ตอนที่ 26.3
บทที่ 26.2
October 22, 2026
หมอหญิงกับลูกลิงทั้งสาม [เล่ม2] – บทที่ 26.2 พี่จิ่วรับผิด ท่านพ่อออกจากคุก (2) บทที่ 26 พี่จิ่วรับผิด ท่านพ่อออกจากคุก (2) โดย Ink Stone_Romance ฟ้าสว่างแล้ว เรื่องที่อวี๋เซ่าชิงกลับมายังคุกหลวงก็ได้แพร่สะพัดออกไป ว่ากันว่าพบตัวผู้ร้ายแล้ว เป็นนักโทษประหารในคุกหลวงคนหนึ่ง เขาติดสินบนพัศดีในคุกหลวง ทั้งสองร่วมมือกันพาอวี๋เซ่าชิงออกมา กล่าวกันว่าที่นักโทษคนนี้ทำเช่นนี้ ก็เพราะอวี๋เซ่าชิงเคยมีบุญคุณกับเขา เขาจึงเสี่ยงชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณ
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนเป็นถึงนักโทษประหาร หลบหนีพ้นก็นับว่าเป็นโชค หากถูกจับได้ก็คงหนีความตายไม่พ้น
คำบอกเล่าเหล่านี้คนอื่นคงเชื่อ แต่เยี่ยนไหวจิ่งไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะว่าหลังจากที่เขาเจอกับเยี่ยนจิ่วเฉา เขาและจวินฉางอันก็สะกดรอยตามไป เห็นกับตาตนว่าเยี่ยนจิ่วเฉาพาอวี๋เซ่าชิงไปส่งยังคุกหลวง หลังจากนั้นเยี่ยนจิ่วเฉาก็เข้าวัง และภายหลังก็มีข่าวลือเรื่องผู้ร้ายแพร่ออกไป
“เขาเป็นคนช่วยอวี๋เซ่าชิงกลับมา หากอวี๋เซ่าชิงถูกนักโทษประหารจับไปจริง เขาก็ควรจะจับนักโทษคนนั้นกลับมาด้วย แต่ข้าเห็นเพียงอวี๋เซ่าชิง ไม่เห็นนักโทษคนนั้นเลย”
ในตำหนักของเสียนเฟย เยี่ยนไหวจิ่งเล่าถึงความสงสัยของตนให้มารดาฟัง
สวี่เสียนเฟยกำลังจัดดอกไม้ ตัดก้านดอกไม้พลางกล่าวว่า “เรื่องเหล่านี้ ในใจเจ้ารู้ดีก็พอแล้ว”
เยี่ยนไหวจิ่งชะงักไป “เสด็จแม่หมายความว่าอย่างไร?”
สวี่เสียนเฟยหยิบดอกโบตั๋นสวยสดขึ้นมาปักลงในแจกัน “ในใต้หล้า มีผู้ใดที่จะยอมให้เสด็จพ่อของเจ้าปกปิดเรื่องนี้ให้?”
เยี่ยนไหวจิ่งขมวดคิ้ว “คนที่ลักพาตัวอวี๋เซ่าชิงไป…ก็คือเยี่ยนจิ่วเฉาหรือ? เป็นไปไม่ได้ เมื่อวานเขายังไปตามหาคน เมื่อได้ยินว่าอวี๋เซ่าชิงหายตัวไป สีหน้าตกใจของเขามิได้เสแสร้ง”
สวี่เสียนเฟยยิ้มน้อยๆ “หากไม่ใช่เขา ก็เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับเขา”
เยี่ยนไหวจิ่งนิ่งไปครู่หนึ่ง “บุกคุกหลวงมีโทษถึงประหาร เหตุใดเสด็จพ่อถึงยังตามใจเขาอยู่?”
สวี่เสียนเฟยเลือกดอกโบตั๋นมาดอกหนึ่ง “เขาเหลือเวลามีชีวิตอยู่อีกแค่สองปี เสด็จพ่อเจ้าตามใจเขาแล้วอย่างไร? อย่างไรเสีย ที่ชีวิตเขาสั้นถึงเพียงนี้ก็เป็นเพราะเสด็จพ่อของเจ้า”
“เขาอ่อนแอตั้งแต่กำเนิดหรือ?” สวี่เสียนเฟยไม่ค่อยอยากเอ่ยถึงเรื่องอาการป่วยของเยี่ยนจิ่วเฉาสักเท่าไร ดังนั้นเยี่ยนไหวจิ่งจึงไม่ค่อยรู้เรื่องนี้
สวี่เสียนเฟยวางดอกโบตั๋นไว้ด้านข้าง แล้วเลือกดอกเสาเย่าขึ้นมาดอกหนึ่ง “เจ้าเด็กโง่ พวกเราเป็นราชวงศ์ ทายาทของราชวงศ์เรามีคนที่ร่างกายอ่อนแอโดยกำเนิดหรือไม่เล่า? มีแต่คนที่ตายตั้งแต่ยังไม่คลอดและคนที่เลี้ยงไม่โต”
เรื่องของวังหลัง เยี่ยนไหวจิ่งไม่ค่อยอยากรู้เท่าไรนัก
สวี่เสียนเฟยตัดดอกโบตั๋นดอกใหญ่ที่สุด แล้วนำดอกเสาเย่าในมือปักเข้าไป “บางเรื่องเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจนัก ขอเพียงเจ้าจำเอาไว้ว่าเสด็จพ่อของเจ้ารู้สึกผิด จึงปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้สึกอิจฉาเขา”
เยี่ยนไหวจิ่งเงียบ เป็นเพราะรู้สึกผิดเท่านั้นหรือ? เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่าเหตุผลไม่ได้มีเพียงเท่านี้กันเล่า?
……
คุณชายเยี่ยนซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาปล่อยให้ผู้อื่นยอมรับผิดแทน หลังจากเข้าห้องทรงพระอักษรไปได้ไม่ถึงครึ่งถ้วยชา ครานี้ก็ต้องแบกรับความผิดมากกว่าที่ทำมาทั้งชีวิตเสียอีก
เพราะฉะนั้น ทำสิ่งใดไว้ สิ่งนั้นย่อมคืนสนอง
ฮ่องเต้โกรธอย่างถึงที่สุด หากไม่ได้ขันทีวังช่วยเกลี้ยกล่อมว่าคุณชายไม่สบาย ไม่รู้ว่าตนกำลังทำอะไรอยู่ ฮ่องเต้คงอดรนทนไม่ได้ สั่งประหารเยี่ยนจิ่วเฉาไปเสียแล้ว
กระนั้น ต่อให้พ้นโทษประหาร แต่ก็ยังต้องได้รับโทษสถานอื่น เยี่ยนจิ่วเฉาถูกหักเงินเป็นเวลาหนึ่งปี ปิดประตูทบทวนตนเองหนึ่งเดือน ถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ ทว่าเขาเป็นคนป่วย องครักษ์จึงรับโทษนี้แทน
อิ่งสือซันถูกโบยหนึ่งร้อยไม้ ถูกโบยจนเขาร้องโอดโอย เมื่อโบยเสร็จ เขาก็เดินหัวทิ่มหัวตำ โซซัดโซเซไปยังคุกหลวง