ตอนที่ 70
71
October 28, 2026
“งั้นวันเสาร์นี้นะคะ ที่คฤหาสน์เกรซ” เมลิสสารีบเสนอ เพราะได้ข่าวว่าบรรดาคุณปู่คุณย่าทั้งหลายก็นัดมาเจอกันที่คฤหาสน์ในวันเสาร์ เพื่อจะทำกิจกรรมสนุกๆ กับเหล่าทายาทตัวน้อย
“ได้ค่ะ / ตามนั้น / เยี่ยมไปเลย” สามสาวพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“โอเค! งั้นฟ้าขอตัวไปดูงานที่ด้านหลังเวทีก่อนนะคะ” ฟ้ารดาเอ่ยเมื่อเห็นคนสนิทเดินมาตาม
“ค่ะ / แล้วเจอกัน / สู้ๆ จ้า”
สามสาวพากันโบกมือให้ ก่อนจะหันมาคุยกันเรื่องกิจกรรมและพัฒนาการของเด็กๆ ที่ค่อนข้างจะเรียนรู้เร็วจนน่าแปลกใจ ทั้งเล่นเปียโน กีต้าร์ กลอง ร้องเพลง แถมยังพูดได้ถึง 5 ภาษาไทย-อังกฤษ-รัสเซีย-ผรั่งเศสและอิตาลี จนใครต่อใครต่างก็ทึ่งไปตามๆ กัน
“สวัสดีค่ะคุณมิรา คุณมิกิ คุณพิม” เอมเบอร์ที่มาถึงงานเมื่อชั่วโมงก่อนและดื่มไปพอสมควร เดินเข้ามาทักทายสามสาวที่นั่งอยู่ในโต๊ะวีไอพีด้วย สีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะทำเนียนนั่งลงข้างๆ กับสาวที่ทำให้เธอพลาดตำแหน่งสะใภ้บาร์เลนเซนต์ไปถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน
“สวัสดีค่ะ” เมลิสสาส่งยิ้มบางๆ ให้หญิงสาวอย่างรู้สึกแปลกใจนิดๆ
“สวัสดีค่ะคุณเอมเบอร์” แพรณาราเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะ พิมขอตัวก่อนนะคะ” พิมพลอยยิ้มก่อนจะรีบเดินไปหาสามีที่โบกมือเรียก
“พี่แพทเรียกพิมน่ะ” แพรณาราหันไปบอกเมลิสสาที่ทำหน้างงๆ
“ไม่ทราบว่าคุณมิราทำงานอะไรเหรอคะ?” เอมเบอร์เปิดประเด็น
“มิราเป็นเจ้าของร้านอาหารหลายแห่ง ทางตอนเหนือของประเทศไทยค่ะ” แพรณาราตอบแทนอย่างอดไม่ได้ ‘อย่าบอกนะว่ายัยนี่จะหาเรื่องมิรา?’
“ว้าว! มีกี่สาขาเหรอคะ” เอมเบอร์แสร้งถามต่อด้วยสีหน้าตื่นเต้น ‘หึ! แค่เจ้าของร้านอาหารเหรอ? กระจอกฉิบหาย!’
