ตอนที่ 1167
ตอนที่ 1167
September 20, 2026
“ต้องก้มหัวให้ข้าอีกสามครั้ง แล้วสารภาพมาว่าตนเองตาต่ำ!”
จนกระทั่งขันทีเขียนสัญญาเดิมพันเสร็จ ฮ่องเต้เป็นพยาน ทั้งสองฝ่ายต่างยิ้มอย่างมั่นใจ
“องค์หญิงเจาหยาง ท่านเจ้าแพ้แน่นอน! ผู้หญิงในทั่วหล้า ไม่มีใครคู่ควรกับความไว้วางใจของท่านขนาดนี้หรอก” ทุกคนในราชสำนักต่างรู้ดีว่าคนทั่วไปคิดอย่างไร
ใครจะส่งลูกสาวไปโรงเรียน? แม้ว่าจะเรียนฟรี แล้วใครจะยินยอม?
คนส่วนใหญ่ เลี้ยงลูกสาวเพื่อสินสอด หรือขายให้เป็นทาสในบ้านคนรวย การไปโรงเรียน หมายถึงการสูญเสียแรงงานคนหนึ่ง ประการแรก การเข้าเรียนของพวกนางถือเป็นปัญหาใหญ่
สำหรับเรื่องการสอบเป็นซิ่วไฉนั้น ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้จริง ๆ เลย
เป็นพันๆ ปีแล้วที่ผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องประดับของผู้ชาย และใช้ชีวิตโดยพึ่งพาผู้ชาย
อยู่บ้านเชื่อฟังพ่อ แต่งงานเชื่อฟังสามี สามีตายก็เชื่อฟังลูกชาย
ผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาผู้ชาย จะสอบซิ่วไฉได้หรือ? ล้อเล่นอะไรกัน!
“มากดลายนิ้วมือกันก่อนเถอะ” ลู่เจาเจาตั้งใจแน่วแน่ที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้กับผู้หญิง จึงไม่อาจประมาท
ลู่เยี่ยนซูและเหล่าท่านลุงหลายคนยืนกอดอก “พวกเราจะไม่เข้าร่วมแล้วล่ะ”
ขุนนางหลายคนส่ายหัว แล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อกดลายนิ้วมือ
“แทนที่จะกังวลเรื่องการรับสตรีเข้าเรียน ทำไมไม่กังวลเรื่องเงินทุนในการสร้างสถานศึกษาเล่า? นี่ไม่ใช่จำนวนเงินเล็กน้อยนะ...”
“เงินที่พวกเราบริจาค จะต้องไม่ถูกนำไปใช้กับสำนักศึกษาสตรีเด็ดขาด!” ขุนนางมองลู่เจาเจาอย่างไม่วางตา
ลู่เจาเจาโบกมือ “เงินสำหรับสร้างสำนักศึกษาสตรี ได้รวบรวมครบแล้ว ไม่ให้ทุกท่านต้องกังวล”
“ถ้าเช่นนั้น เจาเจาจะไม่รบกวนเหล่าท่านลุงทั้งหลายในการปรึกษาหารือเรื่องสำคัญของแคว้นแล้วล่ะ…” พูดจบ ลู่เจาเจาก็วิ่งออกจากประตูท้องพระโรงอย่างร่าเริง
ขุนนางเลิกคิ้วขึ้น “ยังไงนางก็เป็นถึงจักรพรรดินีแห่งแคว้นใต้ หรือว่าจะเป็นแคว้นใต้ที่ออกเงินให้?”
“เป็นไปไม่ได้หรอก เงินตั้งหลายหมื่นตำลึง แคว้นใต้จะเอาออกมาสร้างให้เป่ยเจางั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!”
“ช่างเถอะว่าเงินจะมาจากไหน ยังไงก็ไม่ใช่ข้าที่ให้อยู่แล้ว” ใต้เท้าเจ้ากรมกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
ที่บ้านของเขามีท่านแม่เป็นคนดูแลการเงิน ท่านแม่ดูแลเงินเขาจึงวางใจได้
เมื่อวัน ท่านแม่ยังมาขอเงินเขาสองหมื่นตำลึง บอกว่าจะเอาไปทำการค้าครั้งใหญ่!
ในตอนนี้ ลู่เจาเจาเดินออกจากท้องพระโรงนั้น หันกลับมามองกลุ่มคนที่อยู่ในท้องพระโรง
“ในราชสำนักนี้ จะต้องมีที่สำหรับผู้หญิง!” นางกล่าวพึมพำ
ตอนที่นางไปส่งท่านยายอาหมานข้ามมิติกาลเวลา นางได้เห็นภาพหนึ่งโดยบังเอิญ
เด็กชายเด็กหญิงนั่งเรียนด้วยกันในห้องเรียนที่สว่างไสว เสียงอ่านหนังสือดังก้องกังวานไปไกลแสนไกล
ตอนนั้นในใจของนางรู้สึกสั่นสะเทือนอย่างมาก
เรื่องนี้ยังคงอยู่ในใจนางตลอดเวลา
นางคิดว่า ในชีวิตนี้นางได้เกิดใหม่เป็นผู้หญิงธรรมดา บางทีนางอาจมีภารกิจของตนเอง
เด็กสาวออกจากประตูวัง แล้วขึ้นรถม้าไป
แล้วโบกมือเรียกจิ่นถัง “เจ้ากลับไปแคว้นใต้ ในนามของข้า สร้างสำนักศึกษาสตรี ทุกอย่างทำตามกฎของเป่ยเจา…”