ตอนที่ 49
ตอนที่ 313
October 31, 2026
Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี – ตอนที่ 313 บทที่ 313 – ก็เหมือนๆกับฉันนั่นแหละ (5)[คุณได้วิเคราะห์ถึงส่วนหนึ่งของเร็กน่า] [สกิลประกาศิตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 43]“เยี่ยม ฉันได้ชื่อมาแล้ว” [ท่านกำลังตบหน้าของทุกๆคนที่คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะระบุตัวตน] “แน่นอนสิ ก็ฉันคนนี้คือคนที่จะทำลายเรื่องพวกนั้นให้หมดไป”
ถึงแม้ว่านี่จะฟังดูเท่ แต่ว่าจริงๆแล้วยูอิลฮานก็แค่ใช้สกิลสรรสร้างของเขาอย่างดื้อด้าน เขาได้ทำการรวบรวมบันทึกที่เหลือจากการพังทลายของ ‘เร็กน่า’ ตามที่พระเจ้าต้องการให้เป็นแบบนี้หากเป็นคนอื่นด้วยเศษซากที่พังลงแบบนี้คงจะทำอะไรไม่ได้ แต่ว่าตัวเขายังได้ทำกระบวนเดียวกันนี้ซ้ำไปอีกสามสี่ครั้งจนในที่สุดสกิลสรรสร้างของเขาก็ทำงานป้องกันไม่ให้มันพังลงแต่ฟื้นฟูมันขึ้นมา นี่คือความสามารถที่น่ากลัวจริงๆ
ในกระบวนการนี้ได้มีทูตสวรรค์แปลกๆเสียไปถึงห้าตัว หลังจากนั้นส่วนที่เหลือทั้งหมดก็ถูกนำมาวิเคราะห์ แยกส่วนออกแล้วก็สร้างใหม่กลับมาดังเดิมอีกครั้ง เพราะแบบนี้ก็เลยเป็นธรรมดาที่สกิลประกาศิตของเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนมาถึงเลเวล 52
“สกิลนี่พัฒนาง่ายจังเลยเนอะ” [หากว่าเหล่าคนที่ฝึกฝนมาเป็นหมื่นๆปีมาได้ยินคงจะโกรธจนตายแน่] “นั่นก็ไม่ได้กเยวกับฉันนี่ ยังไงก็ตามเร็กน่า…”ยูอิลฮานได้ได้พึมออกมาอย่างไม่สนใจและคิดถึงชื่อของทูตสวรรค์แปลกๆ
‘เร็กน่า(Legna)’ – ‘ทูตสวรรค์(Angel)’ นี่มันเขียนสลับกันนี่ ไม่ว่าจะเป็นภาษาของโลกเขาหรือภาษาสวรรค์ก็เหมือนๆกัน
“จากสิ่งที่ฉันได้รู้ถึงรูปแบบการพูดที่เขาได้คุยกับมิเรย์และการตั้งชื่อที่ชัดเจนนี้ ฉันรู้สึกว่าคนๆนี้คือบอสตัวปลอม และบอสตัวจริงยังหลบอยู่หลังม่านอยู่…” [หลักฐานยืนยันการตัดสินใจของท่านมันอ่อนเอามากๆเลยนะ แต่ว่ามันก็ดูเข้าท่าแปลกๆ…] “ชิ นายนี่มันไม่รู้อะไรเลยอิชจาร์”ในเกมหรือนิยาย ตัวเองมักจะเป็นคนที่แข็งแกร่งหรือแข็งแกร่งอย่างรวดเร็วเสมอๆ ยังไงก็ตามหากว่ามันไม่มีอันตรายมันก็จะไม่น่าสนใจเพราะความทรงพลังของตัวเอก เพราะงั้นคนแต่งก็มักที่จะใส่ตัวละครที่ตัวเอกไม่รู้จักลงไปเป็นองค์ประกอบใหม่และใช้องค์ประกอบนี้ทำให้เกิดเรื่องที่น่าประหลาดใจขึ้นมา
