ตอนที่ 494
บทที่ 496 พบกันยามดึก
October 22, 2026
หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ลั่วชิงเหยียนก็ออกจากเรือนรับรองไป ส่วนหยุนชางอ่านหนังสืออยู่ที่เรือนรับรองต่อ เมื่อยามเย็น เรื่องที่หยุนชางสั่งให้สายลับไปตรวจสอบเมื่อเช้านี้ก็ได้ผลตอบรับแล้ว
"จวนอ๋องเจ็ดมีการคุ้มกันแบบเคร่งในอ่อนนอก ยากที่สายลับจะแอบเข้าไปได้ เพียงแต่ สายลับพบว่า เหมือนว่ายังมีคนอื่นๆ ที่กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่เช่นกัน หม่อมฉันได้สั่งให้สายลับระวังคนอีกกลุ่มหนึ่งให้ดี พวกเขาเป็นคนในพระราชวัง และเมื่อคนเหล่านั้นเข้าไปในพระราชวังแล้ว สายลับจึงได้ส่งสารไปยังหัวหน้าเฉียนเฉี่ยน หัวหน้าเฉียนเฉี่ยนก็ได้ส่งคนไปติดตามและพบว่า พวกเขาวนอยู่รอบๆ หอพระที่อยู่ในพระราชวังอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงจากไป" เฉี่ยนอินกล่าวด้วยเสียงต่ำ
มือหยุนชางที่ถือแก้วชาไว้ก็กำแน่น ภายใต้รอยยิ้มของนางนั้นเผยความเย็นชาออกมาเล็กน้อย "นางจริงๆ ด้วย"
เฉี่ยนอินได้ยินเช่นนี้ก็อ้าปากราวกับว่าจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็มิได้พูดอะไร นางก้มหน้าลง แววตาของนางจ้องมองไปที่แขนขวาของตัวเองที่ว่างเปล่า
"ข้าไม่มีความคั่งแค้นอะไรกับนาง แต่นางกลับมุ่งเป้าลงมือกับข้าก่อน เช่นนี้ข้าคงจะปล่อยไปเฉยๆ มิได้แล้วล่ะ" หยุนชางพูดอย่างเฉยเมย "คืนนี้ข้าจะเข้าวังสักประเดี๋ยว เจ้าส่งสารไปให้หนิงเฉี่ยน ให้นางหาทางรับมือไว้"
เฉี่ยนอินตอบกลับ
หยุนชางเงยหน้ามองเฉี่ยนอิน ยิ้มและกล่าวว่า "มิต้องกังวลหรอก มีโอกาสให้เจ้าได้แก้แค้นด้วยมือของเจ้าเองอยู่แล้ว"
มีน้ำตาในดวงตาของเฉี่ยนอิน นางพยักหน้าเบาๆ "ทราบเพคะ"
หลังจากหยุดชั่วคราว เฉี่ยนอินก็พูดอีกครั้งว่า "ผู้หญิงในภาพวาดนั้น หม่อมฉันได้ให้สายลับไปสืบมาแล้วเพคะ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่มีผลใดๆ เพคะ คุณชายที่อยู่ตรอกซานชุ่นนั้นเป็นบุคคลลึกลับเช่นกันเพคะ ได้ยินมาว่าเขามาที่แคว้นเซี่ยเมื่อสามปีที่แล้ว และได้เปิดร้านขายยา ดูเหมือนว่าเขาจะมีมิตรเยอะนะเพคะ เพราะว่ามีคนที่แต่งกายดูดีราคาแพงมาเยี่ยมเขาอยู่ทุกๆ ช่วงเวลาเลยเพคะ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ทราบตัวตนของเขาเพคะ"
หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จเรียบร้อย ลั่วชิงเหยียนก็กลับมา หยุนชางบอกกับเขาว่าคืนนี้จะเข้าไปในพระราชวัง แต่ก็กล่าวแค่ว่ามีธุระที่ต้องไปพบหนิงเฉี่ยน ลั่วชิงเหยียนเตือนนางให้ระวังให้ดี จากนั้นก็ยอมให้นางเข้าวังไป
หยุนชางมิได้แปลงโฉม นางกำนัลที่มารับนางเฝ้าอยู่ที่ประตูวัง และนำเสื้อของนางกำนัลให้หยุนชาง หยุนชางนำไปเปลี่ยนในรถม้า จากนั้นก็ตามนางกำนัลนั้นเข้าไป องครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูวังได้หยุดพวกนางเอาไว้ นางกำนัลที่มารับนางก็ได้ยื่นป้ายหยกให้ทหารเฝ้าประตูวังดู ผู้เมื่อทหารเห็นว่าเป็นป้ายหยกของเซียงกุ้ยผิดจึงมิได้ตรวจสอบกระไรมาก และปล่อยพวกนางเข้าไป
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่มาก หยุนชางจึงไปพูดคุยกับหนิงเฉี่ยนที่ตำหนักเซียงจู๋อยู่ครู่หนึ่ง และเมื่อเลยเวลายามจื่อไป นางจึงมุ่งตรงไปที่หอพระนั่น
เนื่องจากไทเฮาทรงโปรดการสวดมนต์ ฉะนั้นหอพระนั้นจึงตั้งอยู่ข้างๆ ตำหนักเฉียนหลิง และหลังจากที่ไทเฮาสิ้นพระชนม์ ตำหนักเฉียนหลิงก็เงียบลงอย่างมาก แม้แต่หอพระก็เริ่มจะดูเงียบและเยือกเย็นเล็กน้อย
หยุนชางเข้าใกล้หอพระด้วยความระมัดระวัง จากนั้นก็ได้ยินเสียงคนดังมาจากข้างในอย่างน่าตกใจ ดังมาพร้อมกับเสียงไอเล็กน้อย
หยุนชางเอนตัวพิงที่มุมกำแพง และเหมือนจะได้ยินเสียงของนางกำนัลดังขึ้นว่า "เหนียงเหนียง หม่อมฉันไปเตรียมน้ำอุ่นให้เหนียงเหนียงดีหรือไม่เพคะ ดื่มให้ชุ่มคอหน่อยเถิดเพคะ เสียงของเหนียงเหนียงนั้นแหบแห้งไปหมดแล้วเพคะ ในหอพระนี้ค่อนข้างหนาวเย็น เมื่อวานนี้ขันทีฝ่ายสำนักพระราชวังได้นำผ้าห่มมาส่งให้ เหตุใดเหนียงเหนียงจึงไม่ยอมให้หม่อมฉันรับไว้เพคะ?"
มีเสียงไอดังขึ้นอีก หลังจากนั้นครู่หนึ่ง หยุนชางก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นเบาๆ ด้วยความอ่อนโยนและแหบแห้ง อีกทั้งหอบเล็กน้อย "ไม่เป็นกระไรหรอก สิ่งที่ฮองเฮาต้องการ ก็มีเพียงได้เห็นข้าอยู่ไม่เป็นสุขมิใช่หรือ? ยิ่งข้าอยู่ไม่เป็นสุขเท่าใด นางก็จะมีความสุขมากเท่านั้น ข้าและนางเป็นบ่าวกับนายมานานหลายปี ข้าไอเพียงเล็กน้อย และพรุ่งนี้นางก็จะยิ่งได้ใจมากยิ่งขึ้น เป็นเช่นนี้ไม่ดีหรืออย่างไร?"