ตอนที่ 160.1
บทที่ 160.2 ทำเองรับเอง (2)
October 22, 2026
ไม่กี่วันมานี้เมิ่งอี๋เหนียงเกิดอาการร้อนใน โมโห เดือดดาล จึงปวดท้องแน่นท้อง หมอจ่ายผงสลอด[1]ให้นางหนึ่งขวด กินวันละครั้ง ครั้งละไม่เกินครึ่งช้อนชา เมิ่งอี๋เหนียงนำยานี้ให้กับสาวใช้คนสนิท และบอกให้นางใส่มันลงไปในอาหารทั้งหมด
รสชาติของสลอดค่อนข้างคล้ายกับถั่วลิสงรสเผ็ดที่ขึ้นรา ผงสลอดที่ผ่านกรรมวิธีจะถูกขจัดรสราออกไป และเหลือเพียงกลิ่นฉุนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อผสมลงในอาหารจึงไม่ใช่เรื่องง่ายดายที่จะแยกออก
อย่างไรก็ตามใกล้ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว สาวใช้คนสนิทใช้ข้ออ้างที่จะไปใส่ผัก นำผงสลอดทั้งหมดคลุกลงในใบมันเทศที่กำลังจะยกขึ้นมาใส่จาน
เรื่องสกปรกเช่นนี้ ไม่อาจบอกให้บุตรสาวของนางรู้ได้ เมิ่งอี๋เหนียงกำชับสาวใช้คนสนิทจากด้านนอกเรือน พลางยืนโบกพัดขณะที่รอให้สาวใช้คนสนิทกลับมา แต่หารู้ไม่ว่า ‘ท่าทางเฝ้ารออย่างร้อนใจ’ นี้จะถูกนายท่ายใหญ่เซียวที่เดินมาเห็นเข้า
นายท่านใหญ่เซียวสะดุดตากับเมิ่งอี๋เหนียงในครั้งแรก ก็ด้วยท่าทางเช่นนี้ของนาง เวลาผ่านมานานหลายปีฮูหยินใหญ่เซียวก็แก่ตัวลงราวกับไข่มุกสีเหลือง ทว่าเมิ่งอี๋เหนียงก็ยังคงงดงามและมีเสน่ห์ ในช่วงนี้นายท่านใหญ่เซียวลงโทษเซียวจื่อหลินที่ทำร้ายพี่สาว เขาจึงไม่ได้มาที่เรือนของเมิ่งอี๋เหนียงหลายวันแล้ว จู่ๆ ก็เห็นท่าทางที่มีเสน่ห์ของเมิ่งอี๋เหนียงเข้าอย่างกะทันหัน จะอดใจไหวได้อย่างไร? จึงรีบสาวเท้าก้าวเข้าหาเมิ่งอี๋เหนียงในทันที
หัวใจของเมิ่งอี๋เหนียงแทบตกไปที่ตาตุ่ม นางรีบร้อนโค้งคำนับ “นายท่าน”
สองสามวันมานี้กังวลเรื่องเซียวจื่อหลิน ผู้คนก็ต่างซูบเซียว แต่ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกสงสาร นาทีนั้นนายท่านใหญ่เซียวหลงลืมคำเตือนจากฮูหยินใหญ่เซียวไปสิ้น พลันจูงมือเมิ่งอี๋เหนียงเข้าไปในเรือน
กับภรรยาเอกยังต้องให้ความสำคัญกับกฎระเบียบอยู่บ้าง ทว่ากับอนุภรรยาไม่จำเป็น นายท่านใหญ่เซียวตัดสินใจว่าหลังมื้อเที่ยงในช่วงพักยามบ่ายจะอยู่เล่นจ้ำจี้กับนางสักหน
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว นายท่านใหญ่เซียวจึงสั่งให้ผู้ติดตามไปเร่งนำอาหารมา
ผู้ติดตามของนายท่านใหญ่เซียวเดินไปที่ห้องครัว ภายในห้องครัวกำลังเตรียมอาหารกลางวันสำหรับเซียวจื่อเยว่และกลุ่มบุตรีชั้นสูง ฮูหยินใหญ่เซียวกำชับว่าอาหารของนางกับนายท่านค่อยเตรียมทีหลัง ให้พวกเขาดูแลเด็กสตรีและแขกให้ดีเสียก่อน ไม่คิดว่านายท่านใหญ่เซียวจะให้คนรับใช้มานำอาหารไปก่อน
“อันนี้ อันนี้แล้วก็อันนี้แล้วกัน” ผู้ติดตามนำอาหารสองสามอย่างใส่กล่องอาหารแล้วถือออกไป
อาหารเหล่านั้นเป็นผักนึ่ง ในหม้อนึ่งยังมีเหลืออีกมาก หากจะนำไปก็นำไปได้ ไม่ใช่ปัญหา ทว่าน่าเสียดายที่ใบมันเทศที่เพิ่งปรุงเสร็จไม่มีแล้ว หากเป็นจานอื่นก็ยังพอเปลี่ยนได้ แต่กลับเป็นใบมันเทศ อาหารอย่างเดียวที่เซียวจื่อเยว่ระบุไว้ชัดเจนว่าอยากกิน
พ่อครัวหมดหนทาง จำต้องให้คนไปเก็บมาใหม่อีกตะกร้าหนึ่ง นำมาผัดให้เซียวจื่อเยว่และพวกนาง
นายท่านใหญ่เซียวเป็นชาวเมือง เมิ่งอี๋เหนียงก็เป็นคุณหนูที่เกิดในเมืองหลวง แม้ครอบครัวยากจนแร้นแค้นก็ยังไม่เคยประสบกับความทุกข์ทรมานเยี่ยงสามัญชน อย่างเดียวที่ทำให้นางทิ้งตัวลงรับใช้คือเจ้านายแห่งบ้านใหญ่ทั้งสองของสกุลเซียว ส่วนฮูหยินใหญ่กับคนบ้านสอง ยังไม่ถึงคราวที่นางต้องไปรับใช้ต่อหน้า
“ข้าทำเอง พวกเจ้าออกไป” เมิ่งอี๋เหนียงรับกล่องอาหารมาและจัดวางเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารอย่างเหมาะสม
เซียวจื่อหลินดีใจที่บิดาของนางมาหา
เมิ่งอี๋เหนียงก็มีความสุขเช่นกัน แม้ว่าบุตรสาวของนางจะทำผิด แต่ตราบใดที่นายท่านเลี้ยงดูนาง นางกับบุตรสาวก็ยังสามารถมีชีวิตที่ดีได้
ครอบครัวสามคนเดินลงมาทานอาหาร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์ดีหรือไม่ อาหารมื้อนี้จึงดูหอมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะผัดผักตามฤดูกาล แต่ไม่รู้ว่ามันคือผักอะไร เนื้อเนียนอร่อย มีรสเผ็ดฉุนอ่อนๆ เผ็ดแต่ไม่แห้ง เป็นรสชาติที่ถูกปากนายท่านใหญ่เซียวยิ่งนัก
เมิ่งอี๋เหนียงเห็นว่าเขาชื่นชอบจึงคีบให้เขามากขึ้น
ที่ห้องปี้สยา ใบมันเทศที่เซียวจื่อเยว่ต้องการก็ถูกนำขึ้นโต๊ะแล้ว
เหล่าบุตรีทั้งหลายเหนื่อยมาตลอดทั้งเช้า ท้องก็หิวจนส่งเสียงร้องจ๊อกๆ อยู่นานแล้ว หลังจากล้างมือพวกนางก็เริ่มลงมือทานอาหาร
“ใบมันเทศคือจานใดหรือ?” เซียวจื่อเยว่ถาม
หลิงจือชี้จานที่อยู่ตรงกลาง “อันนี้เจ้าค่ะคุณหนู”
เซียวจื่อเยว่คีบให้ทุกคนและตัวนางเองก็ชิมคำหนึ่งเช่นกัน ผลก็คือ รสชาติดีกว่ากะหล่ำปลีจริงๆ
พระชายาเฉิงอ๋องเกิดในดินแดนทุ่งหญ้า ในวันธรรมดาจะได้กินเนื้อแพะมากมาย ทว่าผักกลับมีไม่หลากหลาย อย่างน้อย ‘เถา’ เช่นนี้นางก็ไม่ยังเคยกิน ดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากผักทั่วๆ ไป!
นางคีบชิมคำหนึ่ง มันไม่มีความขมเหมือนผักอื่นๆ เนื้อเนียนนุ่ม รสชาติช่างดียิ่งนัก!
จานเดียวไม่พอกินสำหรับข้าวสองสามถัง ห้องครัวจึงผัดเพิ่มอีกจานหนึ่ง พร้อมกับผักเย็นๆ อีกจาน ทำให้พวกนางทานกันอย่างสนุกสนาน
เรือนของเมิ่งอี๋เหนียง นายท่านใหญ่เซียวก็กินอย่างสนุกสนานเช่นกัน ทว่าหลังจากความสนุกผ่านไปอาการของเขาก็ไม่ค่อยดีนัก จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดท้อง และไม่นานก็เริ่มปวดอย่างรุนแรง ปวดที่สุด!
เขากุมท้องและวิ่งไปที่ห้องสุขา
“อี๋เหนียง…” ท้องของเซียวจื่อหลินก็เริ่มปวดเหมือนกัน
巴豆