ตอนที่ 1203
ตอนที่ 1203
September 20, 2026
จู๋มั่วเป็นผู้นำทางข้างหน้า ส่วนจุยเฟิงก็ถือดาบตามคุ้มกันท้ายขบวน
ดีที่เดินทางอย่างปลอดภัยไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
ตอนที่เดินทางไปถึงช่วงกลางของทะเลทราย มีลมพายุพัดทะเลทรายปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า และดูเหมือนว่าจะมีเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังราง ๆ มาในสายลม...
ลู่เจาเจาจับดาบในมือเอาไว้ ส่วนจู๋มั่วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “ข้าจะไปดูหน่อย...”
ห่างไปไกลๆในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ดูเหมือนจะมีการก่อตัวของทรายดูดเกิดขึ้น รอบ ๆ บริเวณมีทรายถูกดูดลงไปอย่างต่อเนื่อง และก็เห็นไกลๆว่ามีพระหัวโล้นหลายคนกำลังตื่นตระหนกพยายามที่จะตะเกียกตะกายตัวออกมาจากทรายดูด แต่ทว่าที่ด้านล่างดูเหมือนจะมีแรงดูดที่มีพลังมหาศาล ได้แต่มองดูตัวเองถูกดูดลงไปทีละนิดทั้งอย่างนั้น
มีสามเณรน้อยคนหนึ่งแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว
จู๋มั่วบินทะยานไปข้างหน้า และหิ้วคนเหล่านั้นทะยานตัวออกมาจากศูนย์กลางพายุ
พวกพระภิกษุทั้งหลายเหงื่อแตกเต็มไปหมด แต่ในมือก็ยังกำปลาไม้เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
และก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณทุกคน พวกเขาที่รอดชีวิตจากภัยพิบัติมา ในดวงตายังคงแฝงด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปกปิดเอาไว้ได้
“ขอบคุณโยมที่ช่วยชีวิตเอาไว้”
“ท่านพระอาจารย์ทั้งหลายจะไปร่วมงานพระธรรมที่แคว้นฟั่นหรือเจ้าคะ?” ลู่เจาเจาเอ่ยถาม
หนึ่งในพระภิกษุรูปหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะอาวุโสสุดกล่าวขึ้นว่า “ใช่แล้วโยม เพียงแต่โชคไม่ดีบังเอิญมาเจอกับทรายดูดกลืนกินคนเสียก่อน โชคดีที่โยมมาช่วยเหลือเอาไว้” ในโลกมนุษย์ ทุกๆหลายปีจะมีการจัดงานพระธรรมขึ้นมาครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นเวทีให้พระสงฆ์ชั้นสูงจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมสนทนาธรรมและแลกเปลี่ยนความรู้ทางพระพุทธศาสนา
แต่ในร้อยปีจะมีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ขึ้นมาหนึ่งครั้ง มีพระโพธิสัตว์จากแดนพุทธลงมาเทศนากับลูกศิษย์และอบรมสั่งสอนขัดเกลาให้ลูกศิษย์
ข้างหลังเขามีสามเณรน้อยที่หน้าเต็มไปด้วยทราย เขาถุยออกมาหลายคำก่อนเอ่ย “ไม่รู้ว่าทะเลทรายผืนใหญ่แห่งนี้เกิดอะไรขึ้น ปีก่อน ๆ ก็ยังสงบนิ่งมากอยู่เลย ปีนี้ทำไมถึงไม่สงบเช่นนี้”
ราวกับว่ามีพลังที่น่ากลัวบางอย่างพยายามลากพวกเขาไปยังใต้พื้นดิน
ซ่านซ่านนึกถึงฉากที่เห็นเมื่อคืนที่ใต้ทะเลทราย และค่ายกลของเมื่อคืนดูเหมือนว่าจะใช้เลือดในการร่ายคาถาไม่ใช่หรือ?
ซึ่งก็หมายความว่า การบูชายัญจำเป็นต้องสังเวยชีวิต
เขามองพระหลายรูปอย่างเฉยเมย ก้นบึ้งของหัวใจดูสงบนิ่งไม่มีอะไรที่ผิดสังเกตเลย
“ถ้าท่านอาจารย์ไม่รังเกียจสามารถเดินทางไปกับพวกเราได้ พวกเราก็จะไปเมืองเหลียนหวาในแคว้นฟั่นเช่นกัน จะได้ไปส่งพวกท่านด้วย...” ลู่เจาเจาเอ่ยปากเชิญ พระอาจารย์ทั้งหลายก็ไม่ลังเลที่จะกล่าวขอบคุณทันที
ในใจก็แอบประหลาดใจเล็กน้อยกับคนกลุ่มนี้ที่มีอาวุธครบมือ ดูจากรัศมีที่แผ่ออกมาแล้วดูค่อนข้างจะมีฐานะสูงส่งและก็เป็นแม่นางน้อยที่อยู่ตรงกลางที่เหมือนจะเป็นนายที่ใหญ่ที่สุด
ทุกคนไม่กล้าหยุดอยู่ในทะเลทรายนาน พากันรีบออกเดินทางกันต่อ
ยังดีที่ระหว่างการเดินทางไม่มีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น จนกระทั่งเข้าช่วงเย็นที่ปลายขอบฟ้ามีเมฆสีแดงปรากฎขึ้น ถึงจะเห็นประตูเมืองของเมืองเหลียนหวา
สามเณรหลายคนคุกเข่าลงบนพื้นด้วยความเคารพและก้มลงคารวะให้ทันที