ตอนที่ 41
บทที่ 203 รับอุปการะเด็กสาว
October 31, 2026
อวี่เหวินฮ่าวเดินมากล่าวคำทักทายฮูหยินอาวุโส เขาเพียงพูดคุยกับนางเพียงไม่กี่คำเท่านั้น
อาซื่อเดินตามออกมาเพื่อหยิบสัมภาระของตนเองที่รถม้า เมื่อหยวนชิงหลิงเห็นนางสะพายย่ามก็ถึงกับหัวเราะออกมาในทันที "นี่ข้าหลงกลเข้าแล้วหรือนี่?"
อาซื่อตอบอย่างร่าเริง "พระชายา หากท่านไม่รับเลี้ยงหม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะรออยู่ด้านนอกจนกว่าท่านจะยินยอมเลยล่ะเพคะ"
หยวนชิงหลิงยิ้ม นางยืนมองรถม้าเคลื่อนตัวจากไป แล้วหันมาพูดกับอวี่เหวินฮ่าว "วันนี้ทำไมกลับเร็วล่ะ?"
อวี่เหวินฮ่าวจูงมือนางปลีกตัวไปอีกทาง แล้วกระซิบข้างๆหูของนางว่า "คิดถึงเจ้า"
หยวนชิงหลิงยิ้มเล็กยิ้มน้อย คนบ้าคนนี้ นับวันยิ่งรู้จักใช้คำพูด
อวี่เหวินฮ่าวหันไปมองอาซื่อ พลางเย้าแหย่นางว่า "ตระกูลหยวนแวะมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียว นี่เจ้ายังรับเด็กชายตัวเล็กๆคนนี้มาดูแลด้วยหรือนี่?"
"ฮูหยินอาวุโสบอกให้นางมาอยู่เป็นเพื่อนข้า มามาเองก็เห็นชอบด้วย" หยวนชิงหลิงกล่าว
อวี่เหวินฮ่าวพยักหน้า "ฮูหยินอาวุโสช่างมีน้ำใจในการเสียสละครั้งนี้ยิ่งนัก"
หยวนชิงหลิงถึงกับตะลึง นางไตร่ตรองคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้ และแล้วนางก็ได้เข้าใจว่า การที่ฮูหยินอาวุโสมอบอาซื่อให้กับนางมิใช่เพื่อให้อาซื่อได้มาเล่าเรียนกับนาง หากแต่เป็นการส่งอาซื่อมาปกป้องนาง ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง นางสั่งให้ลู่หยาพาอาซื่อไปเก็บข้าวเก็บของ
หยวนชิงหลิงรินน้ำให้อวี่เหวินฮ่าว แล้วจึงเอ่ยถามด้วยความข้องใจ "จริงๆแล้วข้าก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ข้ากับหยวนฮูหยินเพียงเคยพบกันแค่ครั้งเดียว ทำไมทั้งตระกูลของพวกนางจึงมอบความสนิทชิดเชื้อให้ข้าได้มากถึงเพียงนี้?"
อวี่เหวินฮ่าวจึงได้อธิบายว่า "ฮูหยินอาวุโสเกิดที่อู่หลิน บรรดาลูกสะใภ้ของนางส่วนมากก็มาจากอู่หลิน คนที่นั่นเป็นคนที่ยึดถือคุณธรรมเป็นอย่างมาก ตอนที่เจ้าไปอยู่นอกเมือง เจ้าไม่ยึดถือยศตำแหน่ง ไม่รังเกียจความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ไม่กลัวอันตราย เจ้าช่วยเหลือผู้คนไปเป็นจำนวนมาก พวกนางจึงเทิดทูนเจ้ามากอย่างไรล่ะ"
"แค่นี้ก็ถึงกับเทิดทูนกันเลยหรือนี่?" หยวนชิงหลิงแปลกใจ การเทิดทูนเช่นนี้จะไม่ง่ายไปหน่อยหรือ? คนทำดีบนโลกใบนี้ยังมีอีกตั้งมากมาย
"พวกนางมองคนออก ผู้ใดมีหรือไม่มีจิตใจอันบริสุทธิ์ พวกนางสามารถดูออก สิ่งที่เจ้าได้ทำลงไปทั้งหมดในวันนั้น เจ้าทำเพื่อช่วยคน เจ้าจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ตอบแทน สมควรจะได้รับการเทิดทูน"
หยวนชิงหลิงหรี่ตา "คำพูดเหล่านี้ท่านคาดเดาไปเองหรือว่าเป็นความคิดที่ท่านคิดต่อข้ากันแน่?"
