ตอนที่ 11
ตอนที่ 275
October 31, 2026
บทที่ 275 – ทำไมมีแค่ฉันล่ะ (1)
กองกำลังพันธมิตรแนวหน้าไม่ใช่ว่าทุกคนจะยินดีกลับมาที่โลก โดยเฉพาะพวกคนที่รู้ถึงศักยภาพถึงสิ่งมีชีชีวิตชั้นสูงดี พวกเขาไม่ชอบการที่จะต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อทำให้โลกลับมาเป็นปกติ
‘ฉันไม่คิดว่าการใช้ชีวิตแบบนี้มันแย่นะ’
นี่… เป็นคำพูดมาจากหนึ่งในสมาชิกของพันธมิตรแนวหน้าที่เขาไม่รู้จักชื่อ เขาคนนั้นได้หยักไหล่และพูดออกมา
“ฉันไม่เห็นรู้สึกว่าฉันจำเป็นต้องเอาชีวีตไปเสี่ยงเลยนี่ โอ้ ฉันไม่ได้จะว่าว่านายเป็นคนโง่หรอกนะ แล้วก็ไม่ได้คิดว่านี่เป็นเรื่องไร้ความหวังนะ แต่ยังไงก็ตาม… มันมีหลายๆอย่างได้เปลื่ยนแปลงไปแล้ว การที่จะทำให้ทุกๆอย่างกลับไปเหมือนเดิมมันก็ดี แต่ฉันไม่มีความสามารถที่จะทำแบบนั้น” “…” “ไม่ใช่ว่าทุกๆคนกำลังไปได้ดีในต่างโลกหรอกหรอ? แต่ว่าจากคำพูดของนายไม่ใช่ว่าโลกนี้กลายมาเป็นอันตรายกว่าต่างโลกอีกหรอกหรอ? ถ้าแบบนี้ไม่ใช่ว่าการอยู่ต่างโลกมันจะมีความสุขแล้วก็มีความปลอดภัยกว่าหรอ? พวกเราทุกคนก็คิดกันแบบนี้แหละ”ใช่แล้ว ยูอิลฮานก็คิดว่าจะต้องมีคนพูดแบบนี้… แต่ว่าเขาก็ได้ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์
“นายคิดว่าแบบนั้นมันดีแล้วจริงๆน่ะหรอ?” “…”หลังจากได้ยินคำพูดของยูอิลฮาน เขาคนนี้ก็ได้เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะหันหน้าหนีและตอบกลับมาเบาๆ
“ดูสิ ฉันไม่ได้แกร่งแบบนายนะ… เพราะแบบนั้นฉันไม่เคยคิดถึงการสู้กับทูตสวรรค์เลย ถ้าฉันมีพลังที่มหาศาลแบบนาย ฉันก็จะทำเท่แบบนายเหมือนกันนั่นแหละ แต่ว่าฉันไม่ใช่ไงล่ะ จะดูถูกฉันยังไงก็ได้นะ… แต่ว่ามนุษย์ส่วนใหญ่รวมถึงฉันก็มีสิ่งที่เรียกว่าขีดจำกัดในความกล้ากับพรสวรรค์เหมือนกัน” “…”ยูอิลฮานได้ล้มเลิกที่จะชักจูงต่อ เขาได้เลือกปล่อยคนพวกนี้เอาไว้และเปิดใช้สกิลข้ามมิติกลับไปสู่โลก
ยูอิลฮานเขาไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมาจากใบหน้าเลย แต่ว่าโอโรจิที่แชร์อารมณ์ที่ซับซ้อนกันนิดๆได้พูดกับยูอิลฮานที่ไม่ปกติเอามากๆในสายตาของเขา
[นายท่านคงไม่ลืมหรอกนะว่านายท่านนั่นเป็นกรณีที่พิเศษ? ปฏิกิริยาของคนพวกนี้เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลมากๆ จริงๆแล้วพวกคนที่แปลกน่ะคือคนที่ตามนายท่านโดยไม่ลังเลต่างหาก] “แน่นอน ฉันก็รู้ว่าฉันโชคดีมากๆ”แม้ว่าเขาจะไม่อยากนับช่วงเวลาพันปีที่เขาถูกถึงบนโลกว่าเป็นโชคดี แต่ว่าหากไม่ใช่แบบนั้นเขาก็คงอาจจะมาถึงในจุดๆนี้ไม่ได้ เพราะแบบนี้มันก็เลยกวนใจเขาอยู่
ยังไงก็ตามโอโรจิก็ดูจะไม่ชอบในคำตอบของเขาและถอนหายใจออกมา
[ข้าจะไม่พูดอะไรหากว่านายท่านอยากจะบอกว่านั่นคือโชค แต่ว่านายท่านไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองเลย ข้าคิดว่านายท่านควรจะมั่นใจในตัวเองให้มากกว่านี้นะ] “ฉันรู้ว่านายอยากจะบอกอะไร… ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวันที่ฉันจะพูดคำแบบนั้นได้จะเป็นตอนไหน แต่ก็ขอบคุณนะ” [ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกๆคนก็จะเปลื่ยนแปลงไป แม้ว่าข้าจะพูดไม่ได้ว่าข้า ‘มีชีวิต’ ก็ตาม… แต่ว่าข้าก็ยังรู้สึกยินดีที่ข้ารู้สึกว่าข้าเปลื่ยนแปลงตัวเองไปเล็กน้อย] “นี่นายพูดว่า ‘เล็กน้อย’ งั้นหรอ?” [ถ้านายท่านรู้ว่าข้าไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่จะขอบคุณนายท่าน นายท่านก็ควรจะรู้ดีนะว่าการแสดงความขอบคุณของข้าน่ะมันเป็นเรื่องที่ปาฏิหาริย์ในตัวข้าเองมาก ฮ่าฮ่า] “พรืดดด”การคุยกับโอโรจิได้ทำให้ยูอิลฮานถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ครั้งหนึ่งเขาเคยสู้เอาชีวิตกับโอโรจิ แต่แล้วนี่มันน่าตลกมาที่พวกเขามาคุยกันอย่างจริงใจในตอนนี้
ทุกๆคนต่างก็เปลื่ยนแปลงไปไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ตาม นี่คือสิ่งที่ทุกๆชีวิตต้องเจอและยูอิลฮานก็ไม่เว้น เขาไม่อาจจะจำความรู้สึกในตอนที่เขาโดดเดี่ยวได้แล้ว
ถ้าเขารู้แบบนี้ บางทีเขาก็น่าจะปฏิบัติกับเลียร่าที่อยู่กับเขาในระหว่างพันปีต่างไปจากเดิมนิดๆนะ นี่มันคือสิ่งที่เขารู้สึกเสียใจเรื่องหนึ่งเลย
แต่ว่าชั่งเรื่องนี้เอาไว้ก่อนแล้วกัน
“โอโรจิ แล้วนายไม่อยากได้ร่างกายหรอ?”[สำหรับตอนนี้ ข้ารู้สึกสนุกมากๆแล้วที่ได้อารวาดไปในฐานะอาวุธของนายท่าน เพราะแบบนี้ข้าก็เลยไม่ได้ต้องการแบบนั้น หืมม ข้าเข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจะขอทีหลังแล้วกันนะ]“คราวหลังสินะ โอเค ฉันจะจำไว้”ยูอิลฮานคิดว่าหากเขาใช้ร่างของอิชจาร์มาก็น่าจะได้รับผลลัพธ์ที่น่าสนใจออกมา แต่ว่าเพื่อที่จะทำแบบนั้นเขาจะต้องยกระดับพลังของโอโรจิขึ้นอีกนิด สำหรับตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้
[ดูแล้วนี่คนไม่ใช่ความปราณีที่มีต่อข้า แต่เป็นเพราะนายท่านต้องการจะทำอะไรแปลกๆอีกแล้วสินะ]“ช่วยพูดว่ามันเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวจะดีกว่า”ในจุดนี้สกิลข้ามมิติได้ถูกใช้งานและพาพวกเขากลับมาที่โลกอีกครั้งหนึ่ง วงเวทย์ก็ได้เริ่มส่งผลกับยูอิลฮานและพรรคพวกของเขาในทันที หากว่าเขาพาคนอื่นกลับมาด้วย ยูอิลฮานก็จะลดความเร็วของป้อมปราการลงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แต่น่าเสียดายที่คราวนี้เขาไม่ได้พาคนอื่นมาด้วยเลย
“ถ้างั้นเราควรจะไปโลกต่อไปเลยใช่ไหม?”“ลูกแม่ ไม่ใช่ว่ามันใกล้ถึงเวลาที่รู้จะใช้นาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาแล้วหรอกหรอ?”“รอเดี๋ยวนะครับ”ยูอิลฮานได้ตรวจดูนาฬิการทรายแห่งกาลเวลา เนื่องจากว่าเขาได้ไปโลกต่างๆมาโดยที่ไม่ใช่โลกของเขาทำให้ระยะเวลาของนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลาได้ลดลงโดยที่ไม่ได้รับผลของเวลาที่ช้าลง และจากที่เห็นดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาอีก 4 วันเขาถึงจะใช้มันได้อีกครั้งหนึ่ง
“ดีล่ะ ในระหว่างนี้ผมคิดว่าผมน่าจะได้โลกอื่นได้อีกประมาณ 30 ที่”[ฟู่ว ที่รักขยันจังเลยนะ ที่รักไม่อยากจะไปเดทกันหน่อยหรอ?]“อย่าฝันเลยน่า ยูอิลฮานทนได้แม้แต่การยั่วยวนจากเลียร่านะ”[แต่ฉันไม่ได้เป็นพวกอดีตทูตสวรรค์พวกนั้นนี่ ที่รักมาเล่นกับฉันไหม?]“ฮึ่ม”ยูอิลฮานได้ดันหน้าของเฮเรียน่าถอยไปหลังจากที่เธอได้ตอกกลับเอิลต้าและเข้ามาหาเขา จากนั้นเขาก็ดูว่าเจตจำนงผู้พิทักษ์ยังคงอยู่ดีไหม และยังไปดูอาร์ติแฟคนับล้านที่กระจายอยู่ทั่วโลก ก่อนที่จะข้ามมิติไปสู่อีกที่หมายหนึ่ง
ในโลกต่อมาที่เขามาเป็นโลกที่อยู่ในหายนะ
“ให้ตายสิ นี่ดูแย่กว่าที่กุนเดียอีก”[ที่รัก ผู้คนบนโลกของที่รักล่ะ…?]ยูอิลฮานได้ลงไปในที่ที่มีอารยธรรมที่ถูกเผาข้างล่างและเปิดใช้สกิลบันทึก หลังจากที่เขาได้รับข้อมูลมาช้าๆ เขาก็ยักไหล่และส่ายหัวออกมา
“ไม่มีคนของโลกฉันเหลือรอดอยู่ที่นี่เลยแม้แต่คนเดียว แล้วก็พวกกิลด์ที่แข็งแกร่งก็ด้วย…”“คนของโลกเรา? งั้นลูกก็หมายความว่ายังมี… คนอื่นๆอยู่?”“ใช่ครับ”ยูอิลฮานได้ตอบกลับมาจากข้อสังเกตุของคิมเยซอลและเปิดใช้งานสกิลข้ามมิติอีกครั้งหนึ่ง หากไม่รู้ก็ไม่เป็นไร แต่หากเขารู้ ยูอิลฮานก็ไม่ใช่คนที่จะเมินเฉยต่อคนที่กำลังเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากได้ เพราะแบบนี้เขาก้เลยคิดจะทำทุกอย่างที่ทำได้ก่อน
เมื่อเขาได้ข้ามมิติมา เขาก็ได้อยู่ในสงครามระหว่างมนุษย์กับมอนสเตอร์
“อ๊ากกกกกก!”