับตา “ออกไปสูบอากาศข้างนอก”
ทิ้งคำพูดไว้แล้วเดินออกไปอย่างเร็ว
ถ้ายังอยู่ต่อไป เธออาจจะเป็นบ้าก็ได้