ตอนที่ 1169
ตอนที่ 1169
September 20, 2026
“พวกเขาเป็นพวกเนรคุณ!”
“ตอนที่ท่านสร้างสถานศึกษาให้พวกเขา พวกเขาต่างยกย่องว่าท่านมีคุณธรรมและเมตตา แต่ตอนนี้ท่านจะสร้างสถานศึกษาให้ผู้หญิง พวกเขากลับพูดว่าผู้หญิงไม่สมควรเรียนหนังสือ ทำให้ปราชญ์และสถานศึกษาแปดเปื้อน!”
“พวกเขาคิดจะเอาแต่ได้!!”
ลู่เจาเจาไม่พูดอะไร อุ้มซ่านซ่านแล้วเดินออกไป
เติงจือกระทืบเท้าด้วยความกลัวว่าเจาเจาจะได้ยินคำพูดที่ไม่ดี จึงรีบตามไป
รถม้ามาถึงทางเข้าถนนเซี๋ยงอวิ๋น ก็เข้าไปไม่ได้แล้ว
มองจากระยะไกล ดูเหมือนว่าจะมีบัณฑิตจำนวนมากรวมตัวกันอยู่
พวกบัณฑิตพูดอะไรบางอย่างด้วยความโกรธ เหล่านักเรียนรอบๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“หยุดรถ เดินไปกันเถอะ” ลู่เจาเจาส่งซ่านซ่านให้จู๋มั่ว
จู๋มั่วพาดซ่านซ่านไว้บนบ่า ซ่านซ่านกอดคอเขาไว้แน่น จู๋มั่วเป็นผู้เดินนำทางไป
ผู้หญิงเรียนหนังสือ เป็นเรื่องที่น่าขันที่สุดในโลก!
“พวกนางรู้หรือไม่ว่านักปราชญ์หน้าตาเป็นอย่างไร? รู้จักนักปราชญ์หรือเปล่า?”
“สิ่งที่พวกนางควรเรียนคือการเย็บปักถักร้อย การปรนนิบัติสามีและอบรมสั่งสอนลูกหลาน การอ่านออกเขียนได้เป็นเรื่องของผู้ชาย พวกนางจะไปรู้เรื่องอะไร รู้แต่จะนินทาว่าร้ายชาวบ้าน คุยแต่เรื่องไร้สาระ ถ้าให้ผู้หญิงเข้าเรียน สถานศึกษาคงวุ่นวายปั่นป่วนไปหมด”
“ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าผู้หญิงได้เรียนหนังสือ พวกนางจะยังยอมอยู่แต่เรือนหลังบ้าน คลอดลูกเลี้ยงลูกอีกหรือ? ต่อไปคงวุ่นวายกันไปหมด!”
“องค์หญิงเจาหยางเปิดสถานศึกษาเพื่อผู้หญิง มันเป็นการขัดต่อจริยธรรมของมนุษย์!”
“การเรียนเพื่อสอบเคอจวี่ และเข้าราชสำนัก นั่นเป็นงานของผู้ชาย! ผู้หญิงจะไปรู้อะไร?” ทุกคนเข้าใจดีว่าผู้ชายถูกกำหนดให้เหนือกว่าคนอื่นเพียง เพราะอ่านหนังสือได้!
มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาของตนเองได้ และผู้หญิงสามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการอาศัยผู้ชายเท่านั้น
ยกตัวอย่างเช่นพวกเขา ไม่ว่าผลการสอบจะเป็นอย่างไร ขอเพียงมีสถานะเป็นบัณฑิต ก็สามารถทำให้พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากคนทั้งตระกูล
ทุกวันเมื่อกลับถึงบ้าน แม่ก็จะคอยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
พี่สาวน้องสาวก็ต้องพึ่งพาเขาในการดำรงชีวิต แม้แต่พี่สาวน้องสาวที่แต่งงานออกไปแล้ว ก็ต้องพึ่งพาพี่ชายน้องชายที่ยังอยู่ในบ้านเดิมเพื่อรักษาหน้าตา
หากวันหนึ่ง พวกนางสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเองได้ จะยังยอมอุทิศทั้งชีวิตเพื่อสนับสนุนพวกเขาอยู่อีกหรือ?
“ใช่ ผู้หญิงควรอยู่ในเรือนหลัง การไปเรียนเป็นเรื่องของผู้ชาย!”
“พวกนางเกิดมาก็เพื่อคลอดลูกและเลี้ยงดูลูก!”
“หากพวกนางไปเรียน แล้วใครจะเลี้ยงดูลูกเล่า? ใครจะทำงานบ้าน? ใครจะรับใช้พ่อแม่!” แล้วใครจะสนับสนุนพวกเขา?
“สำนักศึกษาสตรี จะช่วยบำรุงจิตใจของผู้หญิงเท่านั้น ไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย!”
“หรือว่า ฝ่าบาทยังทรงคาดหวังให้พวกนางได้รับชื่อเสียงและทำประโยชน์อีกหรือ?” ขณะที่เขาพูดอยู่นั้น บัณฑิตกลุ่มหนึ่งก็หัวเราะออกมา
“ฮ่าๆๆๆๆ…”
“พวกเราศึกษามาหลายปี ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อยเพื่อที่จะสอบให้ได้ พวกนางคิดว่าจะสอบได้ก็สอบได้ง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?” กลุ่มบัณฑิตผู้ผิดหวังพูดออกมาโดยไม่เกรงกลัวใด ๆ เพราะคิดว่าพวกตนมีจำนวนมาก