ตอนที่ 199
บทที่199 ที่แท้เขาก็มีด้านนี้
October 22, 2026
บทที่199 ที่แท้เขาก็มีด้านนี้
หนานฉิงรู้สึกลิงโลดในใจ แต่ต่อหน้าก็ยังคงแสร้งทำเป็นพูดอย่างไม่พอใจ “พี่ชายพี่อย่าพูดพล่อยๆ เวยเวยจะทำเรื่องอย่างนั้นได้ยังไงกัน”
“พี่พูดพล่อยๆ พี่เป็นถึงรองประธานบริษัทนะ จะไปชอบผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้ได้ยังไง” จางเจิ้งกวางกลัวว่าเป้ยฉ่ายเวยจะแว้งกัดตนก่อน ยังไงก็ยังอยู่ในอาณาบริเวณของตระกูลหนาน ยังไงคนเหล่านี้ก็ต้องไว้หน้าตระกูลหนานอยู่บ้างล่ะ
ยังไงรอบตัวก็ยังมีคนคอยสนับสนุน
“ใช่แล้ว ฉันก็ว่าจางเจิ้งกวางพูดมีเหตุผล ผู้หญิงคนนี้ชื่อเป้ยฉ่ายเวยมีใครรู้จักบ้าง บางทีอาจจะเข้ามาตีสนิทกับเสี่ยวชิงเพื่อที่จะหาโอกาสนี้ก็ได้”
“ใช่แล้วล่ะ เสี่ยวชิงเธอใจดีเกินไปแล้ว เธอไม่รู้อะไรว่าผู้หญิงบางคนไม่สนใจอะไรก็ทำเรื่องน่าอายอย่างนี้ได้ เห็นที่หล่อนน่าจะหลอกใช้เธอแล้วล่ะ”
หลี่จื่อเชียนอยากจะต่อสู้เพื่อเป้ยฉ่ายเวยเขาอดไม่ได้ที่จะแผดเสียงขึ้นมา “พอแล้ว พวกคุณทุกคนหุบปาก”
ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าเวยเวยดึงเสื้อเขาเอาไว้ตลอดเพื่อไม่ให้เขาพูดอะไรแล้วล่ะก็ เขาเปิดปากไปตั้งนานแล้ว ใครจะคิดว่าคนพวกนี้ไม่มีความเห็นอกเห็นใจคนอื่นเลยสักนิด พูดไปพูดมาก็เริ่มจะมโนกับไปเรื่อย
ทุกคนที่นั่นรู้ว่าหลี่จื่อเชียนเป็นคนอ่อนโยนและไม่ค่อยโกรธใคร เมื่อโมโหก็ทำเอาทุกคนรอบตัวพากันตกใจ
เฉินเฟยเอ๋อร์โกรธมากจนแทบจะทำเล็บตัวเองหัก เธอสะกดกลั้นจิตใจอันสกปรกเอาไว้ไม่ได้ “จื่อเชียนคุณอย่าไปหลงกลนังผู้หญิงชั้นต่ำนี่ หล่อนเป็นผู้หญิงที่ชอบอ่อยไปเรื่อย คุณก็เห็นว่าเรื่องมันยังคลุมเครือ บอกไม่ได้ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้น”
“เฉินเฟยเอ๋อร์ผมขอเตือนคุณไว้ก่อนนะว่าข้าวไม่ต้องเลือกทานก็ได้ แต่คำพูดจะพูดพล่อยๆไม่ได้ เรื่องนี้ยังไม่จบ” หลี่จื่อเชียนไม่ได้อ่อนโยนเหมือนหยกอีกต่อไป เขามองฝูงชนด้วยความโกรธ เมื่อเดินถึงข้างกายฉูเจ๋อหยางเขาหยุดครู่หนึ่งก่อนที่จะออกไปอย่างรวดเร็ว
เขาคำรามเสียงดังสนั่น “เรื่องนี้ถ้าหากว่าไม่มีใครให้คำอธิบายอะไรได้ อย่าหาว่าผมไม่ไว้หน้าก็แล้วกัน”
หนานฉิงไม่คิดว่าหลี่จื่อเชียนจะออกตัวแรงเช่นนี้ เขาเหลือบมามองเธอครู่หนึ่งราวกับจะพูดว่า ถ้าหากตระกูลหนานคิดจะปกป้องจางเจิ้งกวางแล้วล่ะก็ เขาหลี่จื่อเชียนจะเอาเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดแน่
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน หลี่จื่อเชียนผมว่าคุณอย่ายุ่งเรื่องนี้เลย เห็นอยู่แล้วว่าผู้หญิงมันอ่อยผมเอง ตอนนี้ทำมาเป็นไรเดียงสา ได้ ลองถามพวกเขาดูสิว่าพวกเขาเชื่อคำพูดของใคร”
จางเจิ้งกวางพูดโดยไม่เกรงกลัว เขามั่นใจว่าตระกูลหนานจะต้องไม่อยู่เฉย เขาเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลจาง ถ้าหากว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาที่ตระกูลหนาน ไม่เพียงแต่พ่อแม่ของเขาจะยอม ปู่และป้าของเขาก็ไม่มีทางหาคำอะไรมาอธิบายได้
หน้าหนานฉิงเจื่อนไปบ้าง เธอเห็นเป้ยฉ่ายเวยในอ้อมแขนของหลี่จื่อเชียนก็มีแผนในใจ เธอพูดอย่างน่าสงสาร “เวยเวยเธอพูดอะไรหน่อยสิ ถ้าหากว่าพี่ชายฉันรังแกเธอจริงๆ ฉันจะได้ให้คุณป้าจัดการให้เธอ”
เมื่อเป้ยฉ่ายเวยได้ยินเสียงหนานฉิง ร่างเธอสั่นโดยไม่รู้ตัว เธอแค่อยากไป อยากหายตัวไปให้พ้นๆจากตรงนั้น
เธอรู้ว่าฉูเจ๋อหยางมาแล้ว เธอรู้ว่าเขาต้องอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้นแน่นอน เพียงแต่ว่าลมหายใจของเขารุนแรงเกินไป
แต่เขาไม่ได้พูดอะไรตั้งแต่ต้นจนจบ ปล่อยให้คนอื่นราดน้ำสกปรกใส่เธอ เขาอดกลั้นไว้อยู่ใช่หรือไม่ คำพูดของพวกหล่อน ทำให้เขารู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงแพศยาราคาถูกหรือ
ช่างมัน ช่างมัน ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไรก็ช่าง มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอ
แต่ทำไมหัวใจเธอรู้สึกเจ็บปวด มันเจ็บเสียยิ่งกว่าบาดแผลบนตัวเธอจนแทบทนไม่ได้
ต่อให้รักลึกซึ้งแค่ไหน เขาก็ไม่ได้สนใจเธอสักนิด ก็เหมือนกับมีดน้ำแข็งอันหนาวเหน็บ แทงเข้าตรงๆสู่กลางหน้าอกเธอ แผ่กระจายเข้าสู่เส้นเลือดและทุกเซลล์ในร่างกาย
“ไป…”
ถ้าหากไม่ใช่เพราะหลี่จื่อเชียนกำลังอุ้มเป้ยฉ่ายเวยอยู่ เขาก็คงแทบจะไม่ได้ยินเสียงอันอ่อนแอของเป้ยฉ่ายเวย สายตาที่มองไปรอบๆอย่างหวาดกลัว เขาจึงเข้าใจว่าการที่ยังคงอยู่ที่นี่ เป็นเรื่องที่โหดร้ายสำหรับเธอ