ตอนที่ 522
บทที่ 522 เครื่องส่งสัญญาณเตือนพวกนั้น
October 28, 2026
ลอเรนซ์ไม่รับสาย บางทีอาจจะกำลังยุ่งอยู่
รสิกาโทรไปสายหนึ่งแล้วก็ไม่ได้โทรอีก ถ้าลอเรนซ์เห็นแล้วก็ต้องโทรกลับมาหาเธอเอง
สุดท้ายรสิกาก็นอนไม่หลับในค่ำคืนนี้ ทิมทิมเหนื่อยจนหลับไปกับอกเธอตั้งนานแล้ว ส่วนถนิตก็ไปจัดการเรื่องของสองพ่อลูกจิระศักดิ์แล้ว
รสิกาลืมตามาตลอดจนฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว พอเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมานิดหน่อยนั้น ก็ได้ยินเสียงของนีรชาดังลอยมาจากเตียงข้าง ๆ
เธอน่าจะตื่นแล้วมั้ง อาจจะปวดแผลจนตื่น
รสิกาวางทิมทิมที่อยู่ในอกไว้ข้าง ๆ เบา ๆ พอห่มผ้าให้เขาแล้วตัวเองถึงลงจากเตียงไป จากนั้นก็ร้องเรียกออกไปคำหนึ่งว่า “นีรชา?”
“พี่รุ้ง……?” นีรชาตื่นขึ้นมาแล้วจริง ๆ พอได้ยินเสียงรสิกาเธอก็อึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วถึงหันมองไปทางรสิกา
รสิกาเดินมาที่ข้างเตียงเธอ ยกมือขึ้นมาเปิดไฟบนหัวเตียงผู้ป่วย แสงไฟสลัวมาก ไม่ถึงขนาดทำให้แสบตา
พอเปิดไฟขึ้นมาแล้ว รสิกาก็เห็นใบหน้าที่ขาวซีดของนีรชา รสิกาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที “เธอรู้สึกยังไงบ้าง?”
นีรชาขมวดคิ้วอยู่ตลอดไม่ได้คลายออก “คอแห้งนิดหน่อย……”
“รอเดี๋ยวนะ……” รสิกาเอื้อมมือไปเทน้ำ ยังดีที่ก่อนถนิตจะออกไป ได้ตักน้ำมาไว้ที่นี่ให้เธอหน่อยหนึ่งแล้ว
เธอประคองศีรษะนีรชาขึ้นมาให้เธอดื่มน้ำไปเล็กน้อย
“พี่รุ้ง พวกพี่ไม่เป็นไรใช่ไหม?” พอนีรชาดื่มน้ำไปแล้วน้ำเสียงก็ฟังดูชัดมากขึ้น ไม่ได้แหบแห้งเหมือนอย่างตอนแรกแล้ว
“ฉันไม่เป็นไร แต่เธอนะซิ ทำไมถึงได้โง่แบบนี้……” พอรสิกานึกถึงภาพที่นีรชาถูกถวัลย์แทงจนบาดเจ็บไปต่อหน้าต่อตาตัวเองแล้ว ในใจก็ยังรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
“โชคยังดีที่ฉันเป็นคนโดน……” นีรชาคลี่ยิ้มขึ้นมาอย่างไร้เรี่ยวแรงทีหนึ่ง “ถ้าคนโดนคือพี่ ชีวิตนี้ฉันก็คงไม่มีวันรู้สึกสบายใจแน่”
“นี่เธอหมายความว่ายังไงกัน?” รสิกาได้ยินแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา “อย่างกับว่าเธอเป็นคนโดน แล้วฉันจะสบายใจได้อย่างงั้นแหละ?”
