ตอนที่ 49
เพียงสบตา
October 22, 2026
เมื่อหมอพุฒตาลเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เธออยู่เป็นนานสองนาน เพื่อประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับอาการของมารดาเตชิน เวลานี้คือต้องทำบอลลูนหัวใจอย่างเดียว และผู้สูงอายุจะได้ไม่เจ็บมากคน ป่วยต้องนอนรอประมาณหกชั่วโมงถึงจะเข้าห้องผ่าตัดได้ ระหว่างที่หมอกำลังดูอาการมารดาของพวกเขาอยู่นั้น เตชิตเตชินและนีน่าก็นั่งรออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉิน เตชิตและภรรยาเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากเตชิน เขาไม่รอช้ารีบขับรถมาที่โรงพยาบาลทันที สักพักก็มีพยาบาลเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน
“ใครเป็นญาติของคุณกัลยา จิรายุพาณิชย์คะ” เนื่องจากว่าอยู่หน้าห้องฉุกเฉินมีกันหลายคน พยาบาลจึงเอ่ยถามขึ้น เตชินและเตชิตรีบเดินเข้ามาใกล้ทันที
“แม่ของพวกเราเป็นยังไงบ้างครับคุณพยาบาล”
“ขอเชิญญาติไปพบกับคุณหมอพุฒตาลที่ห้องด้วยค่ะ เดี๋ยวหมอพุฒตาลจะเป็นคนชี้แจงอาการของคุฯกัลยาเอง” เตชิตและนีน่าหันหน้าเข้าหา และสบตากันทันที หมอพุฒตาลที่ว่าใช่ภรรยาของเตชินหรือเปล่า นั่นคือคำถามที่ไม่กล้าเอ่ยออกไป สองสามีภรรยาได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ แล้วไปลุ้นที่ห้องของหมอสาวดีกว่า เตชิตและภรรยาเดินตรงไปยังห้องของหมอพุฒตาลตามที่พยาบาลบอก ในใจก็ลุ้นว่าขอให้เป็นหมอพุฒตาลทีเถอะ โดยมีเตชินเดินตามหลังไปติดๆ ชายหนุ่มไม่พูดไม่จาอะไร เพราะเขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่า หมอพุฒตาลที่พยาบาลบอกมาคือผู้หญิงที่เคยเป็นภรรยาของเขาอย่างแน่นอน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูดังขึ้น ก่อนที่จะมีคนเดินเข้ามา หมอพุฒตาลกำลังก้มดูโทรศัพท์ระหว่างที่ประเมินสถานการณ์คนไข้ เธอได้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะพบกับนีน่าเตชิตและเตชิน
“หมอตาลพี่คิดถึงหมอตาลที่สุดในโลกเลย” นีน่าวิ่งเข้าไปสวมกอดหมอพุฒตาลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ หมอพุฒตาลเองก็รีบลุกขึ้นสวมกอดนีน่าเช่นกัน การกระทำทั้งสองอยู่ภายใต้สายตาของเตชิตเตชิน เตชินไม่กล้าแม้แต่จะสบตามองหน้าหมอสาว เขายังคงโฟกัสสายตาไปที่อื่น แต่ภายในใจลึกๆ แล้วรู้สึกอิจฉานีน่าเหลือเกิน ที่เธอได้เข้าไปสวมกอดหมอพุฒตาลแบบนั้น นีน่าผละอ้อมกอดนั้นออก ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ หมอพุฒตาล ส่วนเตชิตเตชินนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าข้างๆ เตียงผู้ป่วยในห้องตรวจของหมอ
“พี่ขอถามนอกเรื่องแป๊บหนึ่งนะหมอตาล ไปอยู่ที่โน่นเป็นยังไงบ้างตั้งหลายปี” เตชินอยากจะขอบคุณพี่สะใภ้เหลือเกิน คำถามนี้เขาอยากเป็นคนถามเธอด้วยตัวเอง แต่ก็รู้ว่าคงไม่มีโอกาสได้ถาม
“ตาลสบายดีค่ะ หมอต้นดูแลเป็นอย่างดี จนตาลคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิง เขาทำทุกอย่างให้ตาลในช่วงที่ไม่สบายฟื้นฟูร่างกายอยู่ จนตอนนี้หายดีแล้ว เขาก็ยังคงทำอยู่สม่ำเสมอค่ะ” หมอพุฒตาลพูดพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้กับนีน่า คำตอบของหมอสาวมันช่างเหมือนหอกทิ่มแทงลงมาที่ใจของเตชิน เห็นหน้าแต่ไม่สามารถพูดคุยกันได้ ไม่สามารถเข้าไปกอดได้ ไม่สามารถที่จะเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว มันรู้สึกแย่ไปหมดสำหรับเตชินในเวลานี้ เมื่อหมอพุฒตาลพูดถึงชายอื่นอย่างชื่นชม ราวกับเขาเป็นเทพบุตรในใจของเธอก็ไม่ปาน
การเปลี่ยนแปลงของเตชิน หมอสาวสังเกตได้ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ดูสุขุมไม่เหมือนชายเจ้าสำราญเหมือนดังแต่ก่อน ดูเขาไม่รีบร้อน และควบคุมอารมณ์ได้ดี แต่ร่างกายกำยำดูซูบผอมลงไปมาก ถึงกระนั้นความหล่อเหลาก็ยังคงมีให้เห็น แววตาที่ไม่วอกแวก กับใบหน้าที่เรียบเฉย หมอสาวไม่สามารถเดาได้เลยว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่
“ถ้าอย่างนั้นตาลจะขอเข้าเรื่องเลยนะคะ คุณแม่เอ่อ..หมายถึงคุณกัลยา จิรายุพาณิชย์” หมอสาวเผลอตัวเรียกมารดาเตชินว่าแม่ จนทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นมา สายตาของทั้งคู่ได้สบตากันอีกครั้งในรอบห้าปี แม้แค่สบตาไม่กี่วินาที แต่ภายใต้แววตาของคนทั้งคู่มีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่ ที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้เมื่อทุกอย่างมันได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว
“เรียกแม่เถอะหมอตาล ยังไงเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน พวกเราทุกคนยังคิดว่าหมอตาลเป็นคนในครอบครัวเสมอนะ” นีน่ารีบพูดออกมา ส่วนหมอพุฒตาลไม่พูดอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ให้กับนีน่าไป
“เอาล่ะ อาการของคุณกัลยา จะต้องผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจ”