ตอนที่ 1304
ตอนที่ 1304 หมาจนตรอก (1)
October 22, 2026
ตอนที่ 1304 หมาจนตรอก (1)
หลินเยวียนไม่ได้มาที่สตูดิโอของอิ่งจือนานแล้ว
ตอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้ว หลัวเวยกับลูกศิษย์นักเขียนการ์ตูนคนอื่นๆ ต่างก็แยกย้ายไปทำงานในสตูดิโอของตนเอง ถึงอย่างไรปัจจุบันนี้ ทุกคนล้วนมีชื่อเสียง มีหน้ามีตาในวงการกันหมดแล้ว แถมบางคนยังมีผู้ช่วยและลูกศิษย์เป็นของตัวเองอีกด้วย
หลินเยวียนยังคงชอบแวะเวียนมาที่นี่เป็นครั้งคราว
ที่นี่เงียบสงบดี
นอกจากเขาแล้ว จินมู่ก็มาที่นี่เป็นระยะๆ ทั้งสองคนมักจะนัดเจอที่นี่เสมอเมื่อมีธุระต้องคุยกัน
วันนี้จินมู่ก็มาด้วย
เมื่อเห็นหลินเยวียนที่นั่งอยู่บนโซฟา ถือโทรศัพท์ท่าทางคล้ายกับกำลังเหม่อลอย จินมู่ก็คลี่แล้วก็ยิ้มบาง
“วันนี้หัวหน้าดูมีเรื่องในใจนะครับ”
หลินเยวียนไม่พูดอะไร ยังคงจ้องหน้าจอมือถืออยู่เงียบๆพาดหัวข่าวบนหน้าจอคือ [หลิงคงเล็งเป้า ฉู่ขวงคือใครกันแน่]
ในพื้นที่แสดงความคิดเห็นเต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทออย่างดุเดือด
ด้านล่างยังมีข่าวที่เกี่ยวข้องเรียงต่อกันยาวเหยียดเหมือนซีรีส์เป็นตอนๆ
[ผู้จัดการใหญ่บริษัทจี๋เค่อปู้ลั่วหลิงคงใส่ร้ายฉู่ขวง หุ้นบริษัทร่วงหนัก!]
[จำนวนผู้ใช้งานบล็อกพุ่งสูง ขึ้นเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลอันดับหนึ่งของบลูสตาร์ในชั่วข้ามคืน!]
[ด่วน! หลิงคงผู้จัดการใหญ่ของจี๋เค่อปู้ลั่วลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อคืน!]
[จี๋เค่อปู้ลั่วจัดแถลงข่าวเช้าวันนี้: การกระทำของหลิงคงเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท และขออภัยฉู่ขวงเป็นอย่างยิ่งที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด]
จินมู่รินกาแฟให้หลินเยวียน ก่อนจะเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ไปด้วย
“ดื่มกาแฟก่อนครับ”
“ไม่มีชาหรือครับ?”
“ลองเปลี่ยนรสชาติบ้างก็ไม่เลว บางทีกาแฟอาจไม่ขมอย่างที่คุณคิดก็ได้”
“…”
หลินเยวียนชะงักไปเล็กน้อย เหมือนจะเข้าใจความนัยของสิ่งที่จินมู่บอก
“อาจินหมายความว่า ฉู่ขวงควรออกมาข้างหน้าได้แล้ว?”
“ก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว หลิงคงแทบจะเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อบีบบังคับให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ทำให้เขาสมใจหน่อยก็ไม่เสียหาย เพียงแต่ว่า ความจริงนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากเห็นก็ได้”
“อืม”
หลินเยวียนครุ่นคิด
จินมู่ยิ้ม ก่อนจะกล่าวเสริมขึ้นมา “ที่จริงแล้ว คนภายนอกก็ไม่ได้เชื่อคุณแบบที่เห็นกันหรอกครับ แค่มนุษย์เรามักจะเลือกเชื่อในสิ่งสวยงามโดยสัญชาตญาณ ยิ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเซี่ยนอวี๋และอิ่งจือ บางคนเชื่อเพราะเซี่ยนอวี๋ บางคนเชื่อเพราะอิ่งจือ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเชื่อฉู่ขวงจริงๆ สักหน่อย”
“อีกสักสองสามวันแล้วกัน”
“งั้นผมจะจัดงานแถลงข่าวให้”
“หรือจะเปิดเผยตัวตนของอิ่งจือไปพร้อมกันเลยดีไหม?”
“จะหนักเกินไปหรือเปล่าครับ ต้องให้ประชาชนค่อยๆ ย่อยข้อมูลก่อน”
จินมู่เอ่ยขึ้น
ถึงเวลาต้องเปิดเผยตัวตนของฉู่ขวงแล้ว แต่ตัวตนของอิ่งจือ ยังเปิดพร้อมกันไม่ได้ ต้องรอให้สาธารณชนยอมรับตัวตนแรกให้ได้เสียก่อน
“อืม”
หลินเยวียนพยักหน้า จากนั้นก็โทรศัพท์หาประธานกรรมการ
“บริษัทจะให้ความร่วมมือกับทุกการตัดสินใจของคุณ”
ประธานซึ่งรู้เรื่องตัวตนของหลินเยวียนอยู่แล้ว กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า“ไม่ช้าหรือเร็วก็ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องนี้อยู่ดี”
“คนในบ้านก็พูดแบบนั้นเหมือนกัน”
ในตอนเช้า หลินเยวียนได้พูดคุยเรื่องนี้กับพี่สาว น้องสาว และแม่ ทุกคนต่างสนับสนุนการตัดสินใจของเขาอย่างเต็มที่ และนั่นทำให้เขารู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ
…
ที่จริงแล้วหลิงคงไม่ได้แทงถูกความจริง
สิ่งที่เรียกว่าเปิดฉากโจมตีนั้น ก็เป็นเพียงบทสรุปที่เขาได้มาจากสัญชาตญาณ และการสังเกตจุดที่ดูไม่สมเหตุสมผลบางอย่าง จนสุดท้ายก็สังเคราะห์ออกมาเป็นข้อสรุปที่ดูเหลวไหล แต่ภายในกลับมีตรรกะเชื่อมโยงกันอยู่
ถ้าฉู่ขวงไม่ยอมชี้แจง ก็ไม่มีใครสามารถหาหลักฐานมายืนยันได้
อย่างไรก็ตาม ในสายตาของหลินเยวียน เรื่องนี้กลับเหมือนเป็นสัญญาณเตือนมากกว่า เตือนเขาว่าเขาหลบซ่อนมานานพอแล้ว
“ยังไงก็เป็นการปิดบังตัวตน”
สำหรับหลินเยวียนแล้ว การมีหลายตัวตนเช่นนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากเจตนาดีหรือร้าย ก็ย่อมทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
วันนี้เป็นหลิงคง
แล้ววันพรุ่งนี้จะมีใครลุกขึ้นมาตั้งคำถามอีก?
หรืออย่างที่จินมู่พูดไว้ บางคนถึงจะไม่พูดออกมา แต่ในใจก็ใช่ว่าจะปราศจากข้อกังขา
เอาเป็นว่า เรื่องนี้อย่างไรก็จำเป็นต้องมีคำตอบ
ไม่อย่างนั้น ฉู่ขวงก็จะมีเครื่องหมายคำถามแขวนอยู่บนหัวตลอดไป
ถ้าหากมองในมุมของการบีบบังคับให้ทำตามความต้องการ หลิงคงถือว่าสำเร็จแล้ว แต่ถ้ามองในมุมของตัวหลิงคงเอง ศึกครั้งนี้เขาแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม