ตอนที่ 1139
ตอนที่ 1139
September 20, 2026
แก่นพลังเทพถูกปลดออก สุดท้ายแล้วทุกอย่างล้วนอนิจจัง
“เดือนหน้ามีมหาสมโภชครั้งยิ่งใหญ่แห่งพระธรรม ข้าอยากพาพวกเขาไปยังแคว้นฟั่นสักครั้ง ช่วงนั้นจะมีพระเถระจากแดนพุทธบังเกิดขึ้น บางทีอาจจะมีหนทางอื่น” ลู่เจาเจาเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“บัดนี้ ข้าผนึกวิญญาณของพวกเขาชั่วคราว เพื่อไม่ให้มันแตกสลาย”
จุยเฟิงผมเผ้ายุ่งเหยิงเอ่ยว่า “บัดนี้แดนเทพยังตามล่าท่าน แดนพระพุทธก็ไม่รู้ว่าจะยื่นมือช่วยเหลือได้หรือไม่”
“วางใจเถิด ข้ามีอวี้โจวอยู่” ลู่เจาเจาโบกมือ เพื่อแสดงให้เห็นว่านางไม่กลัวแม้แต่น้อย
ในคืนนั้น
จู่ ๆ เซี่ยอวี้โจวก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว
“อากาศร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกเหน็บหนาวเหลือเกิน”
“ราวกับถูกภูติผีตามจ้องมอง”
เซี่ยอวี้โจวห่มผ้าแน่น ก่อนจะหลับไป
ในฝัน เขายังฝันถึงการมีภรรยาถึงแปดนาง
คืนก่อนประกาศผลสอบระดับมณฑล ถึงแม้คนตระกูลลู่จะไม่มีใครเอ่ยอะไร
แต่ระหว่างคิ้วของพวกเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความตึงเครียดแฝงอยู่
ลู่หยวนเซียวเม้มปาก จากเด็กชายที่เคยดูอ้วนท้วนและซื่อบื้อ ในเวลานี้กลับนิ่งขรึมขึ้นมา “ท่านแม่ ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร หยวนเซียวก็สอบได้ตามความสามารถแท้จริงของตนเอง”
“ข้าเคยทบทวนข้อสอบกับหยวนเซียวแล้ว เขาเก่งกว่าข้าเสียอีก” ลู่เยี่ยนซูกล่าวชมออกนอกหน้า
เขาเสียเวลาไปหลายปี และไม่ได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมระหว่างนั้น หากจะพูดให้ถูกก็คือ ถึงแม้ว่า เขาจะมีพรสวรรค์ แต่ก็มิอาจเทียบได้กับความรู้ของน้องสามได้
“น้องสามเพียรพยายามเป็นอย่างมาก ทุก ๆ วันเขาจะนอนดึกและตื่นเช้าที่สุด ในตอนกลางคืนยังเห็นเงาของเขาที่หน้าต่าง ในขณะที่เขากำลังทบทวนบทเรียนอย่างขยันขันแข็ง” น้องสามที่ดูเหมือนจะเติบโตไปเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ แต่บัดนี้กลับมีคุณสมบัติของบัณฑิตผู้ยิ่งใหญ่
เขามีระดับความรู้สูงเป็นอย่างมากในหมู่บัณฑิต
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็ก ต่างก็ต้องยกย่องเขา
แม้แต่เด็กสามขวบที่มาถามคำถามเกี่ยวกับการศึกษา เขาก็จะให้คำตอบอย่างจริงจัง
“ใช่ พี่สามขยันที่สุดในบ้าน” ลู่เจาเจายกย่องพี่สามของนางแทบจะตลอดเวลา เพียงเพราะหวังว่าพี่สามจะลดการบ้านให้นาง
หยวนเซียวเม้มปากลงด้วยความเขินอายเล็กน้อย “หยวนเซียวทำได้เพียงต้องขยันเท่านั้น จึงจะสามารถเทียบเท่าพี่ชายและน้องสาวได้”
ที่บอกว่าเขาโง่ที่สุดในบ้าน ไม่ใช่แค่พูดเล่น
เขาจำเป็นต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่น
สิ่งที่พี่ใหญ่ผ่านตาเพียงครั้งเดียวก็สามารถทำความเข้าใจได้ ส่วนเจาเจาก็สามารถจำได้ทันที แต่ตนเองต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะจำใส่สมองได้
อาหารค่ำมื้อนี้ พวกเขาทานกันจนถึงดึก เมื่อหยวนเซียวออกไปแล้ว สวี่สืออวิ๋นจึงกล้าที่จะแสดงความกังวลออกมา
“ข้ากลัวว่าหยวนเซียวจะมองออก และทำให้เขากดดันมากกว่าเดิม” สวี่สืออวิ๋นพูดขึ้นเบา ๆ
“ฮูหยินอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ คุณชายสามพยายามเพียงใดทุกคนรู้ดี ฮูหยินต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” เติงจืออุ้มซ่านซ่านกลับเข้าห้อง