ตอนที่ 3
บทที่ 3
October 31, 2026
อากาศในเดือนสี่ยังคงอบอุ่น
ในที่สุดงานเลี้ยงวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าก็เวียนมาถึง อวิ๋นซือเลือกชุดเครื่องประดับตามฐานะ ชุดกระโปรงตัวยาวสีม่วงอ่อนกับเสื้อคลุมสีขาวสะอาดตา ให้ความรู้สึกเป็นกันเองและไม่เป็นทางการจนเกินไป งดงามสง่า ไม่ขาดและก็ไม่เกินแม้แต่น้อย
แขกส่วนใหญ่เริ่มทยอยเดินทางมาถึงแล้ว ในฐานะฮูหยินใหญ่ หญิงสาวจึงต้องคอยยืนต้อนรับ ระหว่างรอฮูหยินผู้เฒ่ากับสามีมาถึง แน่นอนว่าไม่ใช่งานง่ายเลย ไหนจะต้องคอยดูแลเรื่องอาหารการกิน อีกทั้งยังต้องหมั่นดูความเรียบร้อยของบ่าวไพร่ สลับกับต้อนรับแขกเป็นระยะ อวิ๋นซือวิ่งวุ่นจนร่างกายแทบแยกเป็นส่วนเพราะความเหนื่อย
ทว่า… ไร้เงาคนเป็นสามี
อวิ๋นซือรู้ดีว่าอีกฝ่ายยังมาไม่ถึง เพราะยามเดินมาที่เรือนจัดเลี้ยงต้องผ่านเรือนอนุคนใหม่ นางยังเห็นเงาร่างสองสายที่แทบแยกกันไม่ออกอยู่เลย แต่อย่างที่ทุกคนพูดกัน อนุเจียวผู้มาใหม่คนนี้งดงามอ่อนหวานจับใจนัก คงไม่แปลกหากนายท่านหลันจะใช้เวลากับคนงามอย่างอ้อยอิ่งสักเล็กน้อย
และก็เป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่า ในระหว่างที่อีกฝ่ายกำลังสำเริงสำราญกับอนุที่โปรดปราน คนที่เหนื่อยสายตัวแทบขาดย่อมต้องเป็นนาง อวิ๋นซือถอนหายใจเบาๆ ใบหน้าแย้มยิ้มตามมารยาทอย่างเป็นธรรมชาติ
อย่างที่เคยคิดไว้เลย ตำแหน่งฮูหยินใหญ่นั้นเป็นงานที่หนักอย่างยิ่ง ต้องคอยดูแลทุกเรื่องราวภายในบ้าน ปรนนิบัติรับใช้สามีและมารดาอีกฝ่าย ไหนจะยังมีหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกให้เหล่าสตรีเรือนหลัง ยิ่งพอมีงานเสริมก็ต้องเหนื่อยเป็นเท่าตัวอย่างยามนี้
จนบางทีนางก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าตัวเองกำลังทำงานที่ได้ค่าตอบแทนไม่สมน้ำสมเนื้ออยู่…
ไม่นานเกินรอฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้ามาในงานด้วยการประคองของบุตรชาย เมื่อมาถึงงานใบหน้าชราก็แต้มไปด้วยรอยยิ้ม นางมองแขกส่วนใหญ่ที่เป็นสหายหรือบรรดาญาติห่างๆ แล้วชวนกันเข้าไปนั่งคุย
แม้สกุลหลันจะเป็นสกุลใหญ่ในเมืองหลวง ทว่านายผู้เฒ่าคนก่อนกลับมีหลันชิงเป็นทายาทเพียงคนเดียว อีกทั้งหลันชิงเองก็ยังไม่มีบุตรอีกด้วย จึงไม่แปลกที่บรรดาเมียใหญ่เมียเล็กจะพยายามแข่งขันกันเอาเป็นเอาตาย อวิ๋นซือคิดพลางถอนใจ เมื่อนึกได้ว่าตนก็เป็นฮูหยินใหญ่ของเขาเช่นกัน
อวิ๋นซือมองฮูหยินผู้เฒ่าทักทายผู้คนที่มาอวยพรพร้อมของขวัญอย่างสงบ เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้วจึงเอ่ยถามเพื่อขอความเห็น
“ท่านแม่ อีกเดี๋ยวงานจะเริ่มแล้ว ให้เรียกพวกอนุมาอวยพรก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ เสร็จแล้วจะได้เริ่มงานเลี้ยงต่อ”
เพราะอนุเป็นเพียงเมียที่ไร้ศักดิ์จึงมิเหมาะที่จะอยู่ร่วมงาน อีกทั้งอนุของสามีนางก็เยอะแยะมากมายเกินจะให้พวกนางอยู่ได้ทุกคน จึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงจัดให้พวกนางมาโขกศีรษะก่อนจะแยกย้ายกลับเรือนของตนเอง
เหล่าขบวนอนุเข้าอวยพรและมอบของขวัญตามลำดับก่อนหลังที่มา ก่อนจะตามด้วยฮูหยินรองทั้งสี่ จนมาถึงนางผู้เป็นฮูหยินใหญ่ อนุเจียวที่มาใหม่มีกิริยาท่าทางