ตอนที่ 227
บทที่ 227 ไม่อร่อย
October 28, 2026
เพียงเจี่ยนอี๋นั่วนึกถึงเหลิ่งเซ่าถิง เธอก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา แล้วนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต เจี่ยนอี๋นั่วอึ้งขึ้นมาทันที จนเธอได้กลิ่นหอมอ่อนๆออกมา เธอจึงได้หรี่ไฟลง
เจี่ยนอี๋รั่วตักโจ๊กใส่ไปในสองชามอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหน้ามาหาลั่วหยางแล้วตะโกนออกมาว่า : “ลั่วหยาง หนูกับซวงซวงกินโจ๊กกันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวหม่าม้าจะรีบเอาขึ้นไปให้คุณพ่อกินก่อน”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดจบ เธอก็ถือถ้วยโจ๊กขึ้นชั้นสองไป
ลั่วหยางมองตามแผ่นหลังของเจี่ยนอี๋นั่น จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วมองไปที่โจ๊กที่เจี่ยนอี๋นั่วทำให้พักหนึ่ง เขาลังเลอยู่นาน จากนั้นลั่วหยางก็ตักโจ๊กขึ้นมาชิม ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วแล้วทำหน้าขื่นขมออกมา
“โจ๊กอร่อยมั้ยคะ?” เจี่ยนซวงวิ่งมาถามด้วยรอยยิ้มอยู่ข้างๆลั่วหยาง
ลั่วหยางมองเจี่ยนซวง ก่อนจะพยักหน้าขึ้นลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มว่า : “โจ๊กอร่อยมาก คิดไม่ถึงเลยว่าคุณผู้หญิงเจี่ยนที่ทำอาหารไม่เป็นจะทำโจ๊ะได้อร่อยขนาดนี้ คุณผู้หญิงทำโจ๊กให้เธอกินบ่อยมั้ย?”
เจี่ยนซวงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม : “แน่นอนสิคะ หม่าม้าชอบทำโจ๊กให้หนูกินมากๆ ถึงแม้หม่าม้าจะทำอย่างอื่นไม่เป็น แต่โจ๊กก็ถือว่าพอใช้ได้ค่ะ อีกอย่างการทำโจ๊กมันใช้เวลาทำไม่นาน แค่เอาข้าวใส่ลงหม้อแล้วก็ค่อยๆต้มเอง ถ้าแม่แต่โจ๊กก็ทำไม่เป็น คงต้องเป็นหม่าม้าที่ซื่อบื้อไร้เทียมทานแล้วแหละค่ะ”
เมื่อเจี่ยนซวงพูดจบ เธอก็หัวเราะฮิฮิก่อนจะตักโจ๊กเข้าปาก จากนั้นเจี่ยนซวงห็ขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ก่อนจะทำหน้าที่ขมขื่นออกมา : “ว้าว ทำไมไม่อร่อยเลยล่ะ ทำไมรสชาติมันขมอย่างงี้ล่ะคะ อาหารที่หม่าม้าทำรสชาติแย่ลงทุกวันเลย ทำไมทำโจ๊กได้แย่ขนาดนี้ล่ะเนี่ย?”
เจี่ยนซวงพูดพร้อมกับกินเข้าไปอีกสองสามคำ แล้วหันหน้าไปจ้องลั่วหยางทันที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโมโหว่า : “พี่โกหกหนูหรอคะ? โจ๊กรสชาติแย่ขนาดนี้! พี่ยังโกหกหนูอีกว่ามันอร่อย!”
ลั่วหยางขมวดคิ้ว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม : “พี่คิดว่าเธอจะชอบโจ๊กนี้มากไง ไม่ได้คิดว่าเธอจะไม่ชอบมันเลยสักนิด”
เจี่ยนซวงแลบลิ้นออกมาก่อนจะพูดด้วยความโมโหว่า : “พี่คั้งใจโกหกหนู!”
จู่ๆเจี่ยนซวงก็นึกอะไรขึ้นได้ ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ : “คุณพ่อต้องคิดว่าโจ๊กของหม่าม้ารสชาติไม่ดีแน่เลย ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะด่าหม่าม้ามั้ย? ถ้าคุณพ่อคิดว่าฝีมือหม่าม่าไม่อร่อย ไม่แน่นะว่าในอนาคตฝีมือการทำอาหารของหม่าม้าจะอร่อยขึ้นใน”
ลั่วหยางส่ายหน้าก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “เขาไม่พูดหรอกว่าไม่อร่อย แค่ได้กินโจ๊กที่คุณผู้หญิงเจี่ยนทำให้เขาก็ดีใจมากๆแล้ว”
“คุณผู้หญิงเจี่ยน? คุณผู้ชายเกลิ่งงั้นหรอคะ?” เจี่ยนซวงมุ่ยปาก พร้อมกับส่ายหน้า : “เหมือนพี่เป็นแขกยังไงอย่างนั้นเลยอ่ะ ถึงแม้หนูจะไม่ชอบที่พี่เป็นพี่ชายของหนู แต่พี่พูดแบบนี้ หนูก็รู้สึกไม่ดีนะคะ แล้วก็......”
เมื่อเจี่ยนซวงพูดถึงตรงนี้ เธอก็นึกถึงบะหมี่ที่เจี่ยนอี๋นั่วทำที่รสชาติแย่ๆ เหลิ่งเซ่าถิงก็ยังบอกว่าอร่อย เจี่ยนซวงเองก็พยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย : “คุณพ่อคงจะพูดว่าโจ๊กของหม่าม้าอร่อยจริงๆนั่นแหละ”
เจี่ยนซวงพูดถึงตรงนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปใกล้ลั่วหยาง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบาๆว่า : “พี่ว่าลิ้นของคุณพ่อเราไม่ดีรึเปล่าคะ ทำไมถึงกินอาหารที่รสชาติแย่ๆของหม่าม้าเข้าไปได้?”
ลั่วหยางไม่ได้พูดอะไร เพียงมองเจี่ยนซวงแล้วพูดด้วเสียงเข้ม : “ไม่รู้”
“อืม เพราะว่าลิ้นไม่ดีแน่ๆ” เจี่ยนซวงพยักหน้า และคาเคะเนความเป็นไปได้กับตัวเหลิ่งเซ่าถิง
เจี่ยนอี๋นั่วถือโจ๊กขึ้นไปชั้นสองก่อนจะเคาะประตูห้องเบาๆ หลังจากที่เธอได้ยินเสียงจากในห้องว่า ‘เข้ามา’ เธอก็เปิดประตูเข้าไปทันทีพร้อมกับโจ๊กของเธอ
เพียงเธอเข้าไปในห้องนอน เธอก็เห็นเหลิ่งเซ่าถิงสวมชุดนอนนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาแดงมากกว่าปกติ เจี่ยนอี๋นั่วรีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะวางโจ๊กไว้ข้างๆแล้วยกมือขึ้นมาทาบหน้าผากของเหลิ่งเซ่าถิง พร้อมกับขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นมาว่า : “ทำไมหน้าคุณแดงขนาดนี้ล่ะคะ? เป็นไข้รึเปล่า?”
เหลิ่งเซ่าถิงช้อนสายตาของเขามองเจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนจะมองต่ำแล้วก็ส่ายหน้า : “ฉันไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเลย”
เมื่อเหลิ่งเซ่าถิงพูดจบเขาก็ยกมือขึ้นมา พยายามที่จะจับมือของเจี่ยนอี๋นั่วที่ทาบอยู่ที่หน้าผากของเขา แต่เจี่ยนอี๋นั่วไม่รีรอให้เขาได้มาแตะมือของเธอแตาอย่างใด เธอก็รีบหลีกการสัมผัสจากเหลิ่งเซ่าถิงอย่างรวดเร็ว
เจี่ยนอี๋นั่วเอามือมาไว้ข้างหลังของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้ว : “ตัวร้อนมากนะคะ ฉันว่าไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ”
เมื่อเหลิ่งเซ่าถิงเห็นพฤติกรรมของเจี่ยนอี๋นั่งเขาก็ส่ายหน้าพร้อมกับยกยิ้ม : “หมอมาดูอาการแล้ว ยาก็กินแล้ว เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่เป็นอะไรแน่นอน ร่างกายของฉัน ฉันรู้ดี”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วขึ้นทันที : “อะไรคะ? รู้อะไรกัน?ถ้าคุณรู้จริงๆคุณจะกลายเป็นแบบนี้หรอคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงเงยหน้ามามองเจี่ยนอี๋นั่วด้วยรอยยิ้ม แล้วพูดออกมาเบาๆว่า : “ทำไม? เธอเป็นห่วงฉันหรอ?”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งว่า : “ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้เป็นห่วงคุณ”
เหลิ่งเซ่าถิงหรี่ตามองก่อนจะยิ้มอ่อนๆ : “ไม่ว่าเธอจะห่วงหรือไม่ห่วงฉัน ฉันก็จะบอกเธออยู่ดี เธอวางใจเถอะ ไม่มีอะไรน่าห่วงจริงๆ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉันจริงๆฉันจะบอกเธอตรงๆ เธอไม่ต้องกังวล ในการรักษาโรคมันต้องใช้เวลา ตอนนี้ร่างกายของฉันก็กำลังพักฟื้น”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วก่อนจะกระพริบตา : “ฉันทำโจ๊กมาค่ะ คุณกินหน่อยแล้วกันนะคะ”
เหลิ่งเซ่าถิงยิ้มก่อนจะกินโจ๊กเข้าไปคำนึง ก่อนที่เขาจะขมวดคิ้วขึ้นอย่างอดไม่อยู่
“ทำไมคะ? ไม่อร่อยหรอ?” เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้ว : “ตอนนี้ฉันมีแค่สกิลในการทำโจ๊กนี่แหละค่ะ ถ้ามันไม่อร่อยจริงๆ ฉันก็คงไม่มีประโยชน์จริงๆ”
“ไม่นี่ อร่อยมาก” เหลิ่งเซ่าถิงส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะกินโจ๊กต่ออีกคำ พร้อมกับยิ้มแล้วก็พูดกับเจี่ยนอี๋นั่งว่า : “อร่อยมากจริงๆนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี่ยนอี๋นั่วจึงโล่งอก ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความพออกพอใจ : “แน่นอนสิคะ ถึงแม้อาหารอย่างอื่นฉันจะไม่ได้เรื่อง แต่ถ้าเป็นโจ๊กฉันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คุณกินโจ๊กต่อเลยนะ ฉันขอตัวก่อน เด็กสองคนนั้นจะอยู่ตามลำพังไม่ได้ เดี๋ยวคุณก็นอนพักซะนะคะ คืนนี้ฉันจะดูแลลูกเอง คุณไม่ต้องห่วงนะ”
เหลิ่งเซ่าถิงไม่ได้ตอบคำถามของเจี่ยนอี๋นั่ว เขาเพียงพิงเตียงแล้วขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วก็มองเจี่ยนอี๋นั่ว เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วเห็นท่าทีเหมือนเหลิ่งเซ่าถิงมีอะไรจะพูด เจี่ยนอี๋นั่วก็ขมวดคิ้วขึ้นแล้วพูดกับเหลิ่งเซ่าถิงว่า : “คุณมีอะไรจะพูดหรอคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงเชยตามองเจี่ยนอี๋นั่ว : “ขอโทษที่ฉันโกหกเธอ ขอบคุณที่เธอกลับมาดูแลฉัน”
เจี่ยนอี๋นั่วคิดไม่ถึงว่าเหลิ่งเซ่าถิงจะพูดอะไรอย่างนี้กับเธอ
เจี่ยนอี๋นั่วถอนหายใจพร้อมกับขมวดคิ้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเข้มว่า : “คุณรู้สึกผิดด้วยหรอคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้า แล้วพูดด้วยความจริงใจว่า : “แน่นอนสิ ฉันผิดไปแล้ว และรู้สึกผิดมาก”