ตอนที่ 2252
ตอนที่ 2252 ไม่สามารถโต้ตอบได้
September 20, 2026
“เตี้ยนจู่ ตอนนี่พลังฝึกบำเพ็ญฌานของคุณอยู่ระดับไหนแล้วงั้นเหรอ? คุณมั่นใจว่าจะรับมือกับตระกูลในอาณาจักรลี้ลับพวกนั้นได้ใช่ไหม?” เฉินผิงอยากจะประเมินกำลังความสามารถของเตี้ยนจู่ อย่างไรเสียระหว่างที่ปะทะกันเมื่อก่อนหน้านี้ ชายชราก็ทำให้เขาสิ้นไร้พลังมาแล้ว
เนื่องจากมีคนกำลังตามล่าเขาอยู่ เฉินผิงจึงแค่อยากจะกำจัดคนออกจากอาณาจักรลี้ลับ
“เจ้าตำหนัก ตอนนี้ผมอยู่ระดับราชันยุทธ์ขั้นที่แปด ขอเพียงตระกูลจากอาณาจักรลี้ลับพวกนั้นไม่ผนึกกำลังกัน การกำจัดพวกมันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินเล่นในสวนสาธารณะ และถ้าพวกมันกล้าข้ามทะเลมาล่ะก็ต่อให้พวกมันร่วมมือกัน ผมก็สามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดายเลยเชียวล่ะ” เตี้ยนจู่บอกกับเฉินผิง
เมื่อเฉินผิงได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงดังนั้นเขาจึงอยู่ระดับราชันยุทธ์ขั้นที่แปด มิน่าล่ะฉันถึงได้รู้สึกสิ้นไร้พลังเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
ในฐานที่อยู่ระดับเทพยุทธ์ เฉินผิงตระหนักได้ถึงความแตกต่างทางด้านพลังระหว่างตัวเขาเองกับเตี้ยนจู่ ในขณะที่เขาน่าจะสามารถเผชิญหน้ากับผู้ที่เพิ่งจะบรรลุถึงระดับราชันยุทธ์ เขารู้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ประมือของยอดฝีมือผู้เยี่ยมยุทธ์ในระดับนั้นเลยต้องขอบคุณพระเจ้าที่เตี้ยนจู่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของฉัน มิฉะนั้นล่ะก็ตอนนี้ฉันคงตายไปแล้วล่ะ!
“ถ้าหากเป็นเช่นนั้น ต่อให้ท้ายที่สุดคุณกลายเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญพลังจิต ก็หมายความว่าคุณสามารถฝึกบำเพ็ญฌานโดยใช้พลังวิญญาณกับทรัพยากรที่อยู่ภายในจุดชีพจรตันเถียนของตัวเองงั้นเหรอ?” เฉินผิงไต่ถาม
เตี้ยนจู่กลับส่ายหน้า “เจ้าตำหนัก ตัวท่านอาจจะไม่ทราบ แต่การเป็นผู้บำเพ็ญพลังจิตใช่ว่าจะพึ่งพาอาศัยแต่ผลิตผลของพลังวิญญาณในร่างกายของเราได้ ผู้ฝึกยุทธ์บางคนอาจจะให้ความสนใจกับการฝึกฝนร่างกาย ขณะที่บางคนให้ความสนใจกับการฝึกลมหายใจ คนพวกนั้นมีความสามารถพิเศษจึงสามารถไล่ตามทั้งสองวิถีทางได้พร้อมๆ กัน! รัศมีพลังที่ผู้ฝึกฝนร่างกายพวกนั้นเปล่งออกมาเรียกกันว่าพลังลมปราณซึ่งไหลเวียนผ่านกล้ามเนื้อและข้อต่อ พูดกันง่ายๆ ก็คือแสดงให้เห็นถึงพลังโดยรวม ในทางกลับกัน การฝึกลมหายใจนั้น พวกเราจะกระตุ้นจุดชีพจรตันเถียนและเก็บพลังวิญญาณเอาไว้ในนั้น เมื่อยามที่จำเป็นพวกเราก็จะสามารถรวบรวมและปลดปล่อยพลังวิญญาณที่เก็บเอาไว้ได้ เพื่อให้เปรียบเทียบได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ให้นึกว่าการฝึกลมหายใจและการฝึกฝนร่างกายเป็นรูปแบบของวรยุทธ์ที่แตกต่างกัน เนื่องจากผู้บำเพ็ญพลังจิตและผู้ฝึกยุทธ์ต่างไล่ตามวิถีทางของตนเองตามลำดับ ขณะที่วิธีการของพวกเขาอาจจะแตกต่างกันไป ทว่าความปรารถนาสูงสุดของพวกเขาก็คือเพื่อให้บรรลุเป็นเซียน กล่าวอีกนัยหนึ่งผมยังรุดหน้าสู่ขั้นถัดไปหรือกลายเป็นเซียนโดยไม่ต้องพึ่งพาอาศัยพลังวิญญาณที่อยู่รอบตัวพวกเราก็ได้ เจ้าตำหนัก ผมไม่แน่ใขว่าท่านจะเข้าใจสิ่งที่ผมกำลังพยายามอธิบายมาถึงตรงนี้สักแค่ไหน”
เมื่อได้ยินคำอธิบายของเตี้ยนจู่ เฉินผิงรู้สึกว่าตนเองสามารถเข้าใจเหตุผลถึงระดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจเสียทั้งหมด
หลังจากเห็นสีหน้าของเฉินผิง เตี้ยนจู่ก็ผุดยิ้มจางๆ “เจ้าตำหนัก ผมจะลองอธิบายให้ฟังอีกครั้งก็แล้วกัน แม้แต่ในสถานการณ์ที่โลกปราศจากพลังวิญญาณหรือทรัพยากรหมดสิ้น ผมก็มีความสามารถที่จะฝึกบำเพ็ญฌานและพยายามที่จะบรรลุเป็นเซียนต่อไป”
เมื่อเฉินผิงได้ยินเช่นนั้นก็ตระหนักได้ทันที นี่หมายความว่าผู้ฝึกยุทธ์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวิถีแห่งการฝึกบำเพ็ญฌานเพื่อให้เลื่อนระดับขั้นพลังฝึกฝนได้สำเร็จ พวกเขายังสามารถฝึกบำเพ็ญฌานตามพลังวิญญาณที่ปรากฎอยู่ในโลกได้อีกด้วย ถ้าใครอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ คนผู้นั้นก็จะสามารถใช้พลังวิญญาณจากสิ่งรอบข้าง แต่เมื่อพิจารณาถึงความขาดแคลนพลังวิญญาณในโลกทุกวันนี้ ดูเหมือนว่าวิธีการฝึกบำเพ็ญฌานของเตี้ยนจู่จะเหมาะสมกว่า