ตอนที่ 73
ตอนที่ 337
October 31, 2026
Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี – ตอนที่ 337 บทที่ 337 – วันสิ้นโลก (13)
ในขณะนี้ดาเรย์กับเอิร์ธยังคงกำลังรวมเข้าด้วยกันอยู่ มีเพียงแค่เมืองลอยฟ้าเท่านั้นที่ยังลอยอยู่ออกมาเพียงลำพัก ในที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่มีสมาชิกดราก้อนเนสเท่านั้น แต่ยังมีคนที่ยูอิลฮานได้พากลับมาจากโลกต่างๆทั้งหลายเช่นกัน
เพราะแบบนี้พวกเขาทุกคนก็เลยได้เห็นกระบวนการเปลื่ยนแปลงของเอิร์ธ และการไหลของเวลาที่เปลื่ยนแปลงไป
“เขาคือพระเจ้าสินะ!” “ในเมื่อได้เห็นสิ่งที่น่าทึ่งแบบนี้ ตอนนี้ต่อให้ตายก็ไม่เสียใจแล้ว” “เวลาถูกหยุด.. ไม่สิ เราถูกทิ้งไว้ในช่องว่างของเวลาต่างหาก”หลังจากได้เห็นฉากที่น่าทึ่งนี่ต่อให้เป็นพวกโง่เง่าที่สุดในหมู่มนุษยชาติก็ยังรู้สึกอยากจะเคารพบูชายูอิลฮานกับพรรคพวกของเขา โลกทั้งสองใบกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน เมืองยักษ์กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า แค่โบกมือก็สร้างเวทย์ที่ปกคลุมทั่วทั้งโลกได้… มันไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะรู้สึกชื่นชมยูอิลฮาน
ตอนอยู่อิลฮานในตอนนี้คือตัวตนที่สามารถจะหายไปได้ตลอดเวลา แต่ว่าตัวเขาก็เปล่งประกายยิ่งกว่าใครๆ การมีอยู่ของเขาในตอนนี้มีความขัดแย้งในตัวเองอยู่ เพราะงั้นหากไม่เรียกเขาว่าพระเจ้าจะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ?
“ตอบเราทีเถอะพระเจ้า” “ท่านต้องการอะไรจากเรา”ยูอิลฮานได้เตรียมทุกอย่างนับจากนี้โดยไม่สนใจว่าใครจะเรียกเขายังไงอยู่แล้ว เขาได้มองไปที่คนพวกนี้และตอบกลับไปสั้นๆ
“จะไปที่ไหนก็ไปตามใจ แค่จงมีชีวิตอยู่ต่อไป อย่าได้ไปตายในรูก็พอ” “มีชีวิต…”ยูอิลฮานได้ค่อยๆลดระดับเมืองลงมาและส่งทุกๆคนกลับลงไปบนโลก โลกที่ดูเหมือนทั้งเอิร์ธและดาเรย์ในเวลาเดียวกัน แม้ว่ามันจะดูวุ่นวายเพราะเอกลักษณ์ทัศนียภาพเดิมของทั้งสองโลกได้รวมกันและยังมีอารยธรรมของมนุษยชาติอยู่ แต่ว่ามันก็ยังดูงดงามในแบบของมันอยู่เช่นเดียวกัน
“อยากไปไหนก็ไปเถอะ การต่อสู้สุดท้ายจะไม่ได้เกิดขึ้นที่นี่ แค่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้พวกนายก็เป็นแหล่งพลังให้กับฉันได้แล้ว” “ตามที่เราต้องการ…”นี่คือเหตุผลที่ยูอิลฮานปล่อยเมืองลอยฟ้าเอาไว้ลอยอยู่บนท้องฟ้า เมืองนี้คือส่วนหนึ่งของเอิร์ธและเกี่ยวพันกันแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้มันก็สามารถจะเคลื่อนไหวตามที่ยูอิลฮานต้องการได้เช่นกัน
หากว่ายูอิลฮานต้องการถ้างั้นเขาก็จะสามารถเอาเอิร์ธไปที่ไหนก็ได้ตามใจ จะไปหาซาตาน ความโลภหรือใครก็ได้ แต่ว่าทำไมเขาจะต้องทำแบบนั้นด้วย? แค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของโลกก็พอแล้ว ส่วนของโลกมันก็เหมือนกันกับโลกทั้งใบและโลกทั้งใบก็เป็นเหมือนกันกับส่วนๆหนึ่ง
ยูอิลฮานได้กลับมาที่เมืองพร้อมกับสมาชิกตั้งต้นของเขา แน่นอนว่ามังกรที่ได้อาศัยอยู่ในเมืองก่อนหน้านี้ก็อยู่ด้วยเช่นกัน มีบางส่วนที่บอกว่าอยากที่จะไปสำรวจรอบๆโลกและกางปีกบินออกไป
“เป็นปรากฏการญ์ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ…” “มิเรย์ ฉันเห็นต้นไม้ที่ต้นใหญ่กว่าตึก 63 หลังซะอีกนะ ผู้คนอาจจะตัดมันทิ้งไปเพราะมันบังแสงแดดก็ได้ น่าเศร้าจังเลยเนอะ…” “แทนที่เธอจะไปห่วงเรื่องต้าไม้ยักษ์ถูกตัด เธอควรจะกังวลว่าต้นไม้ยักษ์แบบนี้มันโตขึ้นมาได้ยังไงมากกว่านะ?”ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆและอธิบายให้เพื่อนๆของเขาที่พูดไม่ออกได้ฟัง
“อินเทอร์เน็ตก็น่าจะใช้งานได้เหมือนกันนะ” “ช่วยอธิบายให้มันมีหลักการณ์มากกว่านี้ได้ไหม?” “ถ้าเธออธิบายหลักการณ์ของมานาให้ฉันได้ ฉันก็จะอธิบายให้เธอได้เหมือนกัน” “ถ้างั้นช่วยอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายหน่อยได้ไหม?”“โลกทั้งโลกได้อยู่ในบาเรียของนาฬิกาทรายแห่งกาลเวลา ไม่ว่าเวลาภายในบาเรียนี่จะผ่านไปนานแค่ไหนมันก็จะเป็นแค่พริบตาเดียวเมื่อเราออกไป นี่มันต่างไปจากในตอนที่ฉันถูกทิ้งเอาไว้”“อ่อ”“ถูกทิ้ง…?”
ยูอิลฮานกับเลียร่าได้คุยล้อเล่นตามปกติของพวกเขา แต่ว่าคังมิรเย์ได้แสดงความสงสัยออกมาทันที นายูนาก็ยังเงยหูขึ้นมา
จริงๆแล้วพวกเธอยังไม่เคยได้ยินเรื่องราวในอดีตของยูอิลฮานจนครบเลย สิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่ยูอิลฮานปะทะด้วยต่างก็รู้กันหมดว่าเขาได้ถูกทิ้งเอาไว้เป็นพันปี เพราะงั้นพวกนั้นก็เลยไม่ได้ตกใจในจุดๆนี้ แต่ว่าคนส่วนใหญ่ที่นี่ยังไม่ได้รู้กัน
“นี่ลูกสบายดีนะ?”
คิมเยซอลได้สังเกตว่ายูอิลฮานได้เริ่มพูดถึงเรื่องนี้ด้วยความตั้งใจของตัวเองทำให้เธอมองไปที่เขาด้วยสายตาเป็นห่วง ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้หยักหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆ
“ถ้าเก็บเป็นความลับเอาไว้ตลอดมันก็คงไม่ดีจริงไหมล่ะ แล้วก็ทุกๆคนที่นี่ก็มีคุณสมบัติควรที่จะได้รู้กันอยู่แล้วด้วย มันคงจะแปลกที่บางคนรู้ในขณะที่บางคนไม่รู้นี่นา การถูกทิ้งไว้มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีเลย ฉันรู้เรื่องนี้ดีเพราะว่าอารมณ์นี้คือสิ่งที่ฉันได้เจอมาตลอดทั้งชีวิต”
จริงๆแล้วเหตุผลที่ยูอิลฮานกล้าจะพูดถึงเรื่องที่เขาถูกทิ้งต่อหน้าทุกๆคนนั่นก็เพราะ…
“ฉันมีความกล้าขึ้นมาแล้ว ฉันรู้สึกว่าการบอกเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟังมันไม่ได้แย่อะไรแล้ว เพราะแบบนี้… ฉันก็เลยอยากจะเล่าให้ทุกคนได้รู้”“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกัน”“ฉันด้วย ฉันสงสัยเรื่องของนายมาตลอดเลย ฉันรอให้นายพูดมาตั้งนาแน่ะ!”“…”คิมเยซอลรู้สึกอึดอัดและเงียบลงไป อารมณ์ของแม่ที่ได้เห็นรู้ชายเติบใหญ่ขึ้นมาโดยที่เธอไม่ได้ช่วยอะไรเลยนี่มัน
“แล้วก็นะ”
ยูอิลฮานได้เสริมออกมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่นด้วยความกลัวว่าแม่ของเราจะร้องไห้ออกมา
“ตอนนี้พวกเรามีเวลาอยู่อีกตั้งเยอะแล้ว เราจะมาเตรียมบทส่งท้ายแล้วก็ตอนพิเศษ บวกกับซีซั่นสองด้วยไปเลยเป็นไง?”“ฉัน! ฉัน! ฉันอยากจะให้ซีซั่นสองเป็นเรื่องราวของลูกฉันกับนาย”ในระหว่างที่นายูนากำลังถูกเลียร่าลงโ?ษนี้เอง ยูอิลฮานก็ได้เดินไปที่ป้อมปราการลอยฟ้าที่อยู่ภายในเมืองลอยฟ้า
ไม่สิ ก่อนหน้านั้นยูอิลฮานได้ใช้ประกาศิตกับมอนสเตอร์โดยเฉพาะทำให้พวกมันจะไม่สามารถโจมตีมนุษย์ก่อนได้
“นี่มันจะโกงไปแล้ว!?”“การที่มอนสเตอร์ไม่ก้าวร้าวจะทำให้จิตใจของผู้เล่นผ่อนคลายเสมอ ฉันได้ตั้งความคิดเอาไว้เกี่ยวกับสิทธิในการมีชีวิตรอดกับมอนสเตอร์แล้ว”“นายนี่ไม่เคยเปลื่ยนความคิดเลยจริงๆนะ!”ในจุดนี้เขาไร้ยางอายจนมาถึงจุดที่ทำให้ตัวเขาเองเท่ไปแล้ว! ยูอิลฮานได้พาพรรคพวกที่พูดไปออกของเขาไปในห้องรับแขกที่อยู่ภายในป้อมปราการลอยฟ้า
เพียงโบกมือครั้งดเยวก็มีชาน้ำร้อนมาอยู่ขางตัวเขาแล้วก่อนที่เขาจะเทชาให้กับคนอื่นๆ ยูอิลฮานได้จิบชาลงไปและสูดหายใจเฮือกใหญ่
“ถ้างั้น… ฉันคิดว่าฉันคงจะต้องเริ่มตั้งแต่ตอนที่เกิดมหาภัยพิบัติขึ้นบนโลกเลยสินะ”“ไม่ใช่ว่ามันเป็นก่อนหน้านั้นหรอกหรอ!?”“ก่อนมหาภัยพิบัติฉันก็เป็นคนปกติ… พูดให้ฉันหน่อยก็พวก… สันโดษนั่นแหละ”