ตอนที่ 587
ตอนที่ 587 ปรมาจารย์ตัวจริง
September 20, 2026
ก่อนที่จ้าวอู๋ฉีและเฉินผิงจะก้าวเท้าออกจากประตู ฉางหยวนจุนก็สั่งให้พวกเขาหยุดพร้อมกับพูดว่า “ช้าก่อน…”
“คุณฉาง” จ้าวอู๋ฉีหันกลับไปมองเขา
“พวกคุณอยู่ก่อนก็ได้”
ดูเหมือนว่าจะมีบางสิ่งในตัวเฉินผิงที่ทำให้ฉางหยวนจุนเปลี่ยนใจ และนั่นก็คือท่าทีของเขา
ในสายตาของเขาแล้วเฉินผิงดูเป็นคนที่สุขุมและใจกว้างผิดกับอายุของเขา เขาไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านต่อคำดูถูกเหยียดหยามของหยวนเป่าจงและโจวจ้าวหลง แต่เขายังไม่รู้สึกโกรธตอนที่ถูกไล่ให้กลับไปอีกด้วย และที่ทำให้เขายิ่งรู้สึกประทับใจมากไปกว่านั้นก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้ยังยอมที่จะอยู่รอแถวๆ นี้เพื่อที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือหากเขาต้องการอีกด้วย
“คุณฉาง นี่มันหมายความว่าอย่างไร?” คิ้วของเขาขมวดจนยุ่งเหยิงเมื่อได้ยินคำพูดของฉางหยวนจุน
“คุณหยวน ผมยังต้องการให้คุณช่วยรักษาลูกชายของผมอยู่ครับ ส่วนเด็กหนุ่มคนนี้ผมแค่อยากให้เขาได้อยู่ดูขั้นตอนการรักษา เพื่อที่เขาจะได้รู้ว่าปรมาจารย์ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร” ฉางหยวนจุนอธิบาย
ฉางหยวนจุนไม่เคยรู้สึกว่าจะต้องมานั่งอธิบายหาเหตุผลในเรื่องที่เขาตัดสินใจทำมากเท่าครั้งนี้มาก่อน หากเขาไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพาหยวนเป่าจงให้ช่วยรักษาอาการของลูกชายแล้วละก็ เขาก็คงจะไม่อธิบายอะไรทั้งสิ้น เพราะในความเป็นจริงแล้วนั้นเขาคือ ฉางหยวนจุน เขาอยากจะทำอะไรก็ได้ที่ใจเขาต้องการ
ในเมื่อฉางหยวนจุนได้อธิบายเหตุผลของเขาชัดเจนแล้ว หยวนเป่าจงก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ ไม่เช่นนั้น มันอาจจะกลายเป็นว่า เขาไม่ให้ความเคารพในตัวของผู้นำผู้นี้
“ในเมื่อคุณฉางพูดเช่นนั้นแล้ว ฉันก็อนุญาตให้นายอยู่ที่นี่เพื่อจะได้เห็นว่าทักษะทางการแพทย์ที่ดีนั้นเป็นอย่างไร” หยวนเป่าจงพูดในขณะที่หันไปมองเฉินผิงด้วยสายตาที่ดูหมิ่น
“คุณหยวน เชิญด้านในได้เลยครับ” ฉางหยวนจุนเดินนำหยวนเป่าจงเข้าไปในห้องนอน
โดยไม่รีรอ เฉินผิงและจ้าวอู๋ฉีก็เดินตามพวกเขาเข้าไปเช่นกัน ขณะที่ก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอน กลิ่นฉุนของยาก็ลอยมาเตะจมูก นอกจากยาหลายขนานที่วางเรียงรายกันแล้ว ก็ยังมีสายที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยระโยงระยางเต็มไปหมด
ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบต้นๆ นอนอยู่บนเตียง สภาพร่างกายของเขาบ่งบอกถึงอาการป่วยที่รุนแรงอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าของเขาดูขาวซีดจนน่ากลัว ดวงตาทั้งสองข้างปิดสนิท และร่างกายก็ผอมบางราวกับกิ่งไม้ ในปากของเขามีท่อที่ต่อตรงไปยังเครื่องช่วยหายใจ เห็นได้ชัดว่าเขายังมีชีวิตอยู่ได้เพราะพึ่งพาอุปกรณ์ชิ้นนี้
ชายหนุ่มผู้นี้คือ ฉางหยวน ลูกชายของฉางหยวนจุน เขากำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่สองของวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในขณะที่ต้องหยุดเรียนเนื่องจากได้รับอุบัติเหตุ