นีรชารีบยิ้มอย่างรู้สึกผิดขึ้นมา “ฉันเป็นคนพูดไม่คิดเอง พี่รุ้งอย่าโกรธเลยนะคะ……”
เธอก็แค่กำลังคิดว่า ในเมื่อไม่รู้ว่าตัวเองจะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน การได้ช่วยรสิกาไว้ก็ถือว่าเป็นการช่วยได้ช่วยถนิตทำอะไรบ้าง
หลายปีมานี้มีแต่ถนิตและรสิกาคอยปกป้องเธอมาตลอด มาวันนี้มันควรถึงตาเธอบ้างแล้ว
“เธอเกือบจะทำให้ฉันตกใจตายแล้ว……” ขอบตาของรสิกายังแดงอยู่ “คราวหน้าห้ามบุ่มบ่ามแบบนี้อีกนะ”
“รู้แล้วค่ะ” นีรชายิ้มขึ้นมาเล็กน้อย “แต่ว่าคงจะไม่มีคราวหน้าแล้วมั้งคะ พี่ชายหนูจับตัวเขาได้แล้วใช่ไหมคะ?”
“อืม จับได้แล้ว” รสิกาพยักหน้าเล็กน้อย “จากนี้ไปก็ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าถวัลย์จะแอบทำอะไรลับหลังอีกแล้ว”
ถวัลย์แอบซ่อนตัวอยู่ข้างหลังมานานขนาดนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระแวงมาตลอด มาวันนี้เขาโดนจับแล้ว พวกเขาก็จะได้นอนหลับกันดี ๆ สักที
“ดีจังเลย……” นีรชาได้รู้สึกโล่งใจไปสักที “ฉันโดนแทงก็ไม่เสียเปล่าแล้ว”
พอได้ยินคำพูดนี้ของเธอ รสิกายังอยากพูดอะไรอีก อยู่ ๆ ในสมองของเธอก็มีเสียงคำพูดที่หมอพูดในตอนนั้นดังขึ้นมา
รสิกาเงียบขรึมไปครู่หนึ่ง แล้วลองถามขึ้นมาว่า “นีรชา เธอรู้สึกไหมว่าตั้งแต่ที่ผ่าตัดที่อเมริกาเมื่อคราวก่อนแล้ว ร่างกายของตัวเอง มีอะไรแตกต่างไปหรือเปล่า?”
“ทำไมเหรอคะ?” จิตใจของนีรชากระตุกวุบไปทีหนึ่ง แต่ยังคงพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองเอาไว้
“เมื่อกี้หมอบอกว่ามีเรื่องแปลก ๆ บางอย่าง……” รสิกาเองก็ไม่รู้ว่าควรจะอธิบายกับนีรชายังไง อย่างกับว่าเรื่องพวกนั้นพูดยังไงก็พูดกันไม่ชัดเจน “เขาบอกว่าโครงสร้างร่างกายของเธอ ดูเหมือนจะไม่เหมือนกับของคนทั่วไป……”
ตอนนั้นนีรชาเสียเลือดไปเยอะมากแค่ไหน รสิการู้ดีที่สุด เสื้อผ้าชุดที่เธอเปลี่ยนทิ้งไปนั้นก็คงจะใส่ไม่ได้อีกแล้ว ถึงแม้ว่าจะเอาไปซักก็คงจะซักคราบเลือดบนนั้นไม่ออกแล้ว
ตอนนั้นที่รสิกาเป็นกังวลขนาดนั้นก็เพราะเรื่องนี้ด้วย ถ้าเป็นคนธรรมดาเสียเลือดไปมากขนาดนั้น คิดว่ายังมาไม่ถึงโรงพยาบาลก็คงจะเสียชีวิตไปแล้ว
แต่นีรชากลับไม่ใช่……
หมอยังบอกว่าเธอได้รับบาดเจ็บตรงจุดสำคัญ แต่กลับไม่เป็นอะไร
“โครงสร้างร่างกายฉันไม่เหมือนคนทั่วไปยังไงเหรอคะ”
นีรชาหัวเราะเบา ๆ ขึ้นมาสองคำ “พี่รุ้ง พี่อย่าทำให้ฉันกลัวซิ……”