ตอนที่ 35
ตอนที่ 299
October 31, 2026
Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี – ตอนที่ 299 บทที่ 299 – ความสำเร็จ (9)
“เวรล่ะ”
ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาด้วยรอยยิ้ม การรู้แจ้งมักจะมาในตอนที่คนๆหนึ่งยอมแพ้เสมอ… การยอมแพ้นี่มันดีจริงๆเลยแหะ
“หืม? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหัวใจไม่สั่นคลอนได้ทำงานแล้ว” “พ่อครับ ผมก็อยากจะมีสกิลนั้นเหมือนกัน” “มันดีแล้วล่ะที่ลูกไม่มีสกิลนั้น”ทวีปจำนวนมากมายได้ถูกขยายขึ้นเป็นสิบเท่าพร้อมๆทั้งภูเขาที่โผล่ขึ้นมาและพังทลายลงไป หุบเขาลึกได้ปรากฏขึ้นจากผืนดิน ทะเลได้แห้งแล้งลงไปในขณะที่บางส่วนมีมากขึ้นจนกลืนผืนดินไป หากเป็นคนปกติได้มาเห็นภาพนี้พวกเขาก็คงไม่อาจจะตั้งสติต่อไปได้อีกแล้ว
ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ไม่กล้าจะปิดใช้งานหัวใจที่ไม่สั่นคลอนเพราะหวาดกลัวผลกระทบภายหลังที่จะตามมา เขาแค่ตัดสินใจปล่อยสกิลนี้เอาไว้
“ยังไงก็ตาม… พวกนายไม่เป็นอะไรนะ?” “พะ พวกเราไม่เป็นไรครับท่านจักรพรรดิ!” [บรู๋ววววววว!]เหล่าเอลฟ์กับหมาป่าที่ตกตะลึงกับการเปลื่ยนแปลงที่จู่ๆก็เกิดขึ้นมาได้ถูกยูอิลฮานช่วยเอาไว้และพวกเขาไม่อาจจะซ่อนความตื่นตระหนกเอาไว้ได้
วิธีการช่วยเหลือของยูอิลฮานก็ไม่ปกติเอามากๆเช่นกัน ยูอิลฮานได้ใช้วงเวทย์ที่ถูกร่ายอยู่ทั่วทั้งดาเรย์ทำให้พื้นที่ส่วนหนึ่งยกส่วนขึ้นเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบจากมหาภัยพิบัติและรวบรวมทุกๆคนมาไว้ที่นี่
“ท่านจักรพรรดิน่าทึ่งมาก” “ดูสิๆ ท่านจักรพรรดิกำลังเปลื่ยนแปลงโลกล่ะ!” “โอ้สวยจังเลย… ภายใต้ฝ่ามือท่านจักรพรรดิดาเรย์เรากำลังเบ่งบานขึ้นมา!”ภายใต้ฝ่ามือท่านจักรพรรดิดาเรย์เรากำลังเบ่งบานขึ้นมา? ในตอนนี้ยูอิลฮานทำได้แค่พยายามจะควบคุมโลกเท่านั้นเองนะ!
มีเรื่องที่โชคดีและน่าสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งก็คือวงเวทย์เอลฟ์โบราณนั้นได้ถูกร่ายเอาไว้นอกทวีปดาเรย์และแผ่ขยายข้ามกำแพงไปจนถึงโลกอื่นๆและทวีปของโลกอื่นๆโดยไร้ซึ่งปัญหาใดๆอีกด้วย
มันราวกับว่าวงเวทย์นี้ได้ถูกสร้างเอาไว้ด้วยความคิดที่จะให้มันขยายออกไปตั้งแต่แรกแล้ว
“อย่างน้อยที่สุดพวกเอลฟ์โบราณก็ได้เตรียมตัวไว้สำหรับการวิวัฒนาการโลก” “พ่อครับ สู้ๆนะครับ”แน่นอนว่าการที่ยูอิลฮานได้ยกระดับศักยภาพของวงเวทย์ด้วยการอัพเกรดมันก็มีส่วนช่วยด้วยเช่นกันล
และที่สำคัญที่สุดเลยก็น่าจะเป็นการที่ยูอิลฮานได้กลายเป็นจ้าวแห่งโลกใบนี้…
เขาคิดว่า เขาโชคดีในหลายๆด้าน
“โอ้ว โลกกำลังขยายออกไป”“มอนสเตอร์ก็ยังได้เกิดและตายขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเช่น”“อ่า… ในที่สุดท่านจักรพรรดิก็”“…ได้กลายเป็นพระเจ้า”ทุกๆสถานที่นอกจากที่ราบสูงที่พวกยูอิลฮานยืนอยู่ได้กำลังเปลื่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง
มอนสเตอร์ที่ไม่อาจจะทนต่อความเข้มข้นของมานาได้ก็ได้แก่ลงอย่างต่อเนื่องจนตายไปเอง และไม่นานก็จะมีมอนสเตอร์ใหม่ๆเกิดขึ้นมาก่อนที่จะตายไปอีกครั้งหนึ่ง เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่กับมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ธรรมชาติก็เป็นเช่นเดียวกัน
