ตอนที่ 509
บทที่ 509 ช่วยชีวิตกลับมาได้แล้ว
October 28, 2026
นีรชารู้สึกว่าบนโลกใบนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ฝันร้าย และไม่ใช่การตื่นขึ้นมาจากฝันร้าย แต่เป็นการตระหนักได้ว่ามันคือเรื่องจริงต่างหาก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเมื่อเธอลืมตขึ้นา เธอพบว่าตัวเองถูกขังอยู่ในตู้แช่แข็งรวมกับซากศพ!
ปริมาณออกซิเจนที่นี่บางเบามาก และอุณหภูมิก็เย็นกว่าหิมะโปรยปรายที่ปกคลุมไปทั่วพื้นดินข้างนอกอยู่หลายองศา
ไม่แปลกใจเลยที่เธอไม่สามารถขยับได้ในขณะที่เธอกำลังดิ้นรนในความฝันก่อนหน้านี้ และยังรู้สึกว่าตนเองหายใจไม่ออก ที่แท้ทั้งหมดนี้เป็นเพราะถวัลย์นำเธอมาใส่ไว้ในตู้แช่แข็งนี่เอง!
นีรชาหายใจหืดหอบอย่างช่วยไม่ได้ กระนั้นเธอยังต้องบังคับตัวเองให้นิ่งลง และไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเฮือกใหญ่อีก
ด้านในนีhมีออกซิเจนเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ถ้าเธออยู่รอจนกว่าถนิตจะตามตัวเธอเจอไม่ไหวล่ะก็ เธอก็อาจจะตายอยู่ที่นี่ โดยที่ไม่มีใครรู้ก็ได้…
เมื่อคิดได้ถึงตรงนี้ นีรชาก็รู้สึกว่าหัวใจของตนเองนั้นโศกเศร้า
เธอรู้ว่าตนเองไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน แต่กลับไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องมาตายไปแบบนี้
อีกอย่าง เธอยังมีเรื่องมากมายที่อยากจะพูด ไหนจะบรู๊คอีก……
เมื่อนึกถึงบรู๊ค นีรชาก็รู้สึกว่าตนเองเศร้าใจจนอยากจะร้องไห้ แต่ทว่าพอมีความชื้นที่ปลายหางตาของเธอ มันก็กลับกลายเป็นน้ำแข็งไปในทันที
อุณหภูมิภายในต่ำเกินไปมากแล้วจริงๆ …หลังจากเอนกายอยู่ที่นี่สักพัก นีรชาก็รู้สึกว่าตนเองกำลังจะเป็นลมเพราะความหนาวเย็นเข้าแล้ว
เธอเอามือปิดปากเพื่อเป่าลมหายใจ พยายามทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น แต่มันก็ไม่ช่วยเลยแม้แต่น้อย
เธอไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วตัวเองนอนอยู่อย่างนี้นานแค่ไหน เธอรู้สึกเพียงว่าสติของเธอเริ่มขาดหายลงเรื่อย ๆ เธออยากจะกัดปากตัวเองเพื่อเรียกสติ แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตัวเองไม่สามารถแม้แต่จะอ้าปากได้
ร่างกายของเธอ...แข็งทื่อไปแล้ว
……
ขณะที่นีรชาได้รับการช่วยเหลือ หัวใจของเธอก็หยุดเต้นไปแล้ว
นี่เป็นครั้งที่สองที่หัวใจของเธอหยุดเต้น และห่างจากครั้งสุดท้ายไม่นานนัก
แม้แต่ลอเรนซ์ที่มักจะไม่แสดงสีหน้ามากนัก ก็ยังเข้าห้องผ่าตัดด้วยสีหน้านิ่งเฉย และไม่พูดไม่จา
ขณะที่ถนิตรีบกลับมาที่โรงพยาบาล บรู๊คและรสิกาก็ยืนอยู่นอกห้องผ่าตัดด้วยกัน
เมื่อเห็นเขากลับมาแล้ว รสิกาก็รีบเข้าไปหาเขา “ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
ทั่วทั้งร่างของเขาเย็นเฉียบและมือของเขาก็เย็นราวกับน้ำแข็ง รสิการีบนำมือของเขามาวางบนฝ่ามือของเธอและลูบมัน พยายามทำให้ร่างกายของเขาอบอุ่นขึ้นบ้าง
“นีรชาเป็นอย่างไรบ้าง?”สิ่งที่ถนิตกังวลมีแค่เรื่องนี้เท่านั้น
“ยังช่วยชีวิตอยู่…”พอนึกถึงขณะที่ตนเองเจอตัวนีรชา รสิกาก็รู้สึกเศร้าจนพูดไม่ออก
ถนิตถอนหายใจยาว เขามองไปบรู๊คที่อยู่ไม่ไกล ริมฝีปากของเขาขยับกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ จู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
รสิกาเองก็รู้สึกถึงแรงสั่น เธอจึงปล่อยมือของเขาและเหลือบมองไปที่โทรศัพท์มือถือที่เขาหยิบออกมา
บนหน้าจอยังคงปรากฏเป็นเบอร์แปลก แต่ดวงตาของถนิตกลับเย็นชาเมื่อเห็นหมายเลขนั้น
รสิกาเดาอะไรบางอย่างออก
ตามคาดหลังจากที่ถนิตรับสายโทรศัพท์ คำแรกที่เขาพูดคือ
“ถวัลย์” น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่กลับเจือไปด้วยความโกรธอันรุนแรง
“มันเกินเวลาแล้ว” ถวัลย์กล่าวทางโทรศัพท์ “ฉันได้ยินมาว่าหัวใจเธอหยุดเต้นแล้ว”
ราวกับว่าเขาพูดเย้ยหยัน
แต่จากคำพูดของเขานั่นเองที่ทำให้ถนิตเข้าใจ พวกเขาหาตัวถวัลย์ไม่พบ แต่ถวัลย์กลับสามารถรู้ได้ถึงเคลื่อนไหวของพวกเขามาโดยตลอด
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือเขากำลังซ้อนตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้นั่นเอง
ไร้ร่องรอย ไร้วี่แวว
ถนิตกัดฟันอย่างแรงและกล่าวว่า “อย่าให้ฉันจับแกได้แล้วกัน ถวัลย์!”
ถวัลย์ต้องการเอาชีวิตของนีรชาหลายครั้งหลายครา หากจับตัวเขาได้เมื่อไหร่ บัญชีนี้ถนิตจะคิดอย่างสาสม!