เพราะแบบนั้นคนอ่านหรือผู้เล่นก็จะได้เผชิญกับความตื่นตกใจ และตัวเอกก็จะถูกโจมตีครั้งใหญ่ขึ้นทำให้ต้องตามไปแก้แค้นให้กับความสูญเสียที่เขาได้เจอ – นี่แหละคือแนวทางมาตราฐานมากๆ แต่ถึงแบบนั้นหากไม่คิดอะไรมันก็สนุกดี
“ยังไงก็ตามเรื่องน่าตกใจแบบนั้นในชีวิตจริงมันเป็นอะไรที่น่ารำคาญสุดๆไปเลย เพราะงั้นเขาไม่ควรที่จะประมาทนะ พวกเราจะต้องเตรียมตัวรับมือกับอะไรก็ตามที่จะเข้ามาไว้ตลอดเวลา” [ถึงนี่จะไม่ใช่สิ่งที่ตัวฉัน มังกรแห่งความสิ้นหวังควรจะพูด แต่ว่านะนายท่านนี้มีชีวิตที่ยากลำบากจริงๆ]หลังจากทำการวิเคราะห์เร็กน่าเสร็จแล้ว ยูอิลฮานก็ได้เรียงเร็กน่าที่ได้กลับไปเป็นก้อนไว้เป็นแถว
หากว่าก่อนหน้านี้ทั้งหมดเป็นการวิเคราะห์ในโครงสร้างทางกายภาพและส่วนประกอบของพวกมัน ถ้างั้นในตอนนี้เขาจะต้องเตรียมตัวรับมือเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าพระเจ้ามีเจ้าพวกนี้อยู่แค่ไหน แต่ไม่ว่าจะยังไงเขาก็จะต้องเตรียมวิธีรับมือเอาไว้อยู่ดี
“สำหรับเจ้าพวกนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้มันในตอนนี้ ฉันจะต้องกู้คืนวงเวทย์ที่ถูกทำลายไปด้วย แต่ว่ามันยังไม่มีแหล่งพลังงานในการขับเคลื่อน”
ยูอิลฮานได้เข้าใจถึงพื้นฐานของแหล่งพลังนั้นแล้วด้วยเช่นกัน แต่นี่แหละที่เป็นปัญหา
“เราะจเรียกแหล่งพลังงานนี่ว่าอะไรดีล่ะ? ถ้าฉันเผาวิญญาณจะเกิดพลังงานแบบเดียวกันขึ้นหรือป่าวนะ?” [ฉันคิดว่าหากนายท่านแยกองค์ประกอบที่ควบคุมในด้านอารมณ์ออกไปจากวิญญาณก็น่าจะคล้ายกันนะ!]“จริงด้วย ถูกเลย เพลิงนิรันดร์ของเราฉลาดมาก อันที่จริงชื่อเธอก็ยาวไปหน่อยนะ เพราะงั้นนับจากนี้ฉันจะเรียกเธอว่าเรย์แล้วกันนะ”[ได้เลย! ฮู่เร่!]เรย์ก็ยังดีใจถึงแม้ว่าเขาจะตั้งชื่อให้เธอเพราะว่าชื่อเดิมยาวเกินไปก็แค่นั้น หากว่าทุกๆคนเป็นแบบเธอมันก็คงจะไม่เกิดสงครามขึ้นสินะ… พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วยูอิลฮานก็หันไปมองพวกเร็กน่าที่เหลืออยู่
“เผาไหม้วิญญาณมาเป็นเชื้อเพลิงสินะ… โกเล็มที่เคลื่อนไหวตามการทำลายชีวิตสินะ นี่มันบ้าเอามากๆเลย หรือบางทีที่พระเจ้าคิดจะลบทุกๆโลกก็เพื่อรวมพลังมาขับเคลื่อนโกเล็มพวกนี้ด้วยสินะ ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยแหะ ได้ทั้งทำลายโลกแล้วก็เพิ่มจำนวนโกเล็มด้วย”[จากที่นายท่านพูดมานั่นมันเหมาะกับ ‘บทบาทตัวโกง’ สุดๆไปเลยนะ]“วิญญาณ วิญญาณ…”ในองค์ประกอบพื้นฐานของยูอิลฮานก็มีพลังของยมทูตที่เป็นจ้าวแห่งวิญญาณอยู่ พอมาคิดดูแล้วเขาน่าจะทำอะไรในขอบเขตของพระเจ้าได้ในตอนที่มีคลาสนี้ แต่แน่นอนว่าต่อให้เป็นตอนนี้ที่เขากลายมาเป็นหัวหน้าดราก้อนเนส เขาก็ยังคงมีพลังนั้นอยู่กับตัว
“บางที…”
พระเจ้าได้ไปถึงระดับที่สามารถจะสร้างพลังจากวิญญาณได้ เพราะงั้นหากว่ายูอิลฮานก้าวข้ามไปอีกขั้น ก้าวเข้าไปในพลังแห่งวิญญาณ
“แต่ว่าเจ้าตัวพวกนี้ก็ไม่ได้อยู่ในระดับที่เมินเฉยต่อมานาไปจนหมด พวกมันก็แค่เพิ่มพลังให้กับคุณสมบัติของวัตถุดิบเพื่อที่จะยับยั้งและหยุดมานา”
นี่มันไม่ใช่เส้นทางที่ถูกต้อง มันเป็นเส้นทางที่ผิดที่่จะนำไปสู่ความตายและความบิดเบี้ยว ยูอิลฮานไม่คิดจะใช้พลังแบบนี้เลยซักนิดเดียวต่อให้เขาจะมีโอกาสก็ตาม
“ดีล่ะ ถ้างั้นก็เหลืออยู่แค่อีกวิธีเดียว”
ยูอิลฮานได้ยกมือขึ้นมาตวัด เศษเสี้ยงเพลิงนิรันดร์จำนวนหลายเส้นได้ออกมาจากมือของเขาและเผาร่างเร็กน่าทิ้งไป
[จะไม่เป็นไรหรอ?]“ใช่สิ ฉันได้วัตถุดิบมามากพอแล้ว แล้วก็สกิลประกาศิตก็พัฒนาขึ้นมามากด้วย”[แยกออกมาซะ! จงบริสุทธิ์! ย่าาาห์!]หลังจากผ่านไปสองสามชั่วโมงร่างของเร็กน่าก็ถูกทำลายกลายมาเป็นโลหะกับแร่สิบชนิด เขาได้สร้างร่างกายของมันกับวงเวทย์ขึ้นมาใหม่ก็แค่เพื่อที่จะทำลายมันอีกครั้งงั้นหรอ? อิชจาร์ได้แค่อุทานออกมา ยูอิลฮานได้ประกาศอย่างมั่นใจทันที
“ฉันจะเดินในทางที่ต่างออกไป”[ทางที่นายท่านเลือกไปจะเป็นเส้นทางที่ถูกหรอ?]“ไม่หรอก แต่ว่ามันเป็นทางแห่งชัยชนะ ไม่ว่าฉันจะทำอะไร ฉันก็แค่ต้องชนะ นั่นแหละคือทางของฉัน!”[…]นี่มันดูไม่ต่างไปจากสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำเลยนี่นา? ในใจอิชจาร์อย่างจะโต้กลับไปแบบนี้ แต่ว่าเขาไม่กล้าบอกที่จะพูดออกไป ยูอิลฮานได้เก็บของทั้งหมดลงไปในช่องเก็บของและฮัมเพลงไปมา
“ฉันยังมีงานต้องทำอีกตั้งเยอะ ดูเหมือนฉันจะยุ่งแล้วสิ”[ท่านเป็นคนบ้างานจริงๆ…]หลังจากผ่านไป 32 ชั่วโมงแล้วยูอิลฮานก็ได้ยกเลิกสกิลประจักษ์แจ้ง ในจุดๆนี้มังกรและสายพันธ์มังกรต่างๆต่างก็มีเลเวลเพิ่มขึ้นมาอย่างมากจากการฆ่ามอนสเตอร์ต่างๆ และตอนนี้พวกเขาก็สามารถจะเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ที่เหลือได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการสนับสนุนจากสกิลแล้ว