ตอนที่ 32
บทที่ 194 พลังการต่อสู้ที่น่ากลัว
October 31, 2026
หลังจากจบงานเลี้ยงที่จวนฉีอ๋องในคืนนี้ ฉีอ๋องก็เสด็จไปที่เรือนหอ
หลังจากเปิดผ้าคลุมสีแดงขึ้น และสั่งให้คนในเรือนหอถอยออกไปได้ เขามองที่ใบหน้ากลมๆ ของหยวนหย่งอี้แล้วพูดว่า "ข้าอยากจะคุยกับเจ้า"
หยวนหย่งอี้กระพริบตาและนวดคอ "ท่านอ๋องเชิญตรัสได้"
ฉีอ๋องกล่าวว่า "คืนนี้ ข้าจะไม่ค้างคืนที่นี่"
หยวนหย่งอี้ยื่นมือออกมาทาบอกของนาง รู้สึกโล่งใจอย่างมาก และกล่าวว่า "เช่นนั้นก็ดีนิ่งนัก"
ฉีอ๋องตกใจมาก "เจ้า...ไม่เศร้าหรือ?"
หยวนหย่งอี้ยืนขึ้น ถอดมงกุฎของนางออก เดินไปที่โต๊ะและนั่งลงเพื่อทานอาหาร "ข้าหิวจนแทบจะตายแล้ว ตลอดทั้งวัน ข้าได้ทานซุปแป้งฉีก(คล้ายก๋วยเตี๋ยว)ตอนแต่งตัวในช่วงเช้า ข้าหิวมาจนถึงตอนนี้ ช่างโหดร้ายเสียจริง"
ฉีอ๋องมองนาง และเห็นว่านางไม่ได้ไม่มีความสุขหรือเศร้าแม้แต่น้อย และเขาก็โล่งใจเล็กน้อย "ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ทานเถอะ ข้าขอตัวก่อน"
"ช้าก่อน" หยวนหย่งอี้วางตะเกียบลง แล้วพูด
หัวใจของฉีอ๋องนิ่งลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเขาจะผ่านมันไปไม่ได้ง่ายๆ และใบหน้าของเขาก็นิ่งลง
หยวนหย่งอี้มองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่เชื่อมสัมพันธไมตรี "เจ้ารู้จักพระชายาฉู่อ๋องดีใช่หรือไม่"
ฉีอ๋องขมวดคิ้ว "พอประมาณ ทำไมหรือ"
"เช่นนั้นถ้าเจ้าไปที่จวนฉู่อ๋อง เจ้าช่วยพาข้าไปด้วยได้หรือไม่?" หยวนหยงอี้มองเขาอย่างอ้อนวอน
"เจ้าจะไปทำอะไรที่จวน" ฉีอ๋องถามด้วยความสงสัย
"ไปพูดคุยสนทนากับพระชายาฉู่อ๋อง"
ฉีอ๋องมองนางแล้วพูดในใจว่า ผู้หญิงคนนี้เจ้าเล่ห์นัก นางถอยก่อนและบุกเข้าหา ถ้าออกไปกับนางตามลำพัง แน่นอนว่าจะเวลาอยู่ร่วมกันกับนางมากขึ้น ดูเหมือนว่านางก็เป็นคนไม่ง่ายเลยจริงๆ
เขาพูดอย่างแผ่วเบา "วันหลังถ้าข้าไป ข้าจะบอกเจ้า"
"พรุ่งนี้ไปหรือไม่"
"ไม่!"
หยวนหย่งอี้หงุดหงิด "แล้ววันมะรืนล่ะ?"
ฉีอ๋องพูดอย่างเย็นชา "วันมะรืนต้องกลับจวน(บ้านฝ่ายหญิง)มิใช่หรือ?"
"สามวันข้างหน้าล่ะ" หยวนหย่งอี้ถามอีกครั้ง
ฉีอ๋องสะบัดแขนเสื้อเดินออกไปอย่างเย็นชา "เจ้าอย่าบีบบังคับนัก ท่าทางการกินน่าเกลียด"
หยวนหย่งอี้ตกใจ ท่าทางการกินน่าเกลียด? ก็นางหิว! เวลาหิวต้องรักษาภาพลักษณ์ด้วย? นางเป็นลูกสาวจากจวนแม่ทัพ ปู่ของนางเป็นคนฝึกยุทธ และพ่อของนางเป็นชายใช้กำลัง ไม่ได้สนใจเรื่องเยี่ยงนี้ หยวนหย่งอี้ยังคงกินต่อไป
สาวใช้หมิงเยว่ที่ติดตามมาด้วย เข้ามาพร้อมน้ำตาที่พร่ามัว พูดด้วยเสียงเศร้าโศกกับหยวนหย่งอี้ว่า "คุณหนู ท่านช่างอาภัพเสียจริง คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของท่าน ท่านอ๋องกลับไม่ได้ค้างคืนในห้องของท่าน"
หยวนหย่งอี้ทำตามองบน กล่าวว่า "เขาไม่ได้ค้างคืนที่นี่ ก็นับว่าข้าอาภัพแล้วหรือ? นี่คือเหตุผลอะไรกัน? เขาตายข้าถึงอาภัพ...ก็ไม่ใช่ ถ้าเขาตายข้ายังคงสามารถแต่งงานใหม่ได้"
ถ้ามันไม่ใช่พระชายาฉู่อ๋องบอกแต่งกับฉีอ๋องเป็นชายารองนั้นดีล่ะก็ นางคงจะมิสนใจบัณฑิตที่อ่อนแออย่างฉีอ๋อง แค่ดูก็รู้ว่าเขาไม่มีพลังที่จะมัดไก่ เกรงว่าเขาจะไม่มีแรงแม้แต่จะร่วมหอด้วยซ้ำ แต่ว่า พระชายาฉู่อ๋องบอกว่าดี มันต้องดีแน่ๆ
...
หลังจากนั้นสองสามวัน ร่างกายของหยวนชิงหลิงก็ดีขึ้น และตามกฎแล้ว นางต้องเข้าวังถวายพระพร
อากาศเริ่มหนาวแล้ว การเข้าวังถวายพระพรต้องตื่นแต่เช้า เดิมอวี่เหวินฮ่าวไม่เห็นด้วย เพราะตอนนี้ถึงแม้นางไม่ไปถวายพระพร ก็ไม่มีใครพูดอะไร แต่ว่า หยวนชิงหลิงอยากจะไปเฝ้าไท่ซั่งหวง เป็นที่น่าเบื่อจริงๆที่จะอยู่แต่ในจวน มิสามารถไปไหนได้เลย บัดนี้อาการของหวายอ๋องคงที่แล้ว การให้ยาก็ให้เป็นเวลาสิบวันต่อครั้ง มิจำเป็นต้องไปบ่อยๆแล้ว ซีมามา ลู่หย่าและซวีอีติดตามนางไปที่วังด้วย
วันนี้นอกจากเหล่าพระชายาเข้าวังถวายพระพรแล้ว ยังมีก้าวมิ่งฟูเหริน(ภริยาของเหล่าขุนนาง)ถูกตามเข้าวังด้วย