ตอนที่ 22
บทที่22 เย่อหยื่งและเย็นชา
October 28, 2026
เจี่ยนอี๋นั่วไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าสักวันนึงเธอจะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวกับผู้ชายคนนึงได้มากขนาดนี้ อาจะเป็นเพราะเหลิ่งเซ่าถิงนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ทำให้เจี่ยนอี๋นั่วที่มีความมั่นใจในตัวเองมาโดยตลอดนั้นรู้สึกว่าตัวเองนั้นต่ำต้อย ก็เลยกลัวเขาเป็นพิเศษ ไม่สิ่ ที่พูดว่ากลัวเขา พูดว่ากลัวการดูถูกของเขาส่ะดีกว่า
เจี่ยนอี๋นั่วค่อยๆผ่อนหายใจออกมาเบาๆ แล้วหลับตาลง จากนั้นก็พยายามกล่อมตัวเองว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น เธอไม่ได้นอนข้างๆเหลิ่งเซ่าถิง เธอก็จะไม่แตะต้องตัวเหลิ่งเซ่าถิงโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำให้เขาดูถูกเยาะเย้ยเธอได้
เจี่ยนอี๋นั่วหวังว่าประสบการณ์ที่เธอได้พบเจอในตอนนี้จะเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น และเมื่อตื่นจากฝัน เธอก็ยังคงเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลเจี่ยน แต่ไม่ใช่เพระาว่าเรื่องเงินเธอถึงยอมรับการผสมเทียม และยอมที่จะเป็นภรรยาของเหลิ่งเซ่าถิงต่อไป
อนาคตจะเป็นยังไง เจี่ยนอี๋นั่วก็ไม่กล้าที่จะนึกคิด เธอเพียงแค่หวังว่าค่ำคืนนี้จะผ่านไปได้โดยเร็ว เจี่ยนอี๋นั่วขดตัวอยู่ตรงมุมอย่างระมัดระวัง ถึงแม้ว่าจะหลับไปแล้ว เจี่ยนอี๋นั่วก็ยังคงหลบหนีสัญชาตญานของเหลิ่งเซ่าถิง และค่อยๆขัยบตัวอย่างช้าตรงขอบเตียง ในขณะที่เธอกำลังจะตกจากเตียงนั้น จู่ๆเหลิ่งเซ่าถิงก็ยื่นมือออกมา แล้วโอบเอวของเจี่ยนอี๋นั่วเอาไว้ จากนั้นก็ดึงเจี่ยนอี๋นั่วเข้ามาในอ้อมกอด
เจี่ยนอี๋นั่วหลับตาและพิงลงตรงอกแกร่งของเหลิ่งเซ่าถิง ลมหายใจอุ่นๆของเธอนั้นรดลงตรงอกแกร่งของเหลิ่งเซ่าถิง มือของเหลิ่งเซ่าถิงนั้นวางลงตรงเอวของเจี่ยนอี๋นั่ว และสัมผัสได้ถึงผิวที่อ่อนนุ่มของเจี่ยนอี๋นั่ว
เอวของเธอบางมาก!
นี่เป็นช่วงเวลาที่ชุดเดรสของเจี่ยนอี๋นั่วหลุดออก เป็นความคิดนึงที่ผุดขึ้นมาในหัวของเหลิ่งเซ่าถิง และก็เป็นความคิดเดียวที่ผุดขึ้นในหัวในตอนนี้ เอวบางขนาดนี้ ราวกับว่าเมื่อเอามือทั้งสองข้างมาชนกันก็สามารถโอบเอาไว้ได้แล้ว เหลิ่งเซ่าถิงอดไม่ได้ที่จะขยับนิ้วมือ และค่อยวัดรอบเอวของเธออย่างช้าๆ
มันบางจริงๆ ผู้หญิงที่มีเอวบางได้ขนาดนี้ ต้องเป็นคนที่ตั้งใจรักษารูปร่างของตัวเองมากแน่ๆ แต่ตอนนี้กลับยอมมีลูกให้เขา?เหลิ่งเซ่าถิงก้มหน้ามองเจี่ยนอี๋นั่ว ดูเหมือนว่าเธอจะเหนื่อยเอามากๆ หลับสนิทขนาดนี้ ยังตอบสนองต่อการสัมผัสของเขา เธอหลับสนิทจนราวกับเป็นแมวน้อย แก้มของเธอนั้นพิงลงตรงอกของเขาอย่างเบาๆ
แต่ผู้หญิงคนนี้ใช้วิธีที่ไร้ยางอายในช่วงเวลาที่เขาลำบากที่สุด กลายมาเป็นแม่ของลูกของเขา?ภรรยาตามสัญญาของเขา?เหลิ่งเซ่าถิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว และเผยใบหน้าที่งงงวยอย่างที่ไม่เคยแสดงออกให้ใครเห็นมาก่อน ภายใต้แสงจันทร์ เขานั้นหรี่ตามองและพิจารณาเจี่ยนอี๋นั่ว ราวกับว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เจอเจี่ยนอี๋นั่วตรงขอบเตียง
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วตื่นขึ้นมา ฟ้าก็สว่างแล้ว เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเธอนั้นยึดพื้นที่ทั้งหมดของเตียงขนาดใหญ่ และเหลิ่งเซ่าถิงก็ไม่ได้อยู่ข้างๆเธอแล้ว!พระเจ้า เมื่อคืนเธอนั้นนอนตรงขอบเตียงนี่หน่า ทำไมไปนอนตรงกลางเตียงได้ล่ะ?เมื่อคืนเธอคงจะไม่ได้ดิ้นไปดิ้นมามากเกินไป จนทำให้เหลิ่งเซ่าถิงโกรธหรอกนะ?
บ้าจริง!รู้อยู่นานแล้วว่าการที่ผู้ชายกับผู้หญิงนอนด้วยกันแบบนี้มันเป็นเรื่องที่เหลวไหล!
เจี่ยนอี๋นั่วรีบลุกขึ้นทันที เมื่อลงจากเตียงก็สวมรองเท้าแตะ เมื่อกำลังสวมรองเท้าแตะนั้น เหลิ่งเซ่าถิงก็เดินออกมาจากห้องน้ำพอดี
เขาเห็นสายตาที่ร้อนรนของเจี่ยนอี๋นั่ว ก็พูดขึ้นว่า:“เดี๋ยวจะมีคนรับใช้เอาอาหารเช้ามาให้ คุณย่าจัดรถเอาไว้ให้เธอแล้ว เบอร์ของคนขับรถวางอยู่บนโต๊ะ เธอไปดูเองสิ่”
“เอ่อ เมื่อคืนฉันไม่ได้รบกวนนายใช่หรอกใช่มั้ย” เจี่ยนอี๋นั่วมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิงและถามขึ้นอย่างระมัดระวัง
เหลิ่งเซ่าถิงเม้มริมฝีปาก และไม่ได้พูดอะไร จากนั้นจึงมองไปที่เจี่ยนอี๋นั่ว และถามขึ้นว่า:“หือ?แล้วเธอคิดว่าตัวเองได้รบกวนฉันหรือเปล่าล่ะ?”
เจี่ยนอี๋นั่วมองสีหน้าท่าทางของเหลิ่งเซ่าถิงเล็กน้อย และก้มหน้าลงอย่างๆช้าพรางพูดหยั่งเชิงขึ้น:“ฉันนอนได้ไม่สะเปะสะปะมากๆ อาจจะไปรบกวนนายก็ได้......ฉัน......”
“รบกวนฉัน?คุณหนูเจี่ยนรู้สึกถึงข้อนี้ด้วย มันไม่สายไปหน่อยหรอ ตอนที่ฉันเป็นเจ้าชายนิทรา เธอก็ควรจะรู้ได้แล้ว ในวันที่ฉันฟื้นขึ้นมา การที่เธอยังอยู่เป็นสิ่งที่รบกวนฉันมากที่สุด” เหลิ่งเซ่าถิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะเย็นชา
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้ว พรางเม้มมุมปากและอยากที่จะอธิบาย แต่กับเหลิ่งเซ่าถิงคนนี้แล้ว คำพูดที่เธออยากจะอธิบายก็กลับพูดไม่ออก ในคดีทั้งหมดนี้ บางทีเหลิ่งเซ่าถิงก็อาจจะเป็นผู้บริษุทธิ์ก็ได้ ตอนที่เขาเป็นเจ้าชายนิทราหลัใหลไม่ได้สติ แต่กลับถูกคนอื่นจัดแจงภรรยามาให้แล้ว แม่ของลุกของเขา หลังจากที่เหลิ่งเซ่าถิงฟื้นขึ้นมา เขาก็ถูกบังคับให้รับเรื่องเหล่านี้ให้ได้ เจี่ยนอี๋นั่วลองคิดว่าถ้าเธอเป็นเหลิ่งเซ่าถิงจะรู้สึกยังไง เธอรู้สึกว่าเธอเองก็คงรัลเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ
“ขอโทษนะ” เจี่ยนอี๋นั่วพูดขึ้นด้วยเสียงเบาๆ
เหลิ่งเซ่าถิงเงยหน้ามองดูเจี่ยนอี๋นั่ว จากนั้นก็พยักหน้าช้า:“เธอก็มีข้อดีอยู่นิ่ อย่างความสามารถในการขอโทษของเธอนั้นดีมาก”
เจี่ยนอี๋นั่วขมวดคิ้วพรางมองไปที่เหลิ่งเซ่าถิง จากนั้นจึงก้มหน้าลง ในใจก็อดที่จะบ่นพึมพัมไม่ได้:เหลิ่งเซ่าถิงนี่เป้นอะไรของเขานะ?ทำไมฉันทำอะไรก็ดูเหมือนไม่เคยทำให้เขาพอใจได้เลย ทั้งๆที่ฉันก็คิดเผื่อเขาตลอดนี่หน่า?เป็นคนที่เข้าถึงได้ยากจริงๆ!ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นบอกว่าเขาเย่อหยิ่งแล้วก็เย็นชา!ช่างเย่อหยิ่ง!เย็นชาจริงๆ!
“คิดอะไรอยู่น่ะ?” เหลิ่งเซ่าถิงที่เห็นเจี่ยนอี๋นั่วที่ก้มหน้าอยู่นั้น ก็ถามขึ้นมาด้วยเสียงทุ้ม
เจี่ยนอี๋นั่วเงยหน้าขึ้นมามองเหลิ่งเซ่าถิง จาหนั้นก็รีบก้มหน้าลงทันที แน่นอนว่าเธอนั้นไม่สามารถพูดคำที่เธอกำลังบนอยู่ในใจออกมาได้ จึงทำได้เพียงพูดพึมพัมว่า:“ฉันกำลังคิดว่า ตอนนี้คนตระกูลเหลิ่งก็รู้เรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับนายแล้ว ถ้าหากเขาพูดเรื่องนี้ออกไป หรือฉันกับพวกเขาบังเอิญเจอกัน แล้วแันควรจะทำยังไงล่ะ?”
“ฉันมีเงื่อนไขแค่กับเธอ ไม่ใช่กับคนอื่น” เหลิ่งเซ่าถิงเดินไปที่ห้องหนังสือ แล้วเปิดโน้ตบุ้คขึ้นมา