ตอนที่ 1211
ตอนที่ 1211
September 20, 2026
แสงอร่ามบท้องฟ้าสาดสองลงมา และแสงสีทองอันเจิดจรัสนั่นก็ส่องสว่างปกคลุมไปทั่วบริเวณ
ทันใดนั้นกลิ่นหอมๆของดอกบัวก็ฟุ้งกระจายเต็มเมือง พอสูดเข้าไปจิตใจก็สดชื่นขึ้นมา แสงสีทองตกลงมาเหนือแท่นบัว และก็มองเห็นเงาราง ๆ ที่ไม่ชัดเจนปรากฎขึ้น
“ขอน้อมรับการเสด็จมาของท่านผู้ทรงศีล”
เหนือแท่นพุทธบูชา มหาปุโรหิตนำสามเณรในเมืองมาต้อนรับด้วยกัน ด้านล่างก็ยังมีพระภิกษุสงฆ์ชั้นสูงนับไม่ถ้วนที่มาจากทุกสารทิศ
การเทศนาดำเนินไปหนึ่งวันหนึ่งคืน
ในช่วงตอนเที่ยงแสงแดดนั้นแยงตาจนแสบตา และพื้นดินที่ตากแดดก็ร้อนระอุ ไอความร้อนสามารถเผาให้ตายเป็นเถ้าธุลีได้เลย
ชาวบ้านจำนวนมากเดินออกมาจากบ้านมา และพวกเขาก็แต่งตัวเรียบง่ายธรรมดาๆ ใบหน้าของพวกเขาออกไปทางซีดเหลืองและสีหน้าก็แสดงถึงความขมขื่นลำเค็ญ บนร่างกายก็มีกลิ่นอ่อน ๆ ของยาติดตัวอยู่
“นานนาน อากาศร้อนเช่นนี้ เจ้าไปนั่งอยู่ใต้ชายคาดีกว่า พ่อกับแม่จะขอร้องอ้อนวอนแทนเจ้าเอง...” คู่สามีภรรยาคู่หนึ่งคุกเข่าลงเท้าเปล่า และเอาหน้าผากแนบกับพื้น พวกเขาคุกเข่าด้วยความเคารพนับถือท่ามกลางไอแดดที่ร้อนแรง
ที่ด้านหลังยังมีคนหนุ่มสาวและผู้เฒ่าคนแก่เป็นจำนวนมาก ซึ่งล้วนแต่มีญาติพี่น้องที่ป่วยและรักษาไม่หายกันทั้งสิ้น พวกเขาจึงลองมาขอให้พระโพธิสัตว์โปรดประทานสายฝนศักดิ์สิทธิ์ลงมา
จนกระทั่งช่วงกลางคืนมาถึง ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ก็ปรากฎสายฟ้าฟาดขึ้นมา
“ฝนศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว รีบเอาหม้อและกะละมังออกมารับเร็วเข้า”
“นานนาน มีทางรอดแล้ว พวกเรามีทางรอดแล้ว”
“ตาแก่ หากเรามีฝนศักดิ์สิทธิ์นี้ เจ้าก็มีทางรอดแล้ว” ฮูหยินเฒ่าที่อายุมากแล้วกำลังถือกะละมังเอาไว้ และปล่อยให้ฝนตกอาบเปียกแก้ม
ฝนตกปรอย ๆ ลงมาอย่างครึกโครม คนป่วยและสมาชิกในครอบครัวพากันคุกเข่าลงบนพื้นและก้มลงกราบอย่างบ้าคลั่ง “ขอบคุณท่านผู้ทรงศีล ขอบคุณท่านผู้ทรงศีล”
แต่ฝนครั้งนี้ตกได้ไม่นานนัก
ปกติฝนศักดิ์สิทธิ์จะตกเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม แต่ครั้งนี้ใช้เวลาเพียงแค่ธูปครึ่งดอกเท่านั้นก็สิ้นสุดลง
ลู่เจาเจาแบมือออก ฝนศักดิ์สิทธิ์หยดหนึ่งก็ตกลงมาในฝ่ามือและไหลลงไป
น้ำฝนนี้มีพลังของพระธรรมแฝงอยู่ ตอนที่ตกลงมาที่ฝ่ามือก็ถูกร่างกายดูดซึมเข้าไปจึงมีฤทธิ์ในการขับไล่ขจัดโรคภัยไข้เจ็บ
แต่พลังดูอ่อนแอมาก
“เกิดอะไรขึ้น? ปีก่อน ๆ ฝนศักดิ์สิทธิ์ตกอย่างน้อยก็ครึ่งชั่วยาม ตอนนี้ทำไมถึงหยุดตกแล้วล่ะ?” ทุกคนกอดกะละมังด้วยความตื่นตระหนก และก็ไม่ลืมที่จะปกป้องหม้อดินตรงปลายเท้าเอาไว้
ชาวบ้านไม่สบายใจและกระวนกระวาย บนถนนที่ทอดยาวเส้นนี้สามารถได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นได้รางๆ
ลู่เจาเจาสูดลมหายใจเข้าลึก และจู๋มั่วก็ขับรถม้าคุ้มกันไปส่ง
ที่นอกวิหารหมื่นพุทธมีสามเณรหลายรูปมาคุกเข่าเรียบร้อยแล้ว
เซี่ยอวี้โจวเดินตามหลังลู่เจาเจาไปด้วยสีหน้าที่ต่อต้านอย่างมาก
“ข้าต้องมีทายาทเพื่อสืบทอดตระกูลต่อ ไม่ต้องมีถึงสิบคนก็ได้ แต่แค่ภรรยาสักคนก็คงต้องมีไม่ใช่หรือ?”
“ถ้าข้าออกบวชทั้งอย่างนี้ ก็ไม่ใช่คนแล้ว?”
“พ่อแม่ที่เลี้ยงดูมาด้วยความยากลำบากยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณเลย”
จุยเฟิงพูดอย่างเงียบ ๆว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับพ่อของเจ้าไม่ใช่ว่าแย่มากหรอกหรือ?”