ตอนที่ 21
บทที่ 21 ราวกับกระต่ายน้อยที่ตกใจกลัว
October 28, 2026
เจี่ยนอี๋นั่วเม้มริมฝีปากแน่น และอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปถลึงตาใส่เหลิ่งหมิงอัน แต่ทว่าเหลิ่งเซ่าถิงได้ดึงมือของเธอเอาไว้เสียก่อน และได้ห้ามพฤติกรรมของเธอเอาไว้ ใบหน้าของเหลิ่งเซ่าถิงยังคงแฝงไปด้วยรอยบางๆ แต่ฝ่ามือที่เย็นเล็กน้อย และออกแรงนิดหน่อย ทำให้เจี่ยนอี๋นั่วสงบลงได้ในชั่วพริบตา
ใช่แล้ว ตอนนี้ถ้าตอบโต้อะไรเหลิ่งหมิงอันไป ก็จะไม่ดีกับเจี่ยนอี๋นั่ว ต่อหน้าผู้คน เธอกับน้องชายของสามีส่งสายตากันไปมา แบบนี้แล้วเธอจะยังยืนหยัดในตระกูลเหลิ่งได้อย่างไร ถ้าไม่สามารถยืนหยัดในตระกูลเหลิ่งแล้ว จะไปช่วยตระกูลเจี่ยนได้อย่างไร?
ดังนั้นถึงแม้จะเห็นได้ว่าเหลิ่งหมิงอันมองมาทางเธอตลอดเวลา เจี่ยนอี๋นั่วก็ยังคงพยายามที่จะไม่สนใจสายตาที่แสนเย็นชาของเหลิ่งหมิงอัน มองเพียงแต่เหลิ่งเซ่าถิงเท่านั้น พยายามที่จะทำเหมือนว่าในสายตามีแต่สามีของภรรยา
งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ราวกับว่าเป็นสนามรบ คนในตระกูลเหลิ่งทยอยเข้ามาลองหยั่งเชิงเหลิ่งเซ่าถิงกันอย่างต่อเนื่อง แต่เหลิ่งเซ่าถิงก็แสดงออกมาได้ดีมากๆ ราวกับว่าเค้าไม่เคยได้รับอุบัติเหตุทางรถ แล้วกลายเป็นเจ้าชายนิทรามาก่อน เขาเกือบจะรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมาในระยะหนึ่งปีนี้ได้ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนกระทั้งเรื่องอื้อฉาวของดารา เขาก็เข้าใจดีทั้งหมด การดำเนินการของเครือค่ายของตระกูลเหลิ่งและการเปลี่ยนแปลงของบุคลากร เขาก็คุ้นเคยเป็นอย่างดี ราวกับว่าเขาแค่ออกไปเทียวไม่กี่วัน และเพิ่งกลับมาที่ตระกูลเหลิ่งก็เท่านั้นเอง
ตอนนี้เองที่เจี่ยนอี๋นั่วเพิ่งได้รู้ว่าเหลิ่งเซ่าถิงได้ดูข้อมูลจากโน้ตบุ้ค เพียงแต่เธอนั้นรู้สึกตะลึงกับความจำอันทรงพลังของเหลิ่งเซ่าถิง แต่ว่าเวลาสั้นๆแค่วันเดียว เหลิ่งเซ่าถิงที่เพิ่งจะฟื้นก็สามารถจำข้อมูลและความเป็นไปของบริษัทตลอดหนึ่งปีได้อย่างชัดเจนและไม่มีข้อบกพน่องใดๆ เจี่ยนอี๋นั่วเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเหลิ่งเซ่าถิงถึงดูถูกเธอ ถ้าเทียบกับเหลิ่งเซ่าถิงแล้ว ความขยันและควาสามารถของเธอนั้นยังคงห่างจากเขาอีกเยอะ
เมื่องานเลี้ยงจบลง ผู้คนที่เห็นเหลิ่งเซ่าถิงฟื้นตัวเป็นแกติแล้วนั้น ต่างก็ครุ่นคิดอยู่ในใจและแยกย้ายกันไป เหลิ่งถึงแม้ว่าเซ่าถิงและเหลิ่งเฉิงอวี๋จะมีความคิดที่แตกต่างกัน แต่ต่างก็ลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม และเดินไปส่งแขก
คุณนายเหลิ่งที่เพิ่งจะลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก็หันไปมองเจียนอี๋นั่ว:“อี๋นั่วไปที่ห้องของฉัน ฉันมีเนื่องที่อยากจะคุยด้วย”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วเล้กน้อย และเดินตามคุณนายเหลิ่งเข้าห้องไป
เพียงแค่เดินเข้ามาในห้องคุณนายเหลิ่ง เจี่ยนอี๋นั่วก็รีบอธิบายขึ้นทันที:“ฉันเคยเจอเหลิ่งหมิงอันแค่ครั้งเดียวจริงๆนะคะ วันนี้ตอนบ่ายเงินของฉันตกลงไปในท่อระบายน้ำและเขาก็เป็นคนเก็บมันขึ้นมาให้ฉัน ท่าทางเขาด฿เหมือนคนจรจัด มีแค่นี้จริงๆนะคะ! ”
คืนนี้สายตาของเหลิ่งหมิงอันมองดูเธออย่างเปิดเผย เจี่ยนอี๋นั่วรู้ว่าคุณนายเหลิ่งและเหลิ่งเซ่าถิงนั้นต้องเห็นอย่างแน่นอน ยิ่งถูกคุณนายเหลิ่งซักถามแบบนี้แล้ว สู้เธอเป็นคนบอกก่อนยังจะดีกว่า และจริงแล้วก่อนหน้านี้เธอกับเหลิ่งหมิงอันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว เจี่ยนอี๋นั่วรู้สึกว่าไม่มีอะไรต้องปิดบัง
คุณนายเหลิ่งที่ได้ยินเจี่ยนอี๋นั่วพูดนั้น กลับหัวเราะออกมา:“เธอคิดว่าที่ฉันเรียกเธอมา เพื่อที่จะถามเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับเหลิ่งหมิงอันงั้นหรอ?”
ก่อนหน้านี้เจี่ยวอี๋นั่วคิดว่าเป็นแบบนั้น แต่หลังจากที่ได้ยินคุณนายเหลิ่งถามขึ้นมาแบบนั้นแล้ว ก็กลับไม่มั่นใจแล้ว เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย และมองไปที่คุณนายเหลิ่งอย่างสงสัย จากนั้นก็พยักหน้าเบาๆ
คุณนายเหลิ่งหัวเราะพรางพูดขึ้นว่า:“ก่อนที่เธอจะเข้ามาในตระกูล ก็ได้ทำการตรวจสอบเธอมาก่อนแล้ว ถ้าหากเธอเกี่ยวข้องอะไรกับเหลิ่งหมิงอันจริๆ ฉันคงไม่ให้เธอมีลูกกับเหลิ่งเซ่าถิงหรอก เหลิ่งหมิงอันเป็นคนเจ้าชู้ ถ้าเขาจะรู้สึกประหลาดใจและก็รู้สึกดีกับเธอ ฉันก็คงไม่แปลกใจ เธอฉลาดมาก ฉันเชื่อว่าเธอรู้ขอบเขตดี เธอคงจะเข้าใจดีว่าควรรักษาระยะห่างกับเหลิ่งหมิงอันยังไง ที่ฉันเรียกเธอมา ก็เพระาได้ยินมาว่าวันนี้เธอตากฝน แถมยังนั่งรถประจำทางมาอีก เธอลืมไปแล้วหรือไงว่าเธอคือคนท้อง?”
เจี่ยนอี๋นั่วกลับไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่คุณนายหลิ่งจะรู้เรื่องพวกนี้ บอดี้การ์ดและคนรับใช้ของตระกูลเหลิ่งคงไม่เก็บเป็นความลับให้เธออย่างแน่นอน
เจี่ยนอี๋นั่วพยักหน้าเล็กน้อย:“วันนี้ตอนบ่าย ฉันลืมหยิบร่มไปน่ะค่ะ และฉันก็ไม่มีเงินเติมน้ำมัน แล้วก็ก็ไม่มีเงินนั่งรถแท็กซี่ด้วย.......ฉัน.....”
“เธอโทรเรียกใช้รถของตระกูลเหลิ่งได้ เธอควรที่จะใช้ของของตระกูลเหลิ่งให้คุ้นชิน แน่นอนว่าเป็นของที่อยู่ในอำนาจและขอบเขตของเธอ” เมื่อคุณนายเหลิ่งหัวเราะและพูดถึงตรงนี้ เธอก็หันไปหยิบเงินจำนวนหนึ่งที่ตู้หนังสือ แล้วยื่นให้ในมือของเจี่ยนอี๋นั่ว
เจี่ยนอี๋นั่วที่เห็นเงินเยอะขนาดนั้น ก็รีบถามขึ้นว่า:“คุณท่านนี่คือจะทำอะไรคะ?”
คุณนายเหลิ่งหัวเราะพรางพูดขึ้นว่า:“นี่เป็นเงินค่าขนมของทุกคนในตระกูลเหลิ่ง อย่างเธอ เดือนนึงก็สามหมื่นหยวน เงินของเดือนนี้ ฉันให้เธอก่อน เดือนถัดไป จะมีคนรับใช้เอาไปให้ที่ห้องของเธอกับเหลิ่งเซ่าถิง”
“แต่ คุณนายเหลิ่ง ฉันไม่ได้......”เจี่ยนอี๋นั่วอยากที่จะพูดว่าเธอยังไม่ใช่ภรรยาอย่างจริงๆจังของเหลิ่งเซ่าถิงสักหน่อย
คุณนายเหลิ่งรีบส่ายหน้าพรางหัวเราะและตัดบทของเจี่ยนอี๋นั่วทันที จากนั้นก้พูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆว่า:“ไม่ เธอเป็น ตอนนี้เธอเป็นภรรยาของเหลิ่งเซ่าถิง เมื่อไหร่ที่เธอไปจากตระกูลเหลิ่งแล้ว และไม่มีพันธะอะไรกับตระกูลเหลิ่งอีก ถึงตอนนั้นแล้วค่อยปฏิเสธเงินก้อนนี้ แต่ฉันหวังว่าเรื่องแบบนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น นี่เป็นแค่เงินค่าขนม เพียงแค่เธอได้กลายเป็ฯสัญลักษณ์หนึ่งของตระกูลเหลิ่งแล้ว”
เจี่ยนอี๋นั่วก้มหน้าลงเล็กน้อย และกำเงินก้อนโตเอาไว้แน่น พรางกัดริมฝีปาก อดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอ ตอนนี้เธอต้องการเงินจริงๆ ไม่เพียงแต่เงินที่ตระกูลเหลิ่งมอบให้เพื่อช่วยเหลือบริษัท และยังเป็นเงินที่ต้องเลี้ยงดูทั้งตระกูลเจี่ยน เธอต้องการทั้งหมด วันที่ยากลำบากและน่าอับอาย ทำให้เธอรู้สึกราวกับว่าตัวเองนั้นเปลือยเปล่าและวิ่งล่อนจ้อนไปทั่วท้องถนนในทุกๆวัน เธอไม่รู้สึกถึงความปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่คนอื่นมองมาที่เธอ ก็เห็นถึงความอึดอัดใจของเธอ
เจี่ยนอี๋นั่วพูดเสียงเบาว่า:“คุณนาย.....เอ่อ ไม่สิ่ คุณย่า ขอบคุณนะคะ ”
คุณนายเหลิ่งหัวเราะพรางพยักหน้า:“ฉันก็ขอบคุณเธอนะ กลับไปพักผ่อนเถอะ คราวหลังต้องอย่าลืมนะว่าเธอน่ะเป็นคนท้อง ไม่ว่าจะอะไรลูกก็ต้องมาก่อน ได้ชิงคลอดลูกให้เซ่าถิงได้ก่อนเหลิ่งหมิงอัน ก็ถือว่าเธอได้ช่วยเซ่าถิงเหมือนกัน”
“งั้นฝันดีนะคะคุณย่า” เจี่ยนอี๋นั่วพยักหน้า จึงจะเดินออกจากห้องของคุณนายเหลิ่ง