ตอนที่ 230
บทที่ 230 ฉันต้องรู้ทั้งหมด
October 28, 2026
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วได้ยินที่เหลิ่งเซ่าถิงพูด เธอก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม : “ถ้ารู้แล้ว ต่อไปก็อย่าพลาดเรื่องที่น่าสนใจพวกนี้อีกนะคะ”
เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้า ก่อนจะยกยิ้มอ่อนๆ : “อือ ต่อไปฉันจะอยู่กับเธอ เรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ ฉันจะต้องรู้ทั้งหมด”
เจี่ยนอี๋นั่วอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาลูบที่ไหล่ของเหลิ่งเซ่าถิง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อก่อนที่เธอจะพูดอย่างจริงจังว่า : “อย่ามาล้อเล่นอีกนะคะ!”
“โอ้ย........” เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วตีไปที่ไหล่ของเหลิ่งเซ่าถิง เหลิ่งเซ่าถิงก็ขมวดคิ้วแล้วแสดงท่าทีที่เจ็บปวดออกมาทันที
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วเห็นเช่นนั้น ก็รีบยกมือขึ้นมาพยุงเหลิ่งเซ่าถิง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วถามว่า : “เป็นอะไรไปคะ? ฉันตีโดนแผลของคุณหรอคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า : “ไม่หรอก ตอนนี้ยังทนได้อยู่ ฉันไหว”
เจี่ยนอี๋นั่วรีบเช็ดน้ำตาแล้วขมวดคิ้วก่อนจะพูดว่า : “ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาเล่นนะคะ คุณทนก่อนนะ ฉันจะล้างแผลให้คุณ”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดจบเธอก็หันหน้าไปมองยาที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเตรียมทุกอย่างอย่างละเอียด แล้วเจี่ยนอี๋นั่วก็ค่อยๆล้างแผลให้เหลิ่งเซ่าถิง ที่มีเศษกระจกติดมาด้วย จากนั้นเธอก็ค่อยๆพันแผลให้กับเหลิ่งเซ่าถิงอย่างระมัดระวัง เหลิ่งเซ่าถิงก่มหน้ามองเจี่ยนอี๋นั่วที่กำลังพันแผลให้เขาอยู่ข้างหลัง เขาก็อดไม่ได้ที่จะไม่ลดใบหน้ามาจูบหน้าผากเจี่ยนอี๋นั่ว
เจี่ยนอี๋นั่วอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะยกมือขึ้นมาแตะที่หน้าผากของตัวเอง : “ช่วยอยู่นิ่งๆหน่อยได้มั้ยคะ”
เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้า ก่อนจะหันหน้าไปมองเจี่ยนอี๋นั่ว เจี่ยนอี๋นั่วมองรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของเหลิ่งเซ่าถิง เธอก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างตะหงิดใจ ก่อนจะถามว่า : “คุณมองอะไรไม่ทราบคะ?”
เหลิ่งเซ่าถิงยิ้มจนตาหรี่เล็ก ก่อนจะพูดว่า : “มองเธอคนสวยไง”
เจี่ยนอี๋นั่วเงยหน้าขึ้นก่อนจะพูดว่า : “คุณก็รู้ด้วยหรอคะว่าฉันสวย? ฉันคิดว่าคุณไม่รู้ซะอีกว่าฉันเป็นคนสวย”
เหลิ่งเซ่าถิงขยับเข้ามาใหล้เจี่ยนอี๋นั่ว ก่อนจะกดจูบลงไปที่ปากของเธอครั้งหนึ่ง พร้อมกับค่อยๆยกยิ้มขึ้นมา : “ฉันจะไม่รู้ได้ไงล่ะว่าเธอคือคนสวย? ในสายตาของฉันเธอคือผู้หญิงที่สวยที่สุด”
เจี่ยนอี๋นั่วยกยิ้มมุมปากพร้อมกับหัวเราะเบาๆ : “คุณนี่นับวันยิ่งพูดเข้าหูฉันนะคะ”
ในขณะที่เจี่ยนอี๋นั่วและเหลิ่งเซ่าถิงกำลังพูดคุยกับอยู่ เจี่ยนซวงก็ตะโกนออกมาจากห้องน้ำว่า : “คุณพ่อหม่าม้า! รีบเข้ามาเร็วๆค่ะ หนูคิดถึงแล้ว! หนูไม่อยากอยู่กับพี่ชายซื่อบื้อนี่แล้วค่ะ!”
เจี่ยนอี๋นั่วผลักเหลิ่งเซ่าถิงออก ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า : “หยุดเลยนะคะ ฉันบอกคุณแล้วนี่คะไม่ต้องเข้าใกล้ฉันแบบนี้ เด็กๆยังอยู่ในห้องนะคะ อย่ามาทำอะไรแบบนี้!”
เหลิ่งเซ่าถิงเอียงหน้ามองเจี่ยนอี๋นั่วก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า : “ก็ได้ รอให้ทำแบบนั้นได้ค่อยมาคุยกันแล้วกัน”
“หึ ต่อไปคงไม่มีวันนั้นแล้วล่ะค่ะ “ เจี่ยนอี๋นั่วกัดริมฝีปสกล่างของตัวเองพร้อมกับใบหน้าที่แดงระเรื่อของเธอ
แต่ถึงแม้หน้าของเธอจะแดงมากๆ เธอก็ไม่ลืมที่จะช่วยพยุงตัวเหลิ่งเซ่าถิงให้ลุกขึ้น ทั้งสองคนเข้าห้องน้ำไปด้วยกัน หลังจากที่เข้าไผในห้องน้ำ เจี่ยนอี๋นั่วก็พบเจี่ยนซวงและลั่วหยางก็นอนอยู่บนเตียงที่เธอใช้ผ้านวมปูแล้ว
ลั่วหยางขมวดคิ้วพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ก่อนจะมองไปที่เจี่ยนอี๋นั่วพร้อมกับขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “คืนนี้เราต้องนอนในนี้ตริงๆหรอครับ? ผมไม่ชอบนอนในห้องน้ำ! ในนี้ทั้งหนาวทั้งชื้น”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วได้ยินที่ลั่วหยางพูดเธอก็ยิ้มออกมาด้วยความประหม่า ก่อนจะรีบพูดขึ้นมา : “เอ่อ.....มันไม่มีทางเลือกแล้วค่ะ ข้างนอกมันไม่ปลอดภัย ในนี้ปลอดภัยกว่า ถ้าหนูหนาวเดี๋ยวหม่าม้าไปเอาผ้าห่มมาให้นะคะ”
“จริงๆเขาหมายความว่าห้องน้ำมันไม่สะอาดค่ะ” เจี่ยนซวงกระพริบตาพร้อมกับพูด : “หนูบอดเขาแล้วว่าห้องน้ำถูกทำความสะอาดแล้ว ห้องน้ำที่นี่สะอาดกว่าบ้านที่เราเคยอยู่อีก บ้านที่เราเคยอยู่ในหมู่บ้านนั้นสิถึงจะเรียกสกปรกของจริง! ห้องน้ำก็ไม่อยู่ในบ้านด้วย”
เจี่ยนซวงพูดออกมาอย่างโอเวอร์พร้อมกับส่ายหน้าไปมา : “แต่หนูก็ผ่านมันมาได้ ไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ที่อารมณ์เสียอยู่นั่นแหละ อี๋ เด็กสมัยนี้นี่ทนทุกข์หน่อยก็ไม่ได้เลย”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วได้ยินเจี่ยนซวงพูดอย่างกับคนแก่สอนเด็ก ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เธอมองเจี่ยนซวงก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า : “โอเคค่ะ หนูน่ะจะรู้เยอะไปแล้ว นอนดีๆเถอะค่ะ”
“ค่ะ หนูน่ะเด็กดีที่สุดแล้ว” เจี่ยนซวงชื่นชมตัวเองพร้อมกับนอนลงไปกับหมอน
ในขณะที่เด็กทั้งสองคนหลับไปแล้ว เจี่ยนอี๋นั่วก็หันมามองเหลิ่งเซ่าถิงก่อนจะพูดว่า : “ฉันนอนตรงกลางนะคะ ตอนกลางคืนถ้าเด็กๆนอนดิ้นจะไปรบกวนเวลานอนของคุณ”
เหลิ่งเซ่าถิงพูดด้วยรอยยิ้ม : ไม่เป็นไร”
เจี่ยนอี๋นั่วรีบส่ายหน้าก่อนจะพูดเสียงต่ำ : “ไม่ได้ค่ะ นอนตามใจไม่ได้ คุณยังบาดเจ็บอยู่นะ ถ้านอนไม่เรื่อยแล้วมันทำให้แผลคุณแย่กว่าเดิมจะทำยังไงคะ?”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดจบ เธอก็หยิบหมอนขึ้นมาวางลงข้างๆหมอนของเธอ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า : “นอนเถอะค่ะ”
เหลิ่งเซ่าถิงพยักหน้าก่อนจะก้มลงไปมองหมอนสองใบนั้นแล้วค่อยๆยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วเห็นว่าเหลิ่งเซ่าถิงล้มตัวลงนอนแล้วเธอก็ลากผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เหลิ่งเซ่าถิงทันที เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองคนนอนด้วยกันจากที่ไม่ได้นอนด้วยกันมานานมากๆ เพียงเจี่ยนอี๋นั่วพลิกตัวมาเธอก็เห็นเหลิ่งเซ่าถิงที่มองเธออยู่
ใบหน้าของเจี่ยนอี๋นั่วแดงขึ้นมาทันที ก่อนจะกระพริบตาปริบๆแล้วพูดขึ้นมาว่า : “คุณมองอะไรคะ? ทำไมสายตาของคุณมันแปลกๆ?”
เหลิ่งเซ่าถิงพูดด้วยรอยยิ้ม : “ก็มองเธอไง”
เจี่ยนอี๋นั่วมองเหลิ่งเซ่าถิงพร้อมกับขมวดคิ้ว : “คุณอย่าคิดอะไรลามกนะคะ ตอนนี้เด็กๆยังอยู่ข้างๆ.....อีกอย่างหลังคุณก็เจ็บอยู่ นอนเถอะค่ะ”
เหลิ่งเซ่าถิงส่ายหน้า แล้วก็โค้งตัวของเขามาก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มว่า : “ไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้ว”
เจี่ยนอี๋นั่วยกมือขึ้นมาวางไว้บนไหล่ของเหลิ่งเซ่าถิง ก่อนจะขมวดคิ้วแล้วพูดว่า : “คุณพลิกตัวไม่สะดวกรึเปล่าคะ? มาค่ะฉันช่วย”
เจี่ยนอี๋นั่วพูดพร้อมกับกอดเหลิ่งเซ่าถิงไปครึ่งตัว เพื่อจะช่วยเขาให้พลิกตัว
ในขณะนั้นเจี่ยนซวงก็ขยับเข้ามสใกล้เจี่ยนอี๋นั่วแล้วพูดว่า : “หม่าม้ากอดแค่คุณพ่อคนเดียวไม่ได้นะคะ ต้องกอดซวงซวงด้วย”
เจี่ยนอี๋นั่วยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็ถูกคำพูดของเจี่ยนซวงมำเอาเธอตกใจ ก่อนใบหน้าของเธอจะแดงระเรื่อแล้วเพิ่มระดับเสียง : “หม่าม้ากอดคุณพ่อที่ไหนคะ?”