อวี่เหวินฮ่าวจ้องมองนางแล้วถอนหายใจ ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาก้มลง "คนอื่นน่ะตาบอด คิดว่ามองเจ้าออก แต่มีเพียงข้าที่รู้ว่า เจ้าน่ะเป็นคนใจแคบ ขี้อิจฉา ดุร้าย เป็นผู้หญิงที่มีแต่ข้อเสีย แต่ผู้หญิงแบบนี้ ข้ากลับมองเป็นดั่งอัญมณี เจ้าคิดว่าในชาติก่อนข้าคงจะทำกรรมเอาไว้เยอะเลยใช่หรือเปล่า"
หยวนชิงหลิงมองค้อนเขา "หากไม่มีสองประโยคส่วนหลัง วันนี้ข้ากับท่านถึงไหนถึงกันแน่นอน"
อวี่เหวินฮ่าวหัวเราะ เขาดื่มน้ำ แล้วพูดจาพึมพำ "จริงๆแล้วเจ้าเป็นคนดีมากๆ"
หยวนชิงหลิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน "ท่านว่าอะไรนะ?"
"ข้าบอกว่าอาหารที่กินที่กรมในวันนี้ดีมากๆ" อวี่เหวินฮ่าวตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
หยวนชิงหลิงตีเขาเบาๆไป 1 ที นางหัวเราะและถามว่า "ท่านจะชมข้าสักหน่อยไม่ได้เลยใช่ไหม? ผู้หญิงน่ะเขาก็ชอบฟังคำพูดดีๆทั้งนั้นแหละ"
"นั่นมันเป็นเรื่องเปลือกนอก!" อวี่เหวินฮ่าวไม่อยากพูดจาเอาอกเอาใจ
"แต่ว่าข้าชอบฟัง!" หยวนชิงหลิงไม่ยอม
อวี่เหวินฮ่าวมองหน้านาง เขาไม่รู้จะสรรหาคำพูดดีๆจากไหนได้เลย เขาพูดอย่างฝืนใจว่า "เจ้าช่างเป็นคนดีจริงๆ เจ้ารูปงามยิ่งนัก นิสัยก็ดีเลิศ ทำร้ายใครก็ไม่ทำให้เขาเจ็บปวด ตอนเจ้าหึงช่างน่ารักเป็นที่สุด"
หยวนชิงหลิงมองหน้าเขาอย่างฉุนเฉียว "พอเถอะ ท่านไม่ต้องชมข้ายังจะดีกว่าอีก ยิ่งฟังก็ยิ่งขนลุก"
"ข้าเน้นที่การกระทำมาโดยตลอด การที่ข้ารักคนๆหนึ่งจะต้องพูดออกจากปากด้วยงั้นหรือ?"
"ท่านเน้นการกระทำตรงไหน?" หยวนชิงหลิงมองเขาอย่างไม่พอใจ
สายตาของเขาเปี่ยมล้นไปด้วยความห่วงใยผูกพัน เขาลูบไล้ไปตามเส้นผมของนาง จ้องมองนางด้วยความเสน่หา แล้วจึงประกบปากนางในทันที......
"ปัง" เสียงประตูเปิดออก อวี่เหวินฮ่าวสงสัยว่าจะถูกถีบออกเสียด้วยซ้ำ
อาซื่อกระโดดโลดเต้นเข้ามาข้างใน นางกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "พระชายา หม่อมฉันจัดวางข้าวของเสร็จแล้ว ท่านมีสิ่งใดจะเรียกใช้หรือไม่?"
อวี่เหวินฮ่าวหันไปมองนางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม "ซวีอีเป็นพี่ชายเจ้าหรือ? เจ้าเป็นญาติพี่น้องกับซวีอีหรือไง?"
อาซื่องุนงงเล็กน้อย "ซวีอีคือใคร? เปล่านะเพคะ"
อวี่เหวินฮ่าวอารมณ์เสีย "ข้ากับพระชายามีเรื่องสำคัญต้องหารือกัน เจ้าเข้ามาทำอะไร? เจ้าจะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูเสียก่อน?"
อาซื่อตกใจ "นี่มันกลางวันแสกๆ ต้องเคาะประตูด้วยหรือ? ใช่แล้ว กลางวันแสกๆจะปิดประตูทำไมกัน? เปิดประตูไว้ไม่ดีหรอกหรือ? ห้องสว่างดีนะเพคะ"
อวี่เหวินฮ่าวโกรธมาก "ใช่ เปิดประตูสิ เจ้าออกไปก่อน ข้ามีเรื่องต้องคุยกับพระชายา" ง่ายไหมล่ะ? ง่ายไหมล่ะ? อาศัยจังหวะช่วงพักเที่ยงรีบบึ่งกลับจวนมาจู๋จี๋กับพระชายาของตัวเองสักประเดี๋ยวก็ยังไม่ได้ ทุกอย่างเป็นเรื่องง่ายหรือไม่ล่ะ?