ตอนที่ 5
ตอนที่ 5 ตกลงเราเป็นอะไรกัน
September 30, 2026
“หลานน้อมบัญชาเสด็จย่า”
“กุ้ยเหริน เจ้ากลับไปก่อนย่ามีเรื่อง หารือกับฮ่องเต้เพียงลำพัง”
“ลู่เอินกุ้ยเหริน ทูลลา” กิริยางดงามน่ามองเป็นที่ต้องตาของทั้งบุรุษและสตรี แม่ทั่วหล้าอาจมีเพียงหนึ่งเดียว แม้แต่พระอัยยิกายังพึงพระทัย แต่หาใช่กับฮ่องเต้ไม่
“เห็นไหมล่ะเจ้าไม่อาจละเลยหญิงงามอย่างกุ้ยเหรินได้ งดงามหาหญิงใดเปรียบ อย่าเอาอดีต มาทำให้ชีวิต จมอยู่ในความเศร้า”
“ลืมได้อาจไม่ลืม ไม่ลืมกลับอยากให้ลืม หลานยังคงยืนยันคำเดิมนางคือนางในดวงใจของหลานเพียงผู้เดียว”
“ทำไมฮ่องเต้ยังคงดื้อรั้น ย่าและหลายคนพยายามที่จะสรรหาหญิงงามทั่วหล้าแต่ฮ่องเต้กลับใช้เวลากับพวกนางแค่เพียงหนึ่งคืน”
“เป็นเพราะหลานไม่อาจลืม เหมยเจียงนางยังอยู่กับหลานตราบลมหายใจ”
“ย่าจะคอยดู ว่าฮ่องเต้จะเป็นแบบนี้อีกสักเท่าไหร่ คนเรามีความรักได้ครั้งที่ร้อย ยิ่งป็นฮ่องเต้ความรัก ไม่ใช่ส่วนประกอบเดียว” รอยยิ้มมีเลศนัยของอัยยิกาทำเอา ฮ่องเต้เริ่มหวาดกลัวหัวใจของตัวเอง
แพรวานั่งนอนอยู่บนที่นอนจนเบื่อเดินออกมาภายนอกเห็นประตูไม่ได้ล็อก เดินไปบนทางเดินที่มีดอกไม้ที่แพรวาไม่เคยเห็นมาก่อนสองข้างทางสวยงาม ชุดรุ่มร่ามที่ใส่อยู่มองแปลกตาแต่สวยอย่างประหลาด เหมาะกับเธออย่างยิ่งสีเหลืองขับผิวนวลที่ไม่ขาวจัดเหมือนพวกสนมนางใน ของที่นี่ ด้วยผิวของแพรวาออกสีน้ำผึ้งหากแต่เนียนละเอียดไร้จุดด่างดำ
ก้มลงดอมดมดอกไม้สีสวย อย่างเพลิดเพลินก่อนจะผุดลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว ชนเข้ากับร่างของบางคนที่ยืนมือไพล่หลังอยู่เบื้องหน้าเซแซดๆ ร่างสูงคว้าตัวไว้โดยเร็ว
“แม่นาง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
เสียงนุ่มเหมือนพระเอกละคร ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแววตาหวานซึ้ง ดวงตาเหมือนจะถูกอาบด้วยน้ำผึ้ง
“เปล่า ปู้ปู้ ปู้ (ไม่ไม่ ไม่) ”
แพรวาละล่ำละลัก คนที่นี่ทำไมหน้าตาดีๆ ทั้งนั้นไม่ว่าผู้หญิงผู้ชาย
“แม่นางเหตุไฉน ข้าไม่เคยเห็นเจ้าภายในวังแห่งนี้ ไม่ทราบว่าแม่นางพำนักที่ตำหนักไหน”
“ข้าไม่มีตำหนัก”
เหมือนพวกทรงเจ้าเลยมีตำหนักด้วย555
“ไม่มีตำหนัก รึจะเป็นเทพ ธิดาจากสรวงสวรรค์ ที่จำแลงกายมาให้พานพบจึงได้งดงามปานภาพวาด”
โห ปากหวานเสียด้วย
“ไม่ใช่ ข้าอาศัยอยู่ที่นู่น”
แพรวาชี้มือไปยังตำหนักใหญ่ตรงกลาง คนหน้าหล่อมีแววผิดหวังเล็กน้อย
“เจ้าเป็น....สนม ของเสด็จพี่” เข้าใจผิดไปกันใหญ่
“ไม่ได้เป็นสนม แค่หญิงหนึ่งผ่านมาพักพิง ประเดี๋ยวก็ไป”
พูดให้เข้ากับสถานการณ์เหมือนบทกลอนน่าฟังไม่ได้แกล้งแต่มันเป็นเอง
รอยยิ้มด้วยความเอ็นดูนั้นไม่ปิดบัง
“คงเป็นดังที่เขาร่ำลือว่าฝ่าบาท ทรงช่วยหญิงงามขึ้นจากน้ำ แล้วยังใช้เสื้อคลุมมังกรกับนางไม่แน่ว่าจะเป็นเจ้า”
เรื่องใหญ่แบบรู้กันหมด
“ไม่รู้ว่าใช่หญิงงามหรือเปล่า แต่เป็นข้าเองที่ฮ่องเต้ช่วยขึ้นจากน้ำ”
มือสวยเรียวบางเหมือนมือผู้หญิงยกขึ้นเชยคางของแพรวา เธอสะบัดหน้าจนมือหลุดไป
“งาม จนดอกเหมยยังอาย สายลมยังหลบ จันทราอับแสง เช่นนี้หรือจะไม่เรียกหญิงงาม แม่นางน้อยคนนี้นามว่ากระไร”
“แพร... เฟยลี่ ฮ่องเต้เรียกข้าว่าเฟยลี่”
“โบยบินอย่างดงาม ดั่ง นกน้อยไร้กรงทอง”
ล้ำลึก ที่นี่แต่ละคน พูดได้คำเดียว...ล้ำลึก