“เอ่อ...ตอนนี้มี 7 สาขาค่ะ” เมลิสสารับรู้ได้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านน้ำเสียงมาได้เป็นอย่างดี
“มิรา! ทำไมไม่บอกเรื่องโครงการที่กำลังจะสร้างวิลล่าล่ะ?” แพรณาราส่งยิ้มหวานให้เมลิสสาอย่างสื่อความหมาย
“เอ่อ...” เมลิสสาอึกอัก ไม่รู้ว่าสมควรจะพูดออกไปดีหรือไม่ เพราะโครงการที่สามีร่วมหุ้นสร้างวิลล่ากับบรรดาฟีนิกซ์คนอื่นๆ ในกลุ่ม กำลังผ่านเพียงขั้นตอนแรก คือการกว้านซื้อที่ดินที่เชียงใหม่ จำนวน 150 ไร่เท่านั้น
“แหม...คุณมิกิรู้ดีจังเลยนะคะ” เอมเบอร์หันไปจิกคนชอบเผือกอย่างรู้สึกหมั่นไส้
“รู้สิคะ! เพราะคุณคาเรนให้สามีของดิฉันเป็นคนออกแบบวิลล่าให้” แพรณารายกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ อย่างท้าทาย
“เหรอคะ?” เอมเบอร์มองอย่างไม่เชื่อ เพราะเธอยังไปมาหาสู่กับ เอลลีอยู่ตลอด หากคาเรนเทียจะสร้างวิลล่าที่ประเทศไทยจริง เธอก็ต้องรู้จากเอลลีไปแล้ว
“ใช่ค่ะ เห็นว่าวางงบเอาไว้ที่24-25 ล้านปอนด์” แพรณาราบอกตัวเลขของโครงการใหญ่ที่สุดแห่งปีที่สามีกำลังทำอยู่
“ว้าว! แล้วไม่ทราบว่าคุณมิราเรียนจบด้านไหนมาเหรอคะ” เอมเบอร์แสร้งตกใจ ก่อนจะวกกลับมาถามเรื่องส่วนตัว
“เอ่อ...ไฮสคูลค่ะ” เมลิสสารู้สึกมึนๆ งงๆ กับคำถามของอีกฝ่าย
“เรียนจบแค่ไฮสคูลเท่านั้นหรอกเหรอคะ โอพระเจ้า! ”เอมเบอร์เอ่ยทวนเสียงดัง ก่อนจะหัวเราะขึ้นด้วยสีหน้าขบขัน
“ค่ะ” เมลิสสารู้สึกอายและชาที่หน้าอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นผู้คนที่นั่งอยู่โต๊ะรอบข้าง ต่างพากันมองมาที่เธอ
“แหม...ฟังดูแล้วช่างคู่ควรกับคุณคาเรนจังเลยนะคะ” เอมเบอร์เอ่ยเยาะ พร้อมกับจ้องมองศัตรูหัวใจ ที่กำลังนั่งน้ำตาคลอหน่วยอย่างรู้สึกสะใจ
“การที่คุณเอมเบอร์เกิดมาในครอบครัวที่ฐานะร่ำรวย ได้เรียนในโรงเรียนดีๆ มหาลัยดังๆ มีหน้าที่การงานที่ดี มีทุกๆ อย่างเพียบพร้อม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหัวเราะหรือดูถูกเหยียดหยามใครก็ได้นะคะ” แพรณาราต่อว่าอย่างไม่พอใจ
“ใช่ค่ะ! แล้วการที่คุณพูดเหน็บมิราว่าไม่คู่ควรกับพี่คาเรน คุณเอาอะไรมาวัดคะ ฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา หรืออะไร? ดิฉันว่าสิ่งเหล่านี้ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เพราะสุดท้ายแล้วมันจะมีแค่คนที่ใช่ กับคนที่ไม่ใช่เท่านั้น” พิมพลอยที่เดินมาทันได้ยินทุกๆ ประโยคก่อนหน้าเอ่ยขึ้นอย่างทนไม่ไหว
“ใช่จ้ะ!” มะลิฉัตรที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลังและฟังการสนทนามาได้สักพัก ก็หันมาเอ่ยสมทบตาม
“เอ่อ...ขอโทษค่ะ อะ..เอมเบอร์ไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้มิราขายหน้า ก็แค่...” เอมเบอร์ถึงกับตกใจเมื่อเห็นว่าใครโดดมาร่วมวงด้วย
“หนูทำไปแล้วจ้ะเอมเบอร์” มะลิฉัตรบอกก่อนจะเหลือบไปมอง เมลิสสาที่นั่งน้ำตาคลอหน่วยอยู่ ก็รู้สึกสงสารขึ้นมาจนจับใจ เพราะเธอเองก็เคยโดนดูถูกแบบนี้มาก่อน