ตอนที่ 402
บทที่ 404 นักเลียนเสียง
October 22, 2026
เฉี่ยนอินขายรับแล้วจึงพุ่งออกไปอย่างรีบร้อนอีกครั้ง หยุนชางมองร่างที่ว่องไวปราดเปรียวราวกับสายลมแล้วก็หัวเราะเบาๆ สูดหายใจครั้งหนึ่งแล้วจึงเอนกายลงบนเบาะนุ่มนั้น
เมื่อตื่นมาอีกทีก็เป็นยามเช้าแล้ว หยุนชางตกตะลึงเล็กน้อย ช่วงนี้นางไม่ได้หลับลึกเช่นนี้บ่อยนักเพราะจิ้งอ๋องไม่อยู่ นางรู้สึกไม่เคยชินจึงได้นอนไม่หลับอยู่หลายคืน นางมักตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยครั้ง วันนี้ช่างเป็นการนอนหลับแสนสบายที่หาได้ยากยิ่ง
"เฉี่ยนอิน..." หยุนชางร้องเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอยู่นาน นางขมวดคิ้ว เลิกผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้น ห้องด้านข้างเป็นห้องที่เฉี่ยนอินใช้นอน เพราะเกรงว่าเมื่อหยุนชางตื่นมาแล้วจะต้องการอะไร หากหยุนชางไม่ได้นอนกับจิ้งอ๋อง เฉี่ยนอินก็มักจะมานอนที่ห้องด้านข้างนี้ หยุนชางเดินไปดูที่ประตูแต่ด้านในกลับไร้เงาคน
กลับเป็นสาวใช้ด้านนอกที่เมื่อเห็นหยุนชางก็รีบเข้ามาทันที "พระชายากำลังหาพี่เฉี่ยนอินอยู่หรือเจ้าคะ?"
หยุนชางพยักหน้า สาวใช้คนนั้นจึงรีบเอ่ยว่า "เมื่อคืนพี่เฉี่ยนอินดูรีบร้อนมาก เข้ามาดูพระชายาอยู่หลายรอบ เมื่อเห็นว่าพระชายาหลับอยู่ตลอดจึงได้จากไปอีก นางได้กำชับข้าน้อยไว้ว่าหากพระชายาตื่นแล้วให้คอยปรนนิบัติพระชายาเจ้าค่ะ"
สาวใช้ผู้นี้เป็นผู้ที่มารับใช้นางหลังที่นางสมรสกับจิ้งอ๋องแล้ว ดูเหมือนนางจะชื่อเหออวิ้น? หยุนชางพยักหน้า "เข้ามาเถอะ"
เหออวิ้นรีบก้าวเข้าไป นางหาชุดกระโปรงสีขาวกับสีฟ้าที่เข้ากันแล้วจึงหันมาหาหยุนชาง "วันนี้พระชายาสวมชุดนี้เป็นอย่างไรเจ้าคะ?"
หยุนชางกวาดตามองอย่างเรียบเฉยแล้วพยักหน้าน้อยๆ เหออวิ้นจึงหยิบชุดนั้นมาแล้วค่อยๆ ช่วยหยุนชางแต่งตัวอย่างระมัดระวัง "ข้าน้อยเห็นว่าพระชายามักจะทำทรงผมที่ค่อนข้างเรียบง่าย เช่นนั้นหม่อมฉันจะเกล้าเป็นมวยเซียนโบยบิน*นะเพคะ" (*เป็นการเกล้ามวยสูงชนิดหนึ่ง ทำให้มวยผมที่เกล้าขึ้นไปตั้งยอดสูงนั้นแยกเป็นสองข้างคล้ายเซียนสาวที่กำลังโบยบิน สตรีชั้นสูงนิยมทำ โดยสตรีที่ทำทรงผมดังกล่าวมักถูกเปรียบเทียบเป็นดังเทพเซียนที่งดงาม)
หยุนชางตอบรับไปอย่างลวกๆ เหออวิ้นรีบหยิบหวีขึ้นมาเกล้าผมให้หยุนชาง ในขณะที่กำลังรวบผมอยู่ เฉี่ยนอินก็พุ่งเข้ามาราวกับพายุ เพียงแต่เมื่อเห็นว่าเหออวิ้นกำลังจะเกล้าผมให้หยุนชาง ปากที่กำลังจะอ้าเอ่ยอะไรออกมาก็ปิดลงและกลืนคำพูดนั้นลงไป
หยุนชางมองเห็นเฉี่ยนอินในกระจก เมื่อพินิจดูนางโดยละเอียดแล้วจึงเอ่ยว่า "เมื่อคืนเจ้าไม่ได้นอนหรือ?"
เฉี่ยนอินผงกศีรษะแล้วมองดูหยุนชางในกระจกพลางยิ้มจนตาหยี "เหออวิ้นเกล้าผมได้ไม่เลวเลย ดูฝีมือแล้วดีกว่าข้าตั้งเยอะเลย"
เหออวิ้นยิ้มอย่างเขินอายและไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
หยุนชางมองเหออวิ้นจากกระจกแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก "อืม มวยผมที่เฉี่ยนอินเกล้าให้นั้นแย่ที่สุดในบรรดานางกำนัลทั้งหมด คนที่เกล้าได้สวยที่สุดก็คือฉินยี"
เฉี่ยนอินเเลบลิ้นออกมา "รู้แล้วเพคะว่าพระชายารังเกียจหม่อมฉันเป็นที่สุด หม่อมฉันไม่มีฝีมือเท่าฉินยี แต่หม่อมฉันก็ร่าเริงน่ารักว่าฉินยีนะเพคะ"
หยุนชางเห็นมือของเหออวิ้นสั่นอย่างแรง ท่าทางกำลังกลั้นหัวเราะอย่างสุดกำลังจึงได้แต่ส่ายหัว "เจ้ามันหลงตัวเอง"
เมื่อเหออวิ้นเกล้าผมให้หยุนชางเรียบร้อยแล้ว หยุนชางก็โบกมือให้นางออกไปได้แล้วจึงเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "มีเรื่องอะไรที่ทำให้เจ้าไม่ได้นอนทั้งคืนหรือ?"
ดวงตาของเฉี่ยนอินเปล่งประกายชั่วครู่ นางรีบตอบว่า "เหตุผลที่พวกที่จับตาดูเรานอกจวนของเราหายไปกว่าครึ่งก็เหมือนเราเพคะ พวกเขาก็ไปหานักเลียนเสียงเช่นกัน นักเลียนเสียงในเมืองหลวงหากไม่ถึงหนึ่งพันคนก็คงมีถึงห้าร้อยคน หม่อมฉันกำลังคิดไม่ตกว่าจะไปหานักเลียนเสียงผู้นั้นอย่างไร แต่มีสายลับเห็นคนเหล่านั้นเข้าไปในตรอกหลิวสุ่ย ตอนที่ลอบติดตามไปก็เห็นว่าผิดปกตินัก ราวกับพวกเขาต้องการจะฆ่าคนปิดปากจึงเตรียมจะรีบเข้าไปช่วย แต่คิดไม่ถึงว่ามีคนพาเขาไปก่อนแล้ว สายลับซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ แอบฟังที่พวกเขาคุยกันได้ความว่าตอนนี้เจ้านายของพวกเขาไม่สะดวกและไม่สามารถให้คนจำนวนมากออกมาฆ่าเขาจึงได้แต่โยกย้ายให้พวกเขามาทำหน้าที่นี้แทน แต่คิดไม่ถึงว่านักเลียนเสียงผู้นั้นจะไม่อยู่แล้ว"