ตอนที่ 49
บทที่ 211 วิ่งไปรอบๆ
October 31, 2026
"ทว่า ข้าวิ่งเข้ามา หลังจากที่หันหน้าไปด้านนอกประตู" อวี่เหวินฮ่าวที่ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น จึงรีบวิ่งเข้ามาในทันที อวี่เหวินฮ่าววิ่งเข้ามาจากด้านนอกห้องโถงอย่างรวดเร็ว "เช่นนั้น ข้าควรที่จะทิ้งดาบแล้วหนีไปก่อน ถึงค่อยวิ่งเข้ามาจากประตูด้านนอกงั้นหรือ ?"
"เจ้าก็ควรใช้วิชาตัวเบาสิ!" ในยามนี้กู้ซือรู้สึกผิดเล็กน้อย เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นนั้นเป็นเพราะเขาเห็นแก่อวี่เหวินฮ่าวมากไปจึงได้เปลี่ยนแผนการทั้งหมด ความรู้สึกตกใจในเรื่องนี้ทำให้อัจฉริยะเช่นเขากลายเป็นคนปัญญาอ่อนไปในทันตา
"ข้าใช้วิชาตัวเบาวิ่งไปทั่วตำหนักหมิงหัว โดยมิถูกองครักษ์สังเกตุเห็นเลยงั้นหรือ ?" อวี่เหวินฮ่าวถามอีกรอบ
กู้ซือมองไปที่อวี่เหวินฮ่าว พร้อมถามว่า "ไม่ใช่เจ้าจริงๆหรือ ?"
อวี่เหวินฮ่าวหยิบข้าเก้าอี้ตัวเมื่อครู่ที่ถูกเอามาทุบหัวตนเอง เอาไปเคาะที่หัวของกู้ซือในทันที"ใช้เท้าของเจ้าคิดก็ยังรู้เลยว่าไม่ใช่ข้า "
กู้ซือพลันผลักมือของอวี่เหวินฮ่าวออก พร้อมทั้งถอนกายใจออกมาอย่างแผ่วเบา พร้อมมองไปที่อวี่เหวินฮ่าวด้วยสีหน้าที่หมดหนทาง "ถ้าเช่นนั้น ทำอย่างไรกันดี ? ข้ายอมรับต่อหน้าองค์จักรพรรดิไปหมดแล้ว"
อวี่เหวินฮ่าวพลันพูดออกมาด้วยท่าทีบึ้งตึง "จะให้ทำเช่นไรได้ ? ถ้าไม่ตัดหัวก็คงใช้ห้าม้ายากร่าง อย่างมากก็คงต้องไปเจอกันโลกหน้าแล้วกระมัง เจ้าแค่ทำเป็นไม่รู้เรื่องก็แล้วมิใช่หรือ เหตุใดเจ้าถึงโง่เง่าเช่นนี้ ข้ารู้สึกอับอายเป็นอย่างมากที่ได้รู้จักกับเจ้า"
กู้ซือออกอาการไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทว่าก็เก็บคำพูดกลับลงไป พร้อมกล่าวว่า "คิดหาวิธีเสีย"
อวี่เหวินฮ่าวจึงกล่าวถามว่า "เจ้าเห็นคนที่หมุนกายออกไป ได้พาพระสนมซูผินไปด้วยหรือไม่ ?"
"ข้าแน่ใจว่าที่ข้ามองคือพระสนมซูผินไม่ผิดแน่ ทว่าเจ้า ไม่ใช่เจ้า เป็นบุรุษสุนัขตัวหนึ่ง ข้าเห็นเพียงแค่เขาทิ้งดาบลงพร้อมหันกายหนีไป มุมข้างของเขาเหมือนเจ้ามาก ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์ก็สวมใส่เหมือนกับสีน้ำฟ้าเฉกเช่นเสื้อผ้าอาภรณ์ของเจ้า"
อวี่เหวินฮ่าวพลันพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "ทั้งทหารองครักษ์ภายในใจวัง ล้วนแต่สวมใส่ชุดอาภรณ์ผ้าไหมสีน้ำฟ้า มีแค่กลุ่มหน่วยองครักษ์ส่วนพระองค์ของพวกเจ้าที่สวมใส่ไม่เหมือน "
กู้ซือพลันเหม่อออกไปครู่หนึ่ง "เหมือนจะเป็นเช่นนั้น"
อวี่เหวินฮ่าวพลางถลึงตามองกู้ซือด้วยความโมโห "สมองเจ้าพิการไปแล้วหรือ?"
คำพูดของหวนชิงหลิงคำนี้ใช้ได้ดีเสียจริง อีกทั้งยังเป็นการเปรียบเปรยลักษณะของกู้ซืออีก
กู้ซือพลันหมดหนทาง "ตอนนี้จะทำอย่างไรกันดี ? เจ้าต้องตรวจสอบความจริงของเรื่องนี้ เพื่อคืนความบริสุทธ์ให้ข้าด้วยเล่า"
อวี่เหวินฮ่าวจึงพูดกำชับออกมาว่า "เจ้าทำเช่นเดิม ไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลยสักคำ ข้าจะไปรายงานกับเสร็จพ่อเองว่ามิได้คำตอบอันใดกลับมา. เสด็จพ่อคงจะโมโหเป็นอย่างมาก หากแต่ ข้าจะไปหาพ่อของเจ้า เพื่อให้เขามาช่วยขอพระราชทานอภัยโทษให้เจ้าอีกแรง เกรงว่าคงจะช่วยประวิงเวลาให้ได้สักหนึ่งสองวันกระมัง ข้าจะไปตรวจสอบการเข้าออกของตำหนักของพระสนมซูผินเป็นอย่างแรก พระสนมซูผินย่อมรู้อย่างแน่นอน ว่าบุรุษผู้นั้นคือผู้ใด"
"นางเป็นบ้าไปแล้วจะไปพูดอันใดได้" กู้ซือครุ่นครู่ไปครู่หนึ่ง "อีกทั้ง หากเจ้าคิดจะให้พระสนมซูผินพูดถึงบุรุษผู้นั้นออกมา เจ้าจะไปรายงานกับจักรพรรดิอย่างไร ? ว่าถูกสวมเขาให้แล้ว จักรพรรดิท่านจะรับได้หรือ?"
การถูกสวมเขาให้นั้นถือเป็นสิ่งที่บุรุษเจ็บปวดใจเป็นที่สุด หากว่าในวันนี้โดนสวมเขาเข้าให้แล้ว เกรงว่าหัวของผู้อื่นคงจะไม่สามารถเอาไว้ได้ หากหัวคนตกพื้นเมื่อใด เกรงว่า คนในตำหนักพระสนมซูผินนั้นและผู้ที่มีอำนาจที่ใหญ่ที่สุดในตำหนักของพระสนมซูผิน จะได้ประสบคราวเคราะห์กันถ้วนหน้าเป็นแน่
อวี่เหวินฮ่าวขบคิดอยู่ครู่หนึ่ง แน่นอนว่าเขาต้องนึกถึงความเกี่ยวข้องระหว่างพระสนมเต๋อกับเรื่องนี้ เนื่องจากอวี่เหวินฮ่าวทั้งรักและให้ความเคารพพระสนมเต๋อผู้นี้เป็นอย่างมาก อีกทั้งนางก็ยังไม่มีบุตรชายหรือบุตรสาวอีกด้วย ถือได้ว่านางจะเป็นพระสนมคนโปรดของเสด็จพ่อเลยทีเดียว หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมานั้น พระสนมเต๋อย่อมต้องถูกลงโทษ เนื่องจากไม่สามารถควบคุมหรือดูแลเรื่องราวภายในตำหนักของตนให้ดี อีกทั้ง. หากมีคนในวังเต๋อซั่งทำเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆแล้วละก็ มิรู้ว่าจักต้องมีอีกกี่หัวที่ต้องหล่นลงพื้น
อวี่เหวินฮ่าวรู้สึกปวดหัวเป็นอย่างมาก
"ชั่งเถอะ เจ้าก็รอคอยอยู่ที่นี่เสีย กินดื่มอันใดรั้งรอไปพลางๆ" เมื่อพูดจบอวี่เหวินฮ่าวจึงหมุนกายจากไปทันที
กู้ซือจึงตบไปที่หัวตัวเองถึงสามครั้ง พร้อมถอนหายใจออกมา แล้วจึงบ่นกรนกับพระเจ้า เหตุใดถึงทำให้เขาต้องมาพบเจอกับเรื่องเช่นนี้กัน ?
อวี่เหวินฮ่าวจึงเดินทางไปที่จวนโหวเพื่อพบบิดาของกู้ซือ. บิดาของกู้ซือเมื่อรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว จึงรีบเตรียมตัวเดินทางเข้าวัง ทว่า เมื่อได้ยินข่าวคราวขององค์ชายแปดที่ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาจึงไม่กล้าเข้าวังไปขอพระราชทานอภัยโทษในยามนี้มากนัก เกรงว่าจะถูกจักรพรรดิกรุ่นโกรธเสียไม่สามารถร้องขอชีวิตให้กับบุตรตนเองได้
เมื่ออวี่เหวินฮ่าวเข้าพบท่านกู้โหวแล้วนั้น ก็มิกล้าบอกรายละเอียดไปมากกว่านั้น ได้แต่บอกเล่าเรื่องที่กู้ซือยอมว่าตนเองเป็นฆาตกร. อีกทั้งไม่ยอมกล่าวรับคำสารภาพอันใดออกมาอีกเลย