ตอนที่ 23
บทที่23 นี่ก็เป็นลูกของฉันเหมือนกัน
October 28, 2026
เจี่ยนอี๋นั่วมองดูฉู่หมิงเซวียน จากนั้นจึงหรี่ตาและหัวเราะขึ้น:“ฉันเคยคบกับนายนั้น เป็นเรื่องที่ทำให้พ่อของฉันรู้สึกอับอายมากที่สุด ฉันไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอื่นที่มันน่าอับอายมากไปกว่านี้แล้ว แล้วอย่าเที่ยวไปป่าวประกาศเรื่องของฉันกับคุณเหลิ่งอีก ฉันคิดว่าข่าวน่าอายแบบนี้ ตระกูลเหลิ่งคงรับรู้ได้ไม่ยาก”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของเธอก็แฝงไปด้วยรอยยิ้มบางๆ เธอไม่ได้โกหกแต่อย่างใด ถ้าหากเขาน่าอับอายของเธอกับเหลิ่งเฉิงอวี๋ถูกเผยแพร่ต่อไป มันจะทำให้ตระกูลเหลิ่งนั้นโกรธขึ้นมาได้ ในเมื่อตอนนี้เหลิ่งเฉิงอวี๋ก็ถือได้ว่าเป็นอารองของเธอ ที่เจี่ยนอี๋นั่วเตือนฉู่หมิงเซวียนไม่ใช่เพื่อที่จะปกป้องชีวิตของเค้า แต่เธอเองก็ไม่ชอบที่จะทำให้คนอื่นยิ่งรู้สึกรังเกียจเธอในเรื่องข่าวฉาวพวกนี้มากขึ้นไปอีก
“เอาล่ะ ไม่ต้องเถียงกันแล้ว ทุกคนก็เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทกันทั้งนั้น ต้องสามัคคีกันไว้สิเถียงกันไปมาให้พนักงานเห็นมันก็ไม่ดีนะ อี๋นั่วเธอก็ควรจะใจกว้างบ้างสิ่ เธอน่ะเป็นผู้หญิงนะ อวดเก่งและบ้าอำนาจแบบนี้ก็ไม่ดีต่อชื่อเสียงของเธอเท่าไหร่ เอาละพวกเธอคืนดีกันได้แล้ว เมื่อก่อนความสัมพันธ์ของพวกเธอก็ออกจะดี ตอนนี้ทะเลาะกันอย่างกับอะไรดี“ ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะและบอกให้คืนดีกันดังขึ้นมาจากพวกผู้ถือหุ้น
เจี่ยนอี๋นั่วมองดูพวกผู้ถือหุ้นแวบหนึ่ง เธอรู้ว่าเขาและฉู่หมิงเซวียนนั้นสนิทสนมกันมาโดยตลอด ตอนนี้ที่เขาบอกให้คืนดีกัน ก็เพื่อที่จะไม่ให้ฉู่หมิงเซวียนนั้นรู้สึกอับอาย ถ้าหากเขานั้นอยากที่จะคืนดีกันจริงๆ ทำไมเมื่อกี้ที่เจี่ยนอี๋นั่วดูถูกฉู่หมิงเซวียน เขาไม่ออกมาพูดอะไรหน่อยล่ะ?ดันออกมาพูดตอนที่ฉู่หมิงเซวียนถูกเจี่ยนอี๋นั่วเตือนซะงั้น?
เจี่ยนอี๋นั่วหัวเราะขึ้น และใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวาน พูดขึ้นอย่างหนักแน่นว่า:“ฉันกับฉู่หมิงเซวียนไม่มีทางที่จะอยู่ร่วมโลกกันได้ตลอดไป ฉันจะไม่มีวันที่จะใจกว้างกับฉู่หมิงเซวียน จากวันนี้เป็นต้นไป มีฉันก็ต้องไม่มีเขา!”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดจบ ผู้คนที่อยู่รอบๆก็สงบลง ทุกคนรู้ว่าเจี่ยนอี๋นั่วนั้นเคยคบหากับฉู่หมิงเซวียนมาก่อน เธอเกลียดฉู่หมิงเซวียนขนาดนี้ ก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจ เจี่ยนอี๋นั่วกวางสายตาไปที่ผู้คนรอบๆ จึงจะเดินออกจากห้องประชุม เมื่อเดินออกจากห้องประชุมได้ไม่นาน โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เจี่ยนอี๋นั่วก้มมองเบอร์โทรศัพท์ที่แสดงขึ้นบนหน้าจอ นี่มันเบอร์คนแปลกหน้านิ่
เจี่ยนอี๋นั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จึงจะรับโทรศัพท์ เมื่อรับโทรศัพท์แล้ว เจี่ยนอี๋นั่วก็ได้ยินเสียงของคุณนายเหลิ่งผ่านสาย:“อี๋นั่ว ที่ฉันโทรหาเธอ ฉันแค่อยากจะบอกเธอว่า อย่าตากฝนเหมือนเมื่อวานอีก เด็กในท้องของเธอน่ะไม่เหมือนกับเด็กอื่นๆ เขาค่อนข้างจะอ่อนแอ ต้องการการดูแลจากเธอเป็นพิเศษ”
เจี่ยนอี๋นั่วรีบเดินไปตรงมุมตึก และพูดเสียงเบาๆว่า:“ท่านวางใจเถอะค่ะ ฉันจะดูแลลูกเป็นอย่างดี จะไม่เกิดเรื่องแบบเมื่อวานขึ้นอีกแน่นอน ท่านสบายใจได้ค่ะ ฉันจะทะนุถนอมเด็กคนเหมือนกัน......”
ในขณะที่เจี่ยนอี๋นั่วพูดอยู่นั้น เธอก็ยกมึกขึ้นมาลูบไปที่ท้องของเธอเบาๆ พรางหัวเราะและพูดขึ้นว่า:“เขาไม่เพียงแต่จะเป็นลูกของตระกูลเหลิ่ง เขายังเป็นลูกคนแรกของฉันอีกด้วย”
คุณนายเหลิ่งหัวเราะขึ้น:“อย่างนั้นก็ดี ฉันนี่ก็เป็นคนแก่แล้วจริงๆ อดไม่ได้ที่จะบ่นจู้จี้จุกจิก เมื่อก่อนฉันเห็นว่าคนแก่คนอื่นๆก็มักจะกวนพวกเด็กอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรืองแต่งงาน การงานหรือว่าเรื่องตั้งท้อง ก็ต้องเข้าไปยุ่งอยู่เสมอ เธออย่าเพิ่งเกลียดคนแก่ๆอย่างฉันเลยนะ”
คุณนายเหลิ่งนั้นก็มีความสามารถแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะเข้ามาก้าวก่ายเรื่องต่างๆในชีวิตของเธอ แต่กลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกรำคาญ เจี่ยนอี๋นั่วเม้มมุมปาก พรางหัวเราะขึ้น:“จะเกลียดได้ยังไงล่ะคะ?วางใจเถอะค่ะ ฉันจะพยายามดูแลลูกให้ดีที่สุด”
“ตัวของเธอเองก็ด้วย ต้องดูแลให้ดี เอาล่ะ เธอทำธุระของเธอต่อเถอะ ฉันไม่รบกวนเธอแล้วล่ะ” เมื่อคุณนายเหลิ่งพูดจบ จึงจะวางสายไป
เจี่ยนอี๋นั่วยิ้มบางๆพรางเก็บโทรศัพท์ เก็บโทรศัพท์ได้ไม่นาน เธอก็ได้ยินเสียงที่เย้นชาของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ:“ที่แท้เธอก็มีลูกกับผู้ชายของตระกูลเหลิ่ง?ตอนนี้ตระกูลเหลิ่งมีผู้ชายอยู่สามคน คนนึงก็ไม่รู้ว่าไปเสเพลอยู่ตรงมุมไหนของโลก คนนึงก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ส่วนอีกคนก็เหลิ่งเฉิงอวี๋ เํธอท้องลูกคนเหลิ่งเฉิงอวี๋?”
เจี่ยนอี๋นั่วหันหลังไปมองฉู่หมิงเซวียนที่อยู่ด้านหลังของเธอ ตอนนี้ข่าวที่เหลิ่งเซ่าถิงฟื้นขึ้นมาแล้วนั้น มีเพียงแค่คนในตระกูลเหลิ่งไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และยังไม่ได้เปิดเผยออกไป ในแวดวงคนรวยก็คงมีคนมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ อย่างฉู่หมิงเซวียนที่เดิมที่ก็เข้าไม่ถึงคนของตระกูลเหลิ่งอยู่แล้วนั้น ก็คงจะตามไม่ทันเป็นธรรมดา เขาไม่มีทางคาดเดาถึงเหลิ่งเซ่าถิงได้อยู่แล้ว และฉู่หมิงเซวียนก็รู้ดีว่าเจี่ยนอี๋นั่วนั้นเป็นคนเย่อหยิ่งมาก คงไม่มีทางที่จะมีลูกให้คนที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราได้อย่างแน่นอน
เจี่ยนอี๋นั่วหรี่ตามองฉู่หมิงเซวียน และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า:“ฉันรู้ว่านายเป็นคนไร้ยางอาย แต่ฉันคิดไม่ถึงว่ามรรยาทขั้นพื้นฐานของนายก็ไม่มี มาแอบฟังคนอื่นคุยโทรศัพท์ ฉู่หมิงเซวียน นายนี่มันไร้ยางอายหน้าด้านที่สุด”
เมื่อเจี่ยนอี๋นั่วพูดจบ จากนั้นจึงเดินผ่านฉู่หมิงเววียนไป ฉู่หมิงเซวียนเอื้อมมือไปดึงข้อมือของเจี่ยนอี๋นั่วเอาไว้ในทันที ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวจนดูน่าเกลียด เขากัดฟันและพูดกับเจี่ยนอี๋นั่วว่า:“ฉันถามเธอว่า เธอท้องลูกของเหลิ่งเฉิงอวี๋ใช่ไหม?”
“ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับนาย!ปล่อยฉันนะ!”เจี่ยนอี๋นั่วขึ้นเสียง
ดวงตาของฉู่หมิงเซวียนแดงก่ำ เขาถลึงตาใส่เจี่ยนอี๋นั่ว และพูดด้วยเสียงทุ้มว่า:“เจี่ยนอี๋นั่ว!เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่?เธอเป็นผู้หญิงที่เย่อหยิ่งมากขนาดไหน แต่ตอนนี้เธอขายตัว!ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไปแบบนี้?”
“เพี๊ยะ!”
เจี่ยนอี๋นั่วสะบัดมือของฉู่หมิงเซวียนออก และตบฉู่หมิงเซวียนอย่างแรง และชี้หน้าฉู่หมิงเซวียนและพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า:“ฉู่หมิงเซวียน นายไม่มีสิทธิ์มาตำหนิฉัน!ตอนที่นายเริ่มให้ร้ายตระกูลเหลิ่ง แล้วก็อยู่กับเฉิงซานซาน นายก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉันอีก ฉันจะเป็นยังไง ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายสักนิด !แต่เพื่อไม่ให้นายพูดอะไรแย่ๆแบบนี้อีก ฉันจะบอกให้ก็ได้ ฉันกับเหลิ่งเฉิงอวี๋ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรแบบที่นายคิด เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขา!”