ตอนที่ 9
ตอนที่ 273
October 31, 2026
บทที่ 273 – ถ้าอยากจะติดตามฉันล่ะก็นะ (7)
เมื่อเจตจำนงแห่งความโกลาหลได้กลายมาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของยูอิลฮานแล้ว ยูอิลฮานก็ได้ปล่อยมันลงไปในทะเลสาบในทันที ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกก็คือเขาได้เชื่อมต่อทั้งทะเลสาบไว้กับหินพลังเวทย์คลาส 5 และกระจายจิตวิญญาณเข้าไปในนั้น
หัตถกรรมมานาที่อยู่ในระดับเชี่ยวชาญและเอนชานท์วิญญาณได้ทำงานพร้อมๆกันและเปลื่ยนทะเลสาบให้กลายมาเป็นโกเลม เจตจำนงแห่งความโกลาหลได้กระจายจิตสำนึกของมันเข้าไปทั้งทะเลสาบและกลายมาเป็นผู้ควบคุมทะเลสาบ มันได้พิสูจน์ว่ามันได้ควบคุมร่างใหม่นี้ได้แล้วด้วยการทำให้ผิวน้ำบิดเบี้ยวกลายมาเป็นหน้าของยูอิลฮาน
“นี่มันแย่มากเลยนะ” [ฮึ่ม][เจตจำนงผู้พิทักษ์ได้เสร็จสมบูรณ์] [เจตจำนงผู้พิทักษ์] [ระดับ – กึ่งเทพ] [ความทนทาน – ตราบใดที่ยังมีหยดน้ำเหลืออยู่จะไม่มีวันถูกทำลาย] [ออฟชั่น – 1.จะไม่มีวันถูกเพลิงที่อยู่ในระดับต่ำกว่าทำให้ระเหยไปได้ 2.สามารถเปลื่ยร่างกลายเป็นน้ำแข็งและไอน้ำได้ตามต้องการ 3.สามารถดูดซับน้ำมาทำเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายได้ 4.เมื่ออยู่บนโลกความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้น 40%]สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยมีนาม ‘ความโกลาหล’ ได้กลายมามีชื่อใหม่เป็น ‘ผู้พิทักษ์ไปแล้ว’ เมื่อคิมเยซอลได้เห็นยูอิลฮานหัวเราะออกมา เธอก็ได้ถามเขาขึ้น
“ลูกแม่ ลูกเพิ่งทำอะไรไปน่ะ?” “ผมได้ทำให้ทะเลสาบกลายมาเป็นโกเลมน่ะครับ” “นั่นมันไม่ใช่สิ่งที่นายควรจะพูดเหมือนกับการไปกินข้าวมานะ! นายควรจะตั้งใจสร้างอาร์ติแฟคที่จะวาดวงเวทย์นะ แต่แล้วนายกลับมาสร้างโกเลมขึ้นมา!? นี่มันอะไรกัน!?” “แต่ฉันก็ไม่ได้โกหกเธอนี่นา เจตจำนงผู้พิทักษ์ก็วาดวงเวทย์ได้เหมือนกันนี่นา” “…!”ด้วยความฉลาดของเอิลต้าทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังจะทำอะไร คิมเยซอลกับเฮเรียน่าก็รู้แล้วเหมือนกัน
[โอ้ ที่รักคิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไงกัน? โกเลมนี่จะต้องทำมันได้แน่ แต่ยังเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการอีกด้วย…] “การไหลซึมเข้าไปในโลกและทำการแกะสลักมันเป็นไปได้จริงๆนั่นแหละ แต่ที่ฉันสงสัยคือนายคิดเรื่องนี้ออกมาได้ยังไงกัน… นี่มันบ้ามาก” “เพราะแบบนี้สิ่งที่ต้องทำก็เหลือแค่วงเวทย์เท่านั้นแล้ว”ยูอิลฮานได้ตรวจดูสภาพของโกเลมทะเลสาบ เจตจำนงผู้พิทักษ์ ที่เพิ่งจะออกมาและบอกกับพรรคพวกของเขา
“พวกเราจำเป็นต้องทำวงเวทย์ที่จะชะลอการไหลของเวลาบนโลกให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้” “ไว้ใจเราได้เลย ตอนนี้เราได้เจอแนวทางแล้ว”ยังไงก็ตามมันไม่ได้ง่ายอย่างที่พูดเลย เรื่องนี้ต่อให้รีบยังไงก็ไม่อาจจะแก้ได้ เพราะแบบนี้ทำให้ยูอิลฮานตัดสินใจที่จะไปสร้างอาร์ติแฟคที่จะสนับสนุนในวงเวทย์ระหว่างที่รอให้วงเวทย์เสร็จสิ้น
แม้กระทั่งเขาก็ยังไม่อาจจะเอาความเชื่อทั้งหมดไปไว้กับวงเวทย์ที่จะชะลอเวลาไว้ได้ เพราะแบบนั้นเขาจะต้องทำให้ทุกอย่างที่ทำได้ เพราะแบบนี้ทำให้เขาเริ่มดึงขนของทูตสวรรค์และเทวดาตกสวรรค์ออกมา
[นี่มันเป็นอุปกรณ์คล้ายๆร้อยนัยน์ตางั้นหรอ?]“ในเมื่อฉันใช้ขกนกพวกนี้ โดยหลักการแล้วมันก็คล้ายกันนั่นแหละ แต่ว่าเป้าหมายของมันต่างกันอย่างชัดเจน”ขนปีกที่เป็นของทูตสวรรค์และเทวดาตกสวรรค์มีพลังที่จะเปลื่ยนแปลงพลังงานไปเป็นธาตุที่พิเศษ บีบอัดธาตุนั้นและยิงมันออกไป สิ่งที่ยูอิลฮานจะตั้งใจทำนั่นก็คือส่วนของการดูดซับและบีบอัด
ในท้ายที่สุดเหตุผลที่โลกกำลังวิวัฒนาการขึ้นนั่นมันก็เพราะว่าความเข้นขนของมานาบนโลกสูงมากยิ่งขึ้น เพราะแบบนี้ถ้าเขาป้องกันไม่ให้ความเข้มข้นของมานาเพิ่มขึ้นได้ ถ้าแบบนั้นมันไม่ใช่ว่าเขาก็ชะลอเวลาการวิวัฒนาการโลกได้เหมือนกันหรอกหรอ? บีบอัดมานาพวกนั้นด้วยขกปีกพวกนี้และทำให้มานาที่บีบอัดมาหายไป!
[แล้วถ้างั้นจะให้มานาพวกนั้นหายไปอยู่ที่ไหนล่ะ?]“ดาเรย์ไง”[นายท่าน…]“ตอนนี้สงครามภายในดาเรย์อยู่ตัวแล้ว แล้วก็จนกว่าจะถึงมหาภัยพิบัติขั้นที่ 6 มันยังเหลือเวลาอยู่อีกมากเพราะแบบนี้มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แล้วก็ฉันไม่ได้จะเอาพลังงานพวกนั้นไปทิ้งไว้ในดาเรย์ทันทีซะหน่อย ฉันกำลังจะสร้างอุปกรณ์แยกที่เอาไว้รวบรวมมานาไว้ด้วย”[เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนเถอะ แต่ว่าจะใช้วิธีไหนกันถึงจะส่งมานาข้ามไปมิติอื่นได้?]“ถามได้ดี ยังไงก็ตามแค่ฉันเพิ่มออฟชั่นที่คล้ายกันกับสกิลข้ามมิติเข้าไปในอาร์ติแฟคเรื่องนั้นก็ถูกแก้ไขได้ง่ายๆเลยนี่”[โฮ่ จริงด้วย]ยูอิลฮานได้เมินเสียงเสียดสีจากโอโรจิและเริ่มสร้างอาร์ติแฟคที่จะเอาไปไว้ที่ดาเรย์ เนื่องจากว่าเขาจะต้องบีบอัดและเก็บมานาจำนวนมากไว้ทำให้วัตถุดิบที่เขาได้เลือกใช้ก็ต้องเป็นปีกที่ 8 แห่งกองทัพจรัสแสง นาเทีย อย่างแน่นอน!
เขาได้จัดการชำแหละปีกทั้งหกของนาเทียและดึงกระดูกของเธอออกมาวาง
วัตถุดิบต่อมาที่เขาเลือกก็คือมังกรคลาส 6 เทราก้า เขาได้หยิบเอากระดูกที่แข็งแกร่งสุดที่มีอยู่และผสมเข้ากับผงกระดูกของนาเทีย จากนั้นก็ขึ้นรูปด้วยเพลิงนิรันดร์เพื่อที่จะสร้างท่อทรงกระบอกขนาดใหญ่ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร และมีความยาวถึง 50 เมตร ท่อสีดำวาววับนี้ดูน่ากลัวมา
[ทำไมถึงเป็นทรงกระบอกล่ะ?]“อืม ก็ฉันต้องใช้มันเป็นี่เก็บพลังงานไงล่ะ?”[คุณจะซ่อนมันแบบนี้เลยงั้นหรอนายท่าน]เขาได้ใช้ผงขนปีกของนาเทียกับผงจากหินพลังเวทย์โรยลงไปบนท่อ เพื่อที่จะทำให้มันเสร็จออกมาเขาก็ได้ใช้หินพลังเวทย์ของเทราก้ามาทำหัตถกรรมมานา และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพอใจมาก
“เยี่ยม นี่มันน่าจะเป็นรากฐานที่ดีแล้ว…”[นายท่านดูจะกำลังสนุกอยู่เลยนะ…]และยิ่งยูอิลฮานสนุกไปกับงานมากแค่ไหน ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะยิ่งน่ากลัวยิ่งกว่า! ยูอิลฮานได้ตรวจดูผลงานที่เขาทำขึ้นมารวมไปถึงความทนทานและการทนความร้อนของมัน ก่อนที่จะบอกกับคนที่กำลังยุ่งับวงเวทย์เบาๆ
“ฉันจะไปดาเรย์ซักเดี๋ยวนะ!”“นี่นายพูดเหมือนนายกำลังจะไปร้านค้าเลยนะ…. โอ้ เขาไปซะแล้ว!”ยูอิลฮานได้หัวเราะกับคำตอบกลับของเอิลต้าและเปิดใช้สกิลข้ามมิติไปก่อนที่เธอจะพูดจบซะอีก ในตอนนี้การมาที่ดาเรย์ของเขาใช้เวลาแค่นาทีเดียวเท่านั้นเอง มันก็เหมือนกับที่เขาเคยบอกกับมิลฟาร์ว่าการไปกลับทั้งสองโลกสำหรับเขาแล้วมันแทบไม่ต่างจากการไปร้านค้าเลย
‘แน่นอนว่า ในคราวนี้ฉันคงไปเจอเธอไม่ได้…’
แม้ว่าเขาจะรู้สึกผิดเมื่อนึกไปถึงสายตาเศร้าๆของมิลฟาร์ที่มองมาที่เขา แต่ว่าน่าเสียดายที่ในตอนนี้สถานการณ์ของโลกเขาเร่งด่วนมาก แล้วก็ในตอนนี้เขาก็กำลังรู้สึกกดดันจากผู้หญิงหลายคนที่มามีความรู้สึกโรแมนติกกับเขาด้วย
[นี่เป็นสิ่งที่ผู้ปกครองต้องได้เจอ จากสิ่งที่ข้าเห็น นี่มันเป็นเรื่องดีที่นายท่านได้ยอมรับและรับรู้เพราะว่าท่านมีพลังที่แข็งแกร่ง]“โรคบ้าความแข็งแกร่งของพวกมังกรอีกแล้ว”