ตอนที่ 557
บทที่ 559 การคาดเดา
October 22, 2026
หยุนชางไม่คาดคิดว่าลั่วชิงเหยียนจะกล่าวเช่นนี้ นางตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตระหนักได้ว่าลั่วชิงเหยียนหมายความว่าอย่างไร จู่ๆ ก็หน้าแดงขึ้น นางยกมือขึ้นและตบไปที่ลั่วชิงเหยียนเบาๆ "พูดอะไรไร้สาระเนี่ย"
หลังจากพูดจบ นางก็หันไปนั่งบนเบาะ และคิดในใจว่า ลั่วชิงเหยียนหื่นกามมากขึ้นเรื่อยๆ นะเนี่ย ไม่อยากสนใจเขาแล้ว
ส่วนลั่วชิงเหยียนกลับเปลี่ยนสีหน้าจริงจังอย่างมาก และกล่าวด้วยความจริงจังว่า "ว่าแต่ เจ้าอยากรู้หรือว่าว่าเหตุใดองค์หญิงใหญ่จึงถูกเรียกตัวเข้าพบ"
หยุนชางอ้าปาก จากนั้นก็นึกถึงสิ่งที่ลั่วชิงเหยียนพูดมาด้วยความไม่สุภาพแล้ว จึงตอบด้วยความไม่สบอารมณ์ว่า "หึ" ที่จากนั้นก็หันหน้าไปอ่านหนังสือ มิได้สนใจเขาต่อ
"ท่านหลิ่วฮูหยินคิดว่าลูกสาวของตนเคยเป็นนางสนมสุดโปรดปรานของฝ่าบาท จึงได้เดินทางไปที่พระราชวัง แต่ระหว่างทางก็พบกับมือสังหาร มือสังหารมีจำนวนมาก ส่วนท่านหลิ่วฮูหยินพาแค่สาวใช้สองคนและบ่าวสี่คนไป ................" ลั่วชิงเหยียนพูดเบาๆ มิได้กล่าวกระไรต่อ เขาจ้องมองมาที่หยุนชาง
หยุนชางเมินเฉย และแอบยิ้มในใจว่าข้ารู้ว่าเจ้าหรืออ๋องเจ็ดนั่นแหละเป็นคนส่งคนช่วยท่านฮูหยินหลิ่วเอาไว้ อีกทั้งยังปกป้องนางจนเข้าพระราชวังไป อยากจะชวนข้าคุยหรือ ฝันไปเถิด!
จู่ๆ ลั่วชิงเหยียนก็เปลี่ยนเรื่องคุย "แต่สุดท้ายท่านฮูหยินหลิ่วก็มิได้พบฝ่าบาท"
หยุนชางตกตะลึงกับจุดเปลี่ยนที่กะทันหันเช่นนี้ นางเงยหน้าขึ้นและถามด้วยความประหลาดใจว่า "เพราะเหตุใดหรือ? นางเข้าพระราชวังไปแล้วมิใช่หรือ? หรือว่าเกิดกระไรขึ้นที่วังหรือ?"
ทันทีที่พูดจบ หยุนชางก็เห็นรอยยิ้มที่แผนสำเร็จของลั่วชิงเหยียน จากนั้นจึงรู้ตัวขึ้นมาได้ว่า นางหลงกลเขาอีกแล้ว หยุนชางโกรธเคืองในใจอยู่พักหนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้น ไหนๆ ก็เอ่ยปากแล้ว เช่นนี้ก็ถามทั้งหมดในทีเดียวเสียดีกว่า "คนที่ช่วยท่านฮูหยินหลิ่วไว้เป็นคนของเจ้าหรือ? เหตุใดท่านฮูหยินหลิ่วจึงมิได้พบฝ่าบาท? แล้วเหตุใดฝ่าบาทจึงเรียกตัวองค์หญิงใหญ่เข้าพบหรือ?"
ลั่วชิงเหยียนนั่งลงข้างๆ หยุนชาง แต่เขาดูไม่เหมือนหยอกล้อเหมือนก่อนหน้านี้ สีหน้าของเขาจริงจังขึ้นมาเล็กน้อย เขาดึงหยุนชางเอาไว้และกล่าวว่า " หลังจากที่ท่านฮูหยินหลิ่วเข้าวังไป ท่านก็จะตรงไปที่ตำหนักหารือ แต่ระหว่างทางก็พบหยุนกุ้ยเฟย หยุนกุ้ยเฟยดึงท่านฮูหยินหลิ่วเอาไว้และพูดคุยเรื่องๆ ต่างๆ อยู่ครู่หนึ่ง ท่านฮูหยินหลิ่วจึงมิได้ไปพบฝ่าบาท และหันหลังกลับไปที่จวนหลิ่วแทน"
หยุนชางอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง "หยุนกุ้ยเฟยพูดกระไรกับท่านฮูหยินหลิ่วหรือ?"
ลั่วชิงเหยียนส่ายหน้าเบา ๆ "คนของเราในวังเพียงแต่มองอยู่ไกลๆ แต่ไม่กล้าเข้าไปแอบฟัง ฉะนั้นจึงไม่ทราบว่าหยุนกุ้ยเฟยกล่าวกระไรต่อท่านฮูหยินหลิ่ว" ลั่วชิงเหยียนจับมือหยุนชางเอาไว้ กล่าวพร้อมหรี่ตาลง "เพียงแต่ว่า เป็นความจริงที่ท่านฮูหยินหลิ่วล้มเลิกความคิดที่จะไปทวงความยุติธรรมกับฝ่าบาทไปเพราะเหตุนี้ เจ้าค่อนข้างสนิทกับหยุนกุ้ยเฟย ข้าเกรงว่าต่อไปเจ้าต้องระวังเล็กน้อย อย่าเชื่อนางมากจนเกินไป"
หยุนชางครุ่นคิดสิ่งที่ลั่วชิงเหยียนกล่าวมาอยู่นาน จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัยว่า "เจ้าหมายความว่า เจ้าสงสัยว่าหยุนกุ้ยเฟยมีความสัมพันธ์บางอย่างกับองค์หญิงใหญ่หรือ?"
"ตอนนี้ข้าไม่สามารถสรุปเช่นนี้ได้ แต่ก็ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ ข้าส่งคนไปสืบหยุนกุ้ยเฟยแล้ว ก่อนหน้านี้หยุนกุ้ยเฟยเป็นธิดาของขุนนางชั้นใหญ่ในวัง บิดาของนางเป็นอดีตเจ้ากรมการคลัง หยุนกุ้ยเฟยมาสามารถปีนไต่ขึ้นมาสูงขนาดนี้ได้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับบิดาของนาง ต่อมาบิดาของนางถูกส่งตัวเข้าคุกเพราะทุจริตและสุดท้ายฆ่าตัวตายในคุก แม้จะเกิดเรื่องเช่นนี้กับบิดาของหยุนกุ้ยเฟย แต่ฝ่าบาทมิได้ลดตำแหน่งของหยุนกุ้ยเฟยเพราะเรื่องนี้ ทรงโปรดปรานนางเช่นเดิม อีกทั้งยังตามใจองค์หญิงเชียนหลิงอย่างมาก เพียงแต่หยุนกุ้ยเฟยเป็นคนที่วางตัวเก่ง หลังจากนั้นมานางก็อยู่แต่ในวังหยุนชี มิค่อยออกไปไหน และน้อยครั้งที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงภายในวังหลัง" ลั่วชิงเหยียนกล่าวพร้อมเอาคางท้าวไว้บนหัวของหยุนชาง