ตอนที่ 229
บทที่ 229 ฉันรักคุณมาโดยตลอด
October 28, 2026
เหลิ่งเซ่าถิงเพียงกดจูบไปที่มุมปากของเจี่ยนอี๋นั่วก็ผละออกมา พร้อมกับถามเจี่ยนอี๋นั่วด้วยความประหม่าว่า
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วแล้วจ้องหน้าไปที่เหลิ่งเซ่าถิง เหลิ่งเซ่าถิงมองหน้าเจี่ยนอี๋นั่วด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะถามเบาๆ : “หรือว่าเธอโกรธจริงๆ?”
เจี่ยนอี๋นั่วกระพริบตาแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแค่จ้องหน้าเหลิ่งเซ่าถิง เหลิ่งเซ่าถิงรู้สึกน้อยใจเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า : “ถ้าเธอโกรธ ฉันจะไม่......”
เฉพาะตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับเจี่ยนอี๋นั่ว ที่เหลิ่งเซ่าถิงจะแสดงท่าทางตื่นตระหนกและประหม่าแบบนี้ออกมา
เหลิ่งเซ่าถิงยังพูดไม่ทันจบ เจี่ยนอี๋นั่วก็คว้าคอเสื้อของเหลิ่งเซ่าถิงมา ก่อนที่เจี่ยนอี๋นั่วจะจูบเหลิ่งเซ่าถิง เหลิ่งเซ่าถิงไม่คิดเลยว่าจู่ๆเจี่ยนอี๋นั่วจะมีปฏิกิริยาตอบโต้มาเช่นนี้ เขายังคงงุนงง เพราะไม่ได้เตรียมตัวรับมือ เจี่ยนอี๋นั่วต้อนเขาเข้ากับกำแพงก่อนจะยกขาขึ้นแล้วยกมือมาคล้องคอของเหลิ่งเซ่าถิง แล้วพูดหนักๆไปที่ริมฝีปากของเหลิ่งเซ่าถิง
หลังจากจูบกันเรียบร้อยแล้ว ริมฝีปากของเจี่ยนอี๋นั่วก็รู้สึกเสียวซ่านเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมา แล้วพูดว่า : “ฉันโกรธมากค่ะ แล้วนี่ก็คือการทำโทษ”
“ทำโทษแบบนี้หรอ? งั้นต่อไปฉันคงต้องทำผิดบ่อยๆซะแล้ว” เหลิ่งเซ่าถิงที่ได้สติพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
เหลิ่งเซ่าถิงยกมือขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของเจี่ยนอี๋นั่วเบาๆ เขาคิดว่าเจี่ยนอี๋นั่วจะผละออก แต่ไม่คิดว่าเจี่ยนอี๋นั่วนั้นจะไม่เลี่ยงเขาแบบนี้ แล้วยังจะให้เขาสัมผัสตามใจชอบอีก
เหลิ่งเซ่าถิงมองเจี่ยนอี๋นั่วและลังเลอยู่สักพัก ก่อนจะถามขึ้นเบาๆ : “เธออภัยให้ฉันแล้วใช่มั้ย? เธออยากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันกับฉันต่อมั้ย?”
เจี่ยนอี๋นั่วเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพูดอย่างไม่มั่นใจว่า : “แล้วตอนนี้ฉันทำอะไรได้ล่ะคะ? ไม่ว่าคุณจะโกหกฉันยังไง จะผลักไสฉันยังไง หรือจะกวักมือเรียกฉันยังไง ฉันก็กลับมาหาคุณอยู่ดี ฉันก็ยังห่วงคุณ ยังปล่อยคุณไปไม่ได้ ฉันทำอะไรได้ล่ะคะ? ฉันทำได้แค่ชอบคุณ แล้วช่วงนี้ฉันก็เอาแต่แข็งๆใส่คุณ ถึงแม้มันจะดูเหมือนทำให้คุณลำบากใจ แต่มันก็ทำให้ฉันลำบากใจเหมือนกันค่ะ ถ้าคิดๆดูแล้วฉันกำลังทำอะไรกัน? ฉันก็สามสิบแล้วนะคะ ถ้าเกิดโชคดีอยู่ได้อีกนานๆ ก็อาจจะอยู่จนถึงอายุแปดสิบได้ แล้วก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกห้าสิบปี ผ่านมาสามสิบปีแล้ว มันไวมากๆเลยนะคะ ห้าสิบปปีที่ว่าดูเหมือนจะนานแต่มันก็แค่ช่วงเวลาช่วงเวลานึงเท่านั้น พอฉันเห็นคุณบาดเจ็บ ฉันก็ไม่รู้แล้วว่าฉันจะเสียคุณไปเมื่อไหร่ ภัยพิบัติธรรมชาติแบบนี้ใครจะไปรู้ล่ะคะว่าวินาทีต่อไปจะเกิดหายนะอะไรขึ้น? ฉันว่าฉันจะไปเลี่ยงมันแล้วค่ะ! ฉันยอมแพ้แล้ว การที่ฉันต้องเผชิญหน้ากับคุณแบบนี้ฉันแต่จะแพ้ เพราะฉันรักคุณค่ะ ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว ฉันก็ยังรักคุณมาโดยตลอด”
เหลิ่งเซ่าถิงยกมือขึ้นมาลูบใบหน้าของเจี่ยนอี๋นั่วเบาๆ ตาของเขาแดงก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา แล้วค่อยๆยกยิ้มขึ้น : “คำพูดหวานๆซึ้งของเธอทำเอาฉันอยากจะฟังมันไปตลอดชีวิตเลย”
มือของเหลิ่งเซ่าถิงเย็นไปหมด จนรู้สึกไม่สบายใจที่ตะสัมผัสใบหน้าของเจี่ยนอี๋นั่ว แต่เจี่ยนอี๋นั่วก็ยกมือขึ้นมากุมหลังมือของเหลิ่งเซ่าถิงเอาไว้ แล้วก็กดฝ่ามือของเขาเข้าหาใบหน้าของตัวเอง
เจี่ยนอี๋นั่วขยับใบหน้าหาฝ่ามือของเขาเบาๆ ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงสะอื้นว่า : “ไม่ซึ้งไม่ได้สิคะ อย่างตอนนี้ฉันไม่ทีอะไรเลย งานก็ไม่มี ไม่ได้ฉลาดเหมือนคนอื่นๆเขา หน้าตาก็ไม่ได้ดี อายุก็เยอะแล้วด้วย อีกไม่กี่ปีก็คงมีริ้วรอยตีนกาขึ้น นอกจากการพูดคำหวานพวกนี้เพื่อเล้าโลมคุณ แล้วฉันทำอะไรได้นอกจากโกหกเพื่อให้คุณอยู่เคียงข้างฉันได้อีกล่ะคะ? ฉันก็เลยตัดสินใจบอกรักคุณเพื่อให้คำพูดของฉันผูกคุณไว้เคียงเข้างงฉันแล้วก็ไม่ไปไหนจากฉันอีก”
“ขอบคุณนะ......”เหลิ่งเซ่าถิงจับแก้มของเจี่ยนอี๋นั่วเอาไว้ ก่อนจะกดจูบเธออีกครั้ง แล้วพูดเสียงสั่นว่า : “ขอบคุณที่โกหกกัน......”
เจี่ยนอี๋นั่วยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะใช่ปลายจมูกของตัวเองถูไถไปกับจมูกเขาเหลิ่งเซ่าถิง : “งั้นต่อไปก็เป็นเด็ดกีให้ฉันโกหกแล้วกันนะคะ!”
“อือ......” เหลิ่งเซ่าถิงตอบเสียงเข้ม
ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูเข้ามาขัดจังหวะ เจี่ยนอี๋นั่วตกใจกับเสียงเคาะประตูก่อนที่เหลิ่งเซ่าถิงจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า : “ไม่ต้องห่วง เธอกลับเข้าไปดูแลเด็กๆเถอะ อาจจะเป็นคนเข้ามาหาฉันเพื่อไปจัดการอะไรบางอย่างน่ะ”
เจี่ยนอี๋นั่งพยักหน้า ก่อนจะยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาของเหลิ่งเซ่าถิงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม : “ท่านประธานเหลิ่งของฉัน ห้ามให้ใครเห็นน้ำตานะคะ ไม่อย่างนั้นลูกน้องของคุณจะตกใจเอา”
เมื่อเช็ดน้ำตาให้เขาเรียบร้อยแล้ว เจี่ยนอี๋นั่วก็เดินเข้าห้องน้ำไป เหลิ่งเซ่าถิงมองตามแผ่นหลังของเจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนเข้าจะยิ้มแล้วเดินไปเปิดประตู ก็เห็นชายสวมชุดดำอยู่หน้าห้องที่พูดกับเหลิ่งเซ่าถิงด้วยความเคารพว่า : “ท่านประธานครับ ข้างล่างซ่อมเรียบร้อยแล้วครับ พวกท่านลงไปได้เลย......”
เหลิ่งเซ่าถิงรีบยกมือขึ้นมาขัดคนพูด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มว่า : “ไม่ ยังไม่ได้ซ่อมเรียบร้อยดี ฉันจะอยู่ในนี้กับภรรยาแล้วก็ลูกๆของฉันก่อน”
ชายคนนั้นอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะพยักหน้าขึ้นลง : “ครับ เข้าใจแล้วครับ แต่ว่าแผลของท่านประธานต้องรักษานะครับ......”
เหลิ่งเซ่าถิงส่ายหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม : “แผลของฉันไม่เป็นอะไรหรอก เตรียมยามาให้ฉันก็พอ ฉันมีคนทำแผลให้แล้ว แล้วก็เตรียมเสื้อผ้ามาให้ฉันด้วย ........เตรียมอาหารไว้ด้วยล่ะ มีคนทำอาหารใีมือไม่ดีทิ้งไว้ ฉันว่าลูกๆของฉันคงยังไม่อิ่มท้อง”
คนนั้นมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของเหลิ่งเซ่าถิง เขาอดที่จะไม่เบิกตาโตไม่ได้ เขาเคยเห็นรอยยิ้มที่ถากถางและไม่แยแสของเหลิ่งเซ่าถิงมามาก รอยยิ้มพวกนั้นไม่มีความอบอุ่นอยู่เลยสักนิด ไม่คิดเลยว่ารอยยิ้มของเหลิ่งเซ่าถิงนั้นจะอบอุ่นได้แบบนี้
เขาอึ้งไปสักพัก ก่อนที่จะรีบพยักหน้า แล้วพูดว่า : “ครับ ผมจะไปทำเดี๋ยวนี้ครับ”
เพียงผ่านไปได้ไม่นาน คนนั้นก็เตรียมอาหารเย็นมาพร้อมกับเสื้อผ้าและยา เหลิ่งเซ่าถิงรับมาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็ปิดประตูลง เหลิ่งเซ่าถิงเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเดินไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะพูดเสียงต่ำว่า : “สามคนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างใน หิวกันรึยัง? ออกมากินข้าวกันก่อนค่อยกลับเข้าไปข้างในมา”
เหลิ่งเซ่าถิงเพิ่งพูดจบ เจี่ยนซวงก็เปิดประตูแล้ววิ่งออกมาทันที : “คุณพ่อคะ มีอะไอร่อยๆบ้างหรอคะ? ซวงซวงหิวมากเลยค่ะ”
ก่อนที่ลั่วหยางจะเดินตามออกมาจากห้องน้ำ แล้วขมวดคิ้วพูดขึ้นว่า : “ผมก็กินไม่อิ่มครับเมื่อเช้า”
เจี่ยนอี๋นั่วมองลูกทั้งสองอย่างสงสัย ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “ทำไมกินไม่อิ่มคะ? หม่าม้าก็ทำอาหารไว้ให้หนูกินแล้วนะ?”
ลั่วหยางกระพริบตาและไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เจี่ยนซวงกลับตะโกนออกมาเสียงดัง : “โจ๊กที่หม่าม้าทำไม่อร่อยเลยค่ะ หนูกับพี่กินไปแค่ไม่กี่คำก็กินต่อไม่ได้แล้ว! เททิ้งไปแล้วค่ะ!”
เจี่ยนอี๋นั่วเหล่ตาไปมองเหลิ่งเซ่าถิง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย : “แล้วทำไมคุณกินไปหมดเลยล่ะคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงพูดด้วยรอยยิ้ม : “ผมว่ามันอร่อยมากเลยนะ”
“นั่นเพราะว่าปากคุณพ่อไม่รับรสชาติต่างหากค่ะ!” เจี่ยนซวงขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจออกมาแรงๆ : “หม่าม้าคะ ถ้าว่างๆพาคุณพ่อไปหาหมอด้วยนะคะ หนูว่าการรับรสของคุณพ่อต้องมีปัญหาแน่ๆเลยค่ะ”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิง : “คุณคงไม่ได้มีปัญหาการรับรสจริงๆใช่มั้ยคะ? หลายปีมานี่คุณยังไงกันแน่คะ? ไม่แค่ร่างกายแต่รวมถึงการรับรสก็มีปัญหาหรอ?”
เหลิ่งเซ่าถิงยื่นถ้วยหมูตุ๋นไปข้างหน้าเจี่ยนซวง เพื่อให้เจี่ยนซวงเงียบ ก่อนจะถามเจี่ยนอี๋นั่วด้วยรอยยิ้มว่า : “ทำไม? คุณจะปล่อยผมไปหรอ?”
เจี่ยนอี๋นั่วส่ายหน้า ก่อนจะพูดด้วยความจริงจัง : “ไม่ใช่หรอกค่ะ ฉันแค่คิดว่าถ้าคุณไม่รับรสขริงๆคุณก็จะเข้ากันกับฉันโดยธรรมชาติเลยไงคะ ฉันทำอาหารรสชาติแย่แค่ไหนคุณก็ไม่สามารถรับรสได้ ฉันทำอะไรให้คุณกิน คุณก็กินได้หมดไง”
เหลิ่งเซ่าถิงยิ้มให้เจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม : “อือ ฉันคงมีปัญหาเรื่องการรับรสจริงนั้นแหละ”