“สวย…”“สวยมากๆ”“แล้วก็… น่ากลัวมาด้วย”การเกิดและตายคือชะตากรรมที่ไม่อาจจะเลี่ยงได้ และเป็นการเป็นไปที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ แต่ว่าการเป็นไปนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับกันได้ง่ายๆ หากว่ายูอิลฮานไม่ได้แย่เหล่าเอลฟ์กับหมาป่าออกมาก่อน คนพวกนี้ก็คงจะต้องเจอกับชะตากรรมที่คล้ายๆกัน เพราะงั้นการกระทำนี้ของเขาจึงยอดเยี่ยมมาก
“พ่อครับ เมื่อไหร่มันจะจบลงกันครับ?”“ยังเหลือเวลาอยู่อีกมาก มิล ช่วยไปบอกคนอื่นๆว่าไม่ให้มาที่ดาเรย์ซักพักทีนะ”“ได้เลยครับ!”แม้กระทั่งในตอนที่ยูมิลได้อธิบายสถานการณ์ให้คนอื่นๆฟังผ่านเครื่องมือสื่อสาร ยูอิลฮานก็ยังเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวาย ในตอนนี้การรวมกันของโลกได้จบลงแล้ว และเพราะแบบนี้ยูอิลฮานก็จะต้องจัดการช่วยวงเวทย์เอลฟ์โบราณให้เข้ากันกับโลกใบใหม่ที่ขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิมสิบกว่าเท่า
[สกิลประกาศิตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 23][สกิลประกาศิตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 24]“ทั้งๆที่ฉันไม่เคยใช้สกิลี้มาก่อนเลเวลมันก็ยังเพิ่มขึ้นรัวๆเลยแหะ…”
สกิลประกาศิตก็คือสกิลที่เป็นการรวมกันของสกิลบันทึกกับสกิลปกครอง นี่คือสกิลที่ยืนยันถึงการยืนในตำแหน่งหัวหน้าของกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูง
และในตอนนี้ยูอิลฮานกำลังทำการควบคุมวงเวทย์ที่ควบคุมทั้งโลกและทำการดูดเอาบันทึกทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตมาเสริมพลังของมัน เพราะแบบนี้มันก็คล้ายกันกับการใช้สกิลบันทึกกับสกิลปกครองพร้อมๆกัน ทำให้สกิลที่วิวัฒนาการมาจากสกิลเหล่านี้ได้เพิ่มเลเวลขึ้นเช่นกัน
“…เอาล่ะถ้างั้นมาลองดูกัน”
สกิลประกาศิตก็เป็นอย่างที่เขาเพิ่งจะพูดไป มันเป็นสกิลที่จะทำให้เขาไปถึงในระดับพลังของทวยเทพ แต่ว่าในส่วนที่ยากลำบากก็คือมันจะเปิดใช้งานได้แค่ภายในส่วนพื้นที่การปกครองของเขาเท่านั้น
ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ครอบครองสกิล ‘ประจักษ์แจ้ง’ อยู่ และเขาสามารถจะใช้งานมันเพื่อสร้างพื้นที่ของเขาที่ไหนก็ได้ตลอดเวลา บางทีนี่อาจจะเป็นเพราะพลังของฉายา ‘ผู้ก้าวข้าม’ ที่ทำให้เขาได้รับเส้นทางในการวิวัฒนาการเพิ่มเติมขึ้นมามากมาย
มันยังไม่ใช่แค่นั้น ฉายา ‘ผู้ก้าวข้าม’ ยังทำให้เขามีอิสระมากๆอีกด้วย อิสระจนมากเกินไป เพราะแบบนี้ทำให้เมื่อยูอิลฮานได้กลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทุกๆคนต่างก็หวาดกลัวยูอิลฮาน
‘ยิ่งคิดถึงมันก็ยิ่งทำให้ฉันรู้ว่ามันโกงมากแค่ไหน’
ตามปกติแล้วหัวหน้าของแต่ล่ะกองกำลังจะได้รับการเสริมพลังขึ้นอย่างมากในโลกที่อยู่ใต้การปกครองของพวกเขา ในขณะเดียวกันผู้บุกรุกเข้าไปในโลกผู้อื่นก็จะได้รับบทลงโทษเช่นกัน
เพราะแบบนี้เองทำให้สิ่งมีชีวิตชั้นสูงของแต่ล่ะกองกำลังไม่เคยไปทำสงครามในฐานทัพหลักของฝ่ายอื่น อาจจะพูดได้ว่านี่คือความสามารถในขั้นพัฒนาของสกิลจ้าวมิติที่ยูอิลฮานครอบครองอยู่
ยังไงก็ตามตัวยยูอิลฮานที่มีฉายา ‘ผู้ก้าวข้าม’ อยู่ทำให้เมื่อเขาได้กลายมาเป็นหัวหน้าดราก้อนเนสทำให้เขาสามารถจะเมินเฉยต่อเรื่องบทลงโทษในเรื่องนั้นได้ หรือก็คือยูอิลฮานจะไม่ได้รับการเพิ่มพลังเมื่อเขาอยู่ในโลกของเขาหรือในดาเรย์ แต่ว่าในเวลาเดียวกันเมื่อเขาบุกไปที่สวรรค์หรือโลกเบื้องล่าง เขาก็จะไม่ได้รับบทลงโทษใดๆเช่นกัน