ตอนที่ 50
บทที่ 212 ต่อยจี้อ๋อง
October 31, 2026
เมื่ออยู่ด้านนอกนั้น จี้อ๋องจึงเรียกอวี่เหวินฮ่าวให้หยุด พร้อมกล่าวออกมาด้วยท่าทีเย็นชาว่า "กู้ซือกับน้องห้าเป็นสหายกัน เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับกู้ซือ น้องห้าคงจะไม่ปล่อยเขาไปใช่หรือไม่ ? แม้กระทั่งข้อแก้ตัวและคนที่อยู่เบื้องหลังก็เผยออกมาหมดแล้ว สุดท้ายแล้วคงมิใช่มีปีศาจจิ้งออกมาฆ่าคนใช่หรือไม่ หากแต่เป็นกู้ซือที่ถูกปีศาจจิ้งจอกทำให้หมดสติลง. เรื่องคงมิใช่เออกมาช่นนี้กระมัง ? หากเป็นเช่นนี้ได้เป็นที่ขบขันไปทั่วแน่"
"พี่ใหญ่!" อวี่เหวินฮ่าวมองไปที่จี้อ๋องด้วยสายตาโมโหถึงขีดสุด พร้อมทั้งยกกำปั้นของตนเองขึ้น "ท่านดูเสีย ว่านี่มันหมายความว่าอันใด"
จี้อ๋องพลันเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความเย็นชา "อย่างไร? เจ้าจะต่อยข้าหรือ? ต่อยสิ เจ้าต่อยข้าเลย เสด็จพ่อยังอยู่ในด้านใน"
กำปั้นก้อนใหญ่พลันกระแทกเข้ามาที่จมูกของจี้อ๋องในทันที ยังมิทันที่สติของจี้อ๋องกำลังจะกลับมา หัวสมองพลันมึนงงราวกับถูกสิ่งของอันใดฟาดเข้าให้ พร้อมทั้งหูที่อื้อขึ้นมา
ยามที่จี้อ๋องกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ขาอีกข้างหนึ่งพลันเตะออกไป อวี่เหวินฮ่าวจึงเตะไปที่หน้าแข้งขาของจี้อ๋อง ความเจ็บปวดนั้น ทำให้จี้อ๋องพลันกระโดกอดขาของตัวเองกระโดดไปมา พร้อมส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
ผู้คนรอบด้านพลันตกอกตกใจในทันที เมื่อได้สติแล้วพลันรีบวิ่งกรูเข้าไปจับอวี่เหวินฮ่าวแยกออกมา อวี่เหวินฮ่าวพลันยกมือขึ้นสองข้าง สื่อว่าเขามิได้ตอบโต้อันใด เมื่อเห็นว่าจี้อ๋องกระโดดจนเสร็จแล้ว พลันวิ่งเข้ามาหาอวี่เหวินฮ่าวพร้อมกำปั้นในทันที
ยามที่อวี่เหวินฮ่าวกำลังจะได้กินกำปั้นแล้วนั้น
พลันได้ยินน้ำเสียงที่กรุ่นโกรธของจักรพรรดิหมิงหยวนตี้ขึ้นมาในทันที "พวกเจ้ากำลังทำอันใดกัน?"
จี้อ๋องพลันตกอกตกใจขึ้นมา แล้วจึงคุกเข่ารายงานว่า "เสด็จพ่อพะยะค่ะ มิรู้ว่าน้องห้าเป็นบ้าอันใดขึ้นมา. ถึงได้วิ่งเข้ามาต่อยข้า"
อวี่เหวินฮ่าวก็นั่งคุกเข่าลงเช่นกัน พร้อมแสดงสีหน้าออกมาด้วยความรู้สึกผิด "เสด็จพ่อ ลูกไม่กล้าทะเลาะกับพี่ใหญ่หรอกพะยะค่ะ"
จี้อ๋องจึงกล่าวออกมาด้วยท่าทีโมโหว่า "เป็นเจ้าที่ต่อยข้า ข้าหาได้ทะเลาะกับเจ้าไม่"
ยามที่จี้อ๋องเหวี่ยงหมัดออกมานั้น เต็มไปด้วยความต้องการทำร้ายไปที่ใบหน้าของอวี่เหวินฮ่าว จึงทำให้ใบหน้าของอวี่เหวินฮ่าวบวมปูดขึ้นมาในทันที หากแต่ ยามที่อวี่เหวินฮ่าวเหวี่ยงหมัดต่อยไปที่จี้อ๋องนั้น มีแต่ที่จมูก หัว อีกทั้งมีที่หน้าแข้งและความแข็งแกร่งภายใน ผ่านไปครึ่งชั่วยามนั้น จะมิได้มีอาการอันใดออกมา ฉะนั้น เมื่อดูผิวเผินแล้ว. ย่อมเป็นฉู่อ๋องที่ได้รับบาดเจ็บมากกว่าจี้อ๋อง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจักรพรรดิหมิงหยวนตี้เห็นจี้อ๋องกำลังทำร้ายฉู่อ๋องพอดิบพอดี
เมื่อดวงตาที่มืดมนมองมาที่ใบหน้าของจี้อ๋องนั้น อวี่เหวินฮ่าวจึงรีบโขกหัวลงกับพื้นในทันที "เสด็จพ่อ. เป็นลูกที่ผิดเองพะยะค่ะ. ลูกจะรีบไปสืบความคดีของน้องแปด รอลูกสามารถสืบหาคดีนี้ได้แล้ว ลุกจะกลับมารับโทษพร้อมพี่ใหญ่พะยะค่ะ"
"เจ้า" สีหน้าของจี้อ๋องพลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงในทันใด พร้อมกล่าวออกมาด้วยท่าทีกรุ่นโกรธว่า "เหตุใดเจ้ากล้าทำเจ้าไม่กล้ายอมรับ ?"
อวี่เหวินฮ่าวพลันคำนับลงสองมือ "พี่ใหญ่ เป็นข้าที่ผิดเอง ที่ไม่ควรโต้กลับท่าน น้องจะรับโทษแทนท่านเอง"
จี้อ๋องไม่คิดเลยว่าฉู่อ๋องจะเป็นคนสองหน้าเช่นนี้ นี่มิใช่กลยุทธ์ของเขาเลยแม้แต่น้อย นิสัยที่เคร่งขรึมของเขา ไม่เคยที่จะมากระทำการลับหลังเล็กๆน้อยๆเช่นนี้
ผ่านไปครู่หนึ่ง จี้อ๋องโมโหเสียจนตนเองพูดอันใดไม่ออก อวี่เหวินฮ่าวเอ่ยขอยอมรับผิดแต่โดยดี อีกทั้ง ยังกล่าวว่าจะมาขอพระราชทานอภัยในภายหลัง. หากแต่ครานี้อวี่เหวินฮ่าวยินยอมสารภาพความผิดก่อน จึงทำให้เขาดูเป็นผู้ที่หยิ่งยโสและไม่รู้จักความผิดของตนเองไปในคราเดียว
จักรพรรดิหมิงหยวนตีพลันมองไปที่อวี่เหวินฮ่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง "เจ้าจะนั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่ไปเพื่ออันใดกัน? ยังมิรีบไปสืบคดีความอีกหรือ ?"
อวี่เหวินฮ่าวพลางรีบลุกขึ้นยืน "พะยะค่ะ ลูกขอตัวลา"
จี้อ๋องโมโหเสียจนควบคุมอารมณ์ตนเองไม่อยู่ "เสด็จพ่อ ท่านอย่าได้ไปเชื่อน้องห้านะ"
"หุบปาก!" สีหน้าของจักรพรรดิหมิงหยวนตี้พลันมืดครึ้มลงไปในทันใด "นั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่ หากมิได้รับคำสั่งจากเจิ้น เจ้าอย่าได้ลุกขึ้นมา!"
จี้อ๋องมิอยากจะเชื่อกับหูของตนเอง แววตาพลันเบิกโพลงมองไปที่จักรพรรดิหมิงหยวนตี้ที่เดินเข้าไปในตำหนัก ตนเองกลับไม่สามารถเอ่ยคำแก้ต่างของตนเองออกมาได้เลยสักคำ ฉับพลันจี้อ๋องจึงหันหลังกลับไป พลันเห็นร่างของอวี่เหวินฮ่าวค่อยๆเดินห่างจากตนออกไป จี้อ๋องพลันกัดฟันของตนเองด้วยความโกรธเกรี้ยว. ดี ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะแก้ต่างให้กู้ซือเช่นไร. หากครั้งนี้ไม่สามารถทำอันใดเจ้าได้อีก. ก็ขอแค่ทำร้ายเจ้าให้เสมือนเป็นสุนัขตัวหนึ่งเป็นพอ
อวี่เหวินฮ่าวต่อยเขานั้น เกรงว่าจะมิใช่อารมณ์หุนหันพลันแล่น แต่คงจะเป็นอารมณ์ที่อดกลั้นเกินจะทนเสียแล้ว
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ฮูหยินของเขากำลังลงมือช่วยชีวิตเจ้าแปด. อีกทั้งเขาก็จำเป็นจะต้องไปสืบคดีความอีก เสด็จพ่ออย่างไรก็คงไม่ลงโทษเขาในยามนี้เป็นแน่ อีกทั้งเสด็จพ่อย่อมไม่คิดบัญชีลงโทษเขาย้อนหลังอีก ผ่านไปไม่กี่วัน. อารมณ์โมโหของเสด็จพ่อคงจะค่อยๆจางหายไป เมื่อนั้น บทลงโทษที่มากที่สุดก็คือการนั่งคุกเข่า แม้ว่าจะต้องนั่งคุกเข่าถึงสามวัน หากแต่การที่เขาลงแรงต่อยจี้อ๋องไปก็ถือว่าคุ้มค่ากับชัยชนะที่ได้มาแล้ว
อวี่เหวินฮ่าวพลันเดินทางไปยังตำหนักของพระสนมเซียน