ตอนที่ 347
บทที่ 347 ยาพิษเรื้อรัง
October 28, 2026
เสียงของถนิตฟังแล้วใจเย็นมาก แต่น้ำเสียงไม่สามารถต่อรองได้
ท่านเฉลิมสิทธิ์เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว นี่ถนิตไม่ได้กำลังปรึกษาเขา แต่ตัดสินใจไปแล้วต่างหาก
สีหน้าเขาเย็นชา “ไม่ไป”
“ผมไม่ได้ปรึกษาคุณครับ” อย่างที่คิดไว้ ถนิตพูดอย่างนั้น “ให้พ่อบ้านไปติดต่อโรงพยาบาลแล้ว”
ท่านเฉลิมสิทธิ์โกรธจนหน้าเริ่มแดง “แกอยากทำให้ฉันโกรธจนตายเลยใช่ไหม! ยุ่งกับฉันอีกทำไม!”
ตอนนี้เขากำลังโกรธ ถนิตก็ไม่เถียงกับเขา แค่นั่งเก้าอี้ช้าๆ มองคุณท่านอย่างสบายๆ
ยิ่งถนิตสงบนิ่งมากเท่าไร ในใจท่านเฉลิมสิทธิ์ก็ยิ่งโกรธมากเท่านั้น ทั้งๆ ที่เขาเป็นผู้ใหญ่ ถูกหลานชายตัวเองกดดันให้ทำสิ่งต่างๆ ได้ยังไง?
คิดถึงตรงนี้ ท่านเฉลิมสิทธิ์กำลังจะพูด จู่ๆ นีรชาก็เปิดประตูเดินเข้ามา
นีรชาตกตะลึงกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามอย่างไม่เข้าใจ
ถนิตส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”
นีรชาขมวดคิ้ว แล้วมองท่านเฉลิมสิทธิ์อีกครั้ง
แต่เห็นสีหน้าคุณท่านยังแดงแจ๋ด้วยความโกรธ เหมือนไม่มีเรื่องอะไรที่ไหนกันล่ะ
แต่สถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะที่จะถามอะไรมาก นีรชาจึงแค่เก็บความสงสัยในใจตัวเองไป
รถโรงพยาบาลมาถึงอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ท่านเฉลิมสิทธิ์จะไม่ยินยอม แต่สุดท้ายก็ถูกนำขึ้นรถไปโรงพยาบาล
มาถึงโรงพยาบาล ท่านเฉลิมสิทธิ์ถูกเข็นไปตรวจทันที ตอนนี้สุขภาพเขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ ต้องหาอาการป่วยให้เจอถึงจะรักษาตามอาการได้
ตอนท่านตรวจอยู่นีรชากับถนิตนั่งอยู่ข้างนอกด้วยกัน นันท์นรีไม่มาอยู่แล้วเนื่องจากก่อนหน้านี้โดนนีรชาพูดจากระแทกแดกดันใส่แบบนั้น ส่วนถวัลย์ต้องไปทำธุระเกี่ยวกับตระกูลวัชรเดชานนท์ก็เลยไม่มาเช่นกัน
ดังนั้นที่โรงพยาบาลจึงมีแค่พวกเขาสองพี่น้อง
ระหว่างกระบวนการรอคอย นีรชาก็ได้รับสายจากรสิกา
ในตอนนั้นถนิตไม่อยู่เพราะไปสูบบุหรี่ที่ห้องสำหรับสูบพอดี
“สุขภาพคุณปู่เธอเป็นยังไงบ้าง?” ในโทรศัพท์ รสิกาถามขึ้นเสียงเบา
“โดนพี่ชายฉันบังคับให้มาโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้กำลังตรวจอยู่ ยังไม่มีผลออกมาค่ะ” นีรชาพูด
“ไม่ต้องกังวลมากนะ ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอก” รสิกาพูดปลอบ
ที่จริงรสิกาก็รู้ ท่านเฉลิมสิทธิ์อยู่ในวัยนี้แล้ว สุขภาพมักจะเกิดปัญหาบ้าง ไม่ใช่ว่ายาจะรักษาได้
“ฉันรู้……” นีรชาถอนหายใจ ก็ไม่รู้ควรพูดอะไรดี
ถนิตกลับมาพอดี นีรชาส่งโทรศัพท์ให้เขา “พี่รุ้งโทรมา”
ถนิตตกตะลึง ก่อนจะยกมือขึ้นรับมา
“ฮัลโหล”
“ไม่มีอะไร แค่อยากถามว่าเป็นยังไงบ้างเฉยๆ” รสิกาพูด
“อืม” ถนิตตอบเบาๆ “จะมาเมื่อไร?”
งานแต่งติรณาก็อีกไม่นานแล้ว
“ใกล้แล้ว อีกสองสามวัน” รสิกาส่งชุดแต่งงานให้ติรณาแล้ว ตอนนี้นอกจากเตรียมชุดราตรีอีฟแล้ว ก็ไม่ค่อยยุ่ง
“ตอนมาโทรหาฉันด้วยนะ ฉันจะไปรับเธอ” ถนิตพูด
“รู้แล้ว” รสิกายิ้ม ลังเลสักพัก เธอพูดขึ้นอีกครั้ง “เรื่องปู่นาย นายไม่ต้องทุกข์ใจเกินไปนะ”
ตอนนี้ไม่ว่าทักษะทางการแพทย์จะก้าวหน้าแค่ไหน ก็รักษาคนแก่ตายไม่ได้ รสิกากลัวถนิตจะรู้สึกผิดในใจ