ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ความขัดแย้งภายใน
September 21, 2026
ซวนหยวนกรุ๊ปนั้นตั้งอยู่ในใจกลางเมือง บนอาคารพาณิชย์สูงถึง 35 ชั้น เดิมทีอาคารแห่งนี้เคยเป็นสำนักงานใหญ่ของเมิ่งกรุ๊ปมาก่อน แต่เพิ่งถูกทุบทิ้งเพื่อปูทางไปสู่การสร้างซวนหยวนกรุ๊ป เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธตรวจตราทางเดินในอาคารและรักษาความสงบเรียบร้อยของฝูงชนจำนวนมาก ฉินจวิ้นและจู้หลินหลินมาถึงในตัวอาคาร ภายในรถออดี้นั้น จู้หลินหลินตื่นตระหนกเป็นระยะเมื่อเห็นว่าภายในอาคารมีการป้องกันอย่างแน่นหนามาก “จวิ้น พวกเรากลับกันมั้ย ฉันจะหาทางอื่นเอา” หากเป็นเพียงพิธีเปิดง่ายๆ ละก็ บางทีจู้หลินหลินอาจหาทางเข้าไปข้างในได้ แต่พิธีเปิดของซวนหยวนกรุ๊ป นั้นโอ่อ่าเกินไป ไหนจะเต็มไปด้วยการรักษาความปลอดภัยทั้งหมด ซึ่งประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่าเธอไม่รู้จักใครเลยที่นั่น มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้เธอได้เข้าไป ตั้งแต่ฉินจวิ้นบอกให้เธอ 'ตามเขาไป' เมื่อไม่กี่วันก่อน เธอก็ไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว ขนาดเธอในฐานะคุณหนูตระกูลจู้ยังไม่สามารถเข้าไปได้ อะไรที่ทำให้ฉินจวิ้นที่ซึ่งเพิ่งกลับมาที่ตงไห่คิดว่าเขาสามารถเข้าไปได้กันละ แล้วอีกอย่างสำหรับตระกูลที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลฉินในอดีตบางตระกูลตกต่ำทันทีในหลังจากนั้น ในขณะที่บางตระกูลเลือกที่จะทรยศพวกเขาอย่างเปิดเผย พวกเขาคงจะไม่ช่วยให้ฉินจวิ้นได้เข้าไปอย่างแน่นอน "ไปกันเถอะ เดี๋ยวเราเดินเข้าไป” จู้หลินหลินรู้สึกอาย เธอเอาแต่คิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป แต่ฉินจวิ้นได้จับมือเธอไว้แล้วและกำลังเดินไปที่ทางเข้า
“จวิ้นเรากลับกันเลยได้ไหม” ฉินจวิ้นยิ้ม “ใจเย็นๆ นะ” พวกเขามาถึงจุดตรวจรักษาความปลอดภัย ซึ่งนั่นทำให้จู้หลินหลินรู้สึกหมดหนทาง เธอรู้สึกราวกับจะทำให้ตัวเองเป็นคนโง่และนำความอับอายมาสู่ตระกูลยังไงยังงั้น “คุณผู้หญิงโปรดแสดงบัตรประจำตัวของคุณครับ” ในหัวของจู้หลินหลินยังคงคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้ซ้ำไปมา ก็ถึงคราวของเธอที่จะต้องผ่านจุดตรวจ เธอไม่มีทางเลือกนอกจากหยิบบัตรประจำตัวออกมาแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่
ปี๊บ
“เชิญครับคุณผู้หญิง” จู้หลินหลินตกตะลึง เข้าได้เหรอ นี่ฉันได้ยินมาผิดหรือเปล่าเนี่ย
"คุณหมายถึงฉันเข้าไปได้ใช่ไหม” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองเธอด้วยสีหน้าเฉยเมยก่อนจะตอบว่า “ใช่ครับ” ทั้งสองคนผ่านจุดตรวจและเดินไปที่ห้องโถง เธอไม่อยากจะเชื่อเลย จวิ้นพาเธอเข้ามาได้ตามที่พูดแบบนั้นจริงๆ มันเป็นไปได้ยังไงกัน ครอบครัวจู้ได้รับเพียงสองคนแต่เธอเพิ่งเดินเข้าไปโดยใช้บัตรประจำตัวของเธอเนี่ยนะ ในระหว่างที่เธอยังคงจมอยู่กับความประหลาดใจก่อนหน้านี้ จู้หมิงและลูกชายของเขาก็เดินสวนมา “จู้หลินหลินมาทำอะไรที่นี่" หล่อนมองไปยังที่พวกเขาพลางขมวดคิ้ว "การปรากฏตัวของฉันที่นี่มันเกี่ยวอะไรกับคุณลุงใหญ่ไม่ทราบคะ" ใบหน้าของจู้หมิงเปลี่ยนเป็นสีเขียวทันที “แกกล้าดียังไง ทั้งสองคนแอบเข้ามาละสิ รู้ไหมว่าที่นี่คือที่ไหนห้ะ” อย่างแรกเลยนะตระกูลจู้ได้มีคำเชิญเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งจู้หมิงได้สงวนไว้สำหรับตนเองและลูกชาย ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จู้หลินหลินจะอยู่ที่นี่ เธอต้องแอบเข้ามาแน่ เธอกล้าดียังไง! “ถ้าถูกจับได้ มันไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบของแกนะ นี่มันเอาทั้งตระกูลจู้มาเสี่ยงกับแกด้วยเลย" จู้หลินหลินขมวดคิ้ว “พวกเราเข้ามาโดยใช้บัตรประจำตัวของเราต่างหาก เราไม่ได้แอบเข้ามาค่ะ หยุดพูดไร้สาระสักที” จู้หมิงหัวเราะอย่างสนุกสนาน “บัตรประจำตัวเนี่ยนะ แกสองคน?”
“จู้หลินหลิน แกคิดว่าฉันไม่รู้ว่าสถานะของแกงั้นเหรอ ยังกล้าพูดว่าเข้ามาแค่บัตรประชาชน เห็นฉันโง่หรือไง” จู้หลินหลินกล่าวต่อว่า “จวิ้นเป็นคนพาฉันเข้ามา ถ้าคุณจะก่อเรื่องที่นี่ คุณสองคนจะเป็นคนที่ถูกขายหน้าแทน!” จู้หมิงหัวเราะ “ไอ้เด็กนี่เนี่ยนะ แกมากับมันเสียสติไปแล้วรึไง จู้หลินหลิน แกไปเรียนรู้สิ่งเลวร้ายทั้งหมดนี้จากมันสินะ ไม่มีทาง ฉันจะไม่ให้แกเข้าไป มันมีแต่จะนำความอับอายมาสู่ตระกูลจู้มากกว่านี้” จู้หมิงช่างเป็นคนเห็นแก่ตัวนัก เขาแค่กังวลหากมีคนรู้ว่าทั้งสองคนแอบเข้ามาได้ยังไงละก็ ครอบครัวจู้ทั้งหมดจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงและคิดว่ามันเป็นการดีที่เขาจะรายงานพวกเขาไปยังหน่วยรักษาความปลอดภัยก่อนที่จะมีคนพบพวกเขาเสียก่อน "รปภ. มาทางนี้เร็ว รปภ." จู่ๆ จู้หมิงก็ตะโกนขึ้น และนั่นก็ดึงความสนใจของทุกคน และไม่นานนัก รปภ. 2 คนก็เดินเข้ามา “มีอะไรผิดปกติเหรอครับ” จู้หมิงชี้ไปทางจู้หลินหลิน “พวกเขามาโดยไม่ได้รับเชิญและแอบเข้ามาอย่างลับๆ ลากพวกเขาออกไปเดี๋ยวนี้” ทันใดนั้น ทุกคนก็เริ่มให้ความสนใจกับละครที่เกิดขึ้นตรงหน้าทันที ความขัดแย้งภายในครอบครัวสินะ สมาชิกในครอบครัวจู้กำลังโต้เถียงกันเองและรายงานซึ่งกันและกันต่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย น่าสนใจดีนี่ หน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนเข้ามาและสแกนบัตรประจำตัวของฉินจวิ้นและจู้หลินหลินอีกครั้ง “พวกเขาเป็นแขกของงานครับ หรือพูดให้ถูกก็คือพวกเขาเป็นแขกวีไอพี”