ตอนที่ 1215
ตอนที่ 1215
September 20, 2026
จุยเฟิงหยุดชะงักฝีเท้าทันที และแววตาก็มีความประหลาดใจเล็กน้อย “เจ้า...รู้สึกซาบซึ้งใจงั้นหรือ?”
จู๋มั่วทำใบหน้าแปลกใจ “ความมั่งคั่งได้มาง่ายๆ แต่ความจริงใจนั้นยากจะหาได้ มิตรภาพที่มีค่าและหาได้ยากเช่นนี้ ย่อมรู้สึกซาบซึ้งอยู่แล้ว”
จุยเฟิงมองเขาแวบหนึ่งเงียบ ๆ
“เจ้าติดคุกนานเกินไปหรือเปล่า ถูกขังจนสมองโง่เขลาไปแล้วงั้นหรือ?”
“ช่างเถอะ ถึงอย่างไรเจ้าก็แต่งงานแล้ว หากอยู่แต่บ้านเป็นเพื่อนภรรยาและคอยสอนลูกๆ ก็ไม่น่าจะมีเรื่องใหญ่โตอันใดเกิดขึ้น สมองไม่ฉลาดก็ออกไปข้างนอกให้มันน้อยๆหน่อยเถอะนะ”
“เจ้านะ อยู่ข้างนอกก็อย่าได้ไปล่วงเกินคนอื่นเยอะ” เฮ้อ สมองของเขาเช่นนี้ แม้แต่ถูกคนหลอกไปขายก็คงไปช่วยนั่งนับเงินด้วยกระมัง
ถึงแม้ในปีนั่นจุยเฟิงถึงแม้จะกลายร่างเป็นสุนัข แต่ก็สามารถเรียนรู้ความเจ้าเล่ห์ของมนุษย์มาได้มากมาย
และนี่ก็คือเหตุผลที่เขาสามารถเป็นราชาปีศาจได้
ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ตัวอื่นพยายามบำเพ็ญเพียรฝึกฝนตน แต่เขากลับไปเรียนรู้กลอุบายหลายร้อยเล่มเกวียนจากโลกมนุษย์
เขาแค่มองก็มองออกแล้ว
หันชวนอยากจะทำลายล้างมนุษย์ และขจัดพลังชั่วร้ายทั้งสามภพต้องรู้สึกขอบคุณเขา อีกทั้งมหาเทพยังไม่กลับมาจากการเผชิญเคราะห์กรรม หากโลกมนุษย์ล่มสลายก็จะต้องตกอยู่ในวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิดไปตลอดกาล ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว
ดังนั้นโลกมนุษย์จึงต้องคิดวิธีรับมือ
ตัวอย่างเช่น...ให้เซี่ยอวี้โจวอยู่ในโลกมนุษย์เพื่อเป็นตัวประกัน
ณ ที่พักของคณะทูต
ลู่เจาเจานั่งอยู่ข้างเตียง และขมวดคิ้วแน่นมองไปที่จงไป๋กับเสียนถิงที่ยังสลบอยู่บนเตียง แม้ว่าซิงหุยกับเซิ่งเหอจะอ่อนแอ แต่บางครั้งก็ยังสามารถตื่นขึ้นมามีสติได้สักพัก
“ตอนที่ข้าเกิดใหม่ในปีนั้น จงไป๋ก็คอยปกป้องและช่วยข้า คอยช่วยปิดบังการมีตัวตนของข้าอยู่บนสวรรค์มาโดยตลอด ตอนที่เกิดเรื่องขึ้น เขาก็เป็นคนที่ได้รับโทษทัณฑ์มากที่สุด“
“ลูกศิษย์ที่ดื้อรั้นในปีนั้น ตอนนี้เติบโตจนสามารถยืนหยัดอย่างเด็ดเดี่ยวได้แล้ว”
ลู่เจาเจาสัมผัสแก้มของลูกศิษย์เบา ๆ และนึกถึงตอนที่เจอกันครั้งแรกอีกครั้ง
“ข้าไม่รู้สึกผิดต่อใครในใต้หล้า แต่อาจารย์รู้สึกผิดต่อพวกเจ้า...” น้ำตาหยดใหญ่ๆไหลลงมาจากหางตา
นางสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าจงไป๋กับเสียนถิงถึงเวลาที่จะต้องไปแล้ว วันนี้พอพลังศักดิ์สิทธิ์ถ่ายเข้าไปก็กระจายหายไปทันที ร่างกายไม่สามารถเก็บพลังเอาไว้ได้แล้ว
ลู่เจาเจาร้องไห้และกระซิบเสียงเบาอยู่ข้างๆเตียง เซี่ยอวี้โจว จู๋มั่วกับจุยเฟิงยื่นนิ่งเงียบอยู่ข้างหลัง อาหมานก็ยกมือลูบอกเป็นครั้งคราว นางรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย
ในใจรู้สึกอึดอัดไม่สบายอย่างมาก
“เมื่อครั้งที่แดนเทพชักชวนให้ข้าไปเข้ารับตำแหน่งขุนนางบนสวรรค์ โชคดีที่ข้าไม่ได้ไป...”
“หากตำแหน่งเทพถูกพังทลาย วิญญาณเทพก็จะแตกสลาย แม้แต่มนุษย์ธรรมดาก็ยังเป็นไม่ได้”
ใบหน้าของจุยเฟิงเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น การดับลงของเทพเจ้า นั่นคือการหายไปตลอดการอย่างแท้จริง
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาในสามโลกจะถูกลบออกไปและถูกกำจัดทิ้งไม่เหลือ