ตอนที่ 301
บทที่ 471 ศึกชิงรักหักสวาท
October 22, 2026
บทที่ 471 ศึกชิงรักหักสวาท
หลังจากที่วางโทรศัพท์ ลิ่วเอ่อร์ก็ทำท่าครุ่นคิด จากนั้นก็ตามหนานฉิงไป
เมื่อขึ้นมาบนรถ หนานฉิงก็บ่นยกใหญ่ “ช้าจะตายชัก คุยโทรศัพท์อะไรนานขนาดนั้น เสียเวลาฉันไหม”
“ผมผิดเองๆ!” ลิ่วเอ่อร์ยิ้มบางๆ จากนั้นก็พูดเอาใจขึ้นว่า “เพื่อแสดงความขอโทษ งั้นเดี๋ยวผมจะพาคุณหนูไปที่ที่สนุกที่หนึ่ง เป็นไงครับ?”
“ที่ที่สนุก?” หนานฉิงเบนสายตามองอย่างว่าสนใจ
เธอมักจะคุยโวมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนเที่ยวเก่ง ถึงเธอจะเพิ่งกลับจากต่างประเทศได้ไม่นาน แต่ก็เคยไปสถานที่ที่สนุกๆในเมืองจิ่นอันมาหมดแล้ว แต่สถานที่ที่ลิ่วเอ่อร์เคยพาเธอไปในช่วงนี้ กลับสนุกกว่าทั้งยังเปิดโลกเธอกว้างกว่าตั้งเยอะ อีกอย่างสถานที่เหล่านั้นต่างซ่อนอยู่ในที่ลับตาคนเป็นที่ๆคนทั่วไปคงนึกไม่ถึงแน่
บนใบหน้าของลิ่วเอ่อร์ปรากฏแววขำขัน “ถ้าถึงแล้วเดี๋ยวคุณก็รู้เอง”
จนสุดท้าย ทั้งสองจึงมาหยุดอยู่บริเวณหนึ่งซึ่งการพัฒนาไม่ค่อยจะดีซักเท่าไหร่
บริเวณโดยรอบมีตึกสองตึกที่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ดูสกปรกและรกรุงรัง อีกอย่างในบริเวณนี้นอกจากจะมีแค่คนงานก่อสร้างแล้ว ก็ไม่มีใครคนอื่นอีกเลย
เมื่อหนานฉิงลงจากรถก็ขมวดคิ้วมุ่น “ที่บ้าอะไรเนี่ย แกคงไม่ได้พาฉันมาผิดหรอกใช่ไหม?”
“ไม่ผิดแน่นอนครับ เรื่องสนุกๆมันมักจะซ่อนอยู่ในที่แบบนี้ล่ะครับ เพราะฉะนั้นคุณหนูตามผมมาน่ะถูกแล้วครับ” ลิ่วเอ่อร์ยิ้มพร้อมกับก้าวเท้าไปข้างหน้าเร็วๆ
หนานฉิงจนใจ จึงทำได้แค่เดินตามเขาไป
ชุดกระโปรงสวยๆที่เธอใส่มา ทั้งผิวพรรณเนียนละเอียดของเธอ ช่างไม่เข้ากับบรรยากาศเอาซะเลย รอบๆมีแต่คนงานชายฉกรรจ์ห้าหกคนที่ดูป่าเถื่อนเอามากๆ แต่ละคนต่างก็เหลียวมองเธอ อย่างกับไม่เคยเห็นผู้หญิงสวยๆอย่างเธอมาก่อน
หนานฉิงขนลุก สายตาของผู้ชายพวกนี้ทำให้เธอสะอิดเอียนจนเทียบอวก
หนานฉิงเดินเข้าไปจับลิ่วเอ่อร์ไว้ ทำแบบนี้ค่อยอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
มุมปากของลิ่วเอ่อร์ยกยิ้ม รอยมีดบาดบนใบหน้าก็ดูเหมือนจะยิ่งเจิดจ้าชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
เดินเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา จากนั้นก็ต้องเดินผ่านบริเวณที่คล้ายๆกับสลัม เห็นแบบนี้หนานฉิงก็ไม่อยากจะไปต่อแล้ว
เธอจึงหยุดนิ่งอยู่กับที่ “ลิ่วจื่อ ที่นี่มันที่ไหนกันแน่? ฉันไม่อยากเดินต่อแล้ว! เรากลับกันเถอะ”
“อีกไม่ไกล ก็จะถึงแล้วนะครับ” ลิ่วเอ่อร์พูดให้คลายกังวล
แต่หนานฉิงกลับมองเขาด้วยสายตาดื้อด้าน บ่งบอกว่าไม่อยากจะเดินต่อไปแม้แต่ก้าวเดียว
ทันใดนั้นเอง ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากซอยเล็กๆอีกซอย แต่งตัวด้วยชุดเดรสสีเหลืองอำพัน สวยงามดึงดูดสายตา และการแต่งตัวของเธอก็ไม่เข้ากับบรรยากาศของที่นี่เหมือนหนานฉิงเป๊ะ
ไม่เหมือนกันที่หนานฉิงกำลังโกรธลิ่วเอ่อร์ ส่วนผู้หญิงคนนั้นกลับตาเป็นประกายเหมื่อนเห็นลิ่วเอ่อร์
ผู้หญิงคนนั้นวิ่งช้าๆเข้ามาหา ในตาแดงก่ำไปหมด “ลิ่วเอ่อร์ ในที่สุดฉันก็หานายเจอ ทำไมนายจะไปไหนก็ไม่บอกกันสักคำเลยล่ะ ฉัน....ฉันคิดถึงนายนะ”
หนานฉิงหรี่ตามอง ยืนกอดอกมองหญิงสาวตรงหน้า
ลิ่วเอ่อร์ขมวดคิ้ว “คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
เมื่อถูกถามแบบนี้ เสิ่นชีชีก็ตบอกตัวเองปุ๊ๆอย่างภูมิใจ “ฉันมาที่นี่เองแหละ พี่ห้ามไม่ให้ฉันเจอนาย ยังบอกอีกว่านายมีธุระต้องรีบไปทำ แต่ไม่เป็นไร ฉันมีวิธีของฉัน ฉันรู้ว่านายมีเพื่อนสนิทอยู่ที่นี่ ตอนแรกก็กะว่าจะมาถามว่าเขารู้หรือเปล่าว่านายอยู่ที่ไหน แต่ก็คิดไม่ถึงเลยว่าจะเจอนายเอง ดีสุดๆไปเลย!”
ลิ่วเอ่อร์ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกไปดี
ตอนแรกที่ตีสนิทกับเสิ่นชีชีก็เพราะว่าอยากจะใช้เธอเป็นสะพานเพื่อข้ามไปหาเสิ่นลั่ง
คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นคนซื่อตรงขนาดนี้
“คิดไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าคุณหนูที่เปรียบเสมือนเจ้าหญิงแห่งตระกูลเสิ่นที่ยิ่งใหญ่จะถึงกับต้องลดตัวลงมาตามหาบอดี้การ์ดไกลถึงขนาดนี้ ลิ่วจื่อ แกไม่ซาบซึ้งบ้างหรือไง?”
หนานฉิงกอดอก พูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
เธอว่าความจำเธอก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น ยังไงก็ต้องจำเสิ่นชีชีได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว
ถึงแม้ว่าเสิ่นลั่งจะไม่ค่อยอยากให้น้องสาวปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนซักเท่าไหร่ แต่ในฐานะที่เธอเป็นลูกสาวของหนานเทียนหยาง และเคยไปร่วมบรรดางานเลี้ยงก็ออกจะบ่อย เพราะฉะนั้นเธอก็ต้องมีภาพจำของเจ้าหญิงแห่งตระกูลเสิ่นในหัวเยอะอยู่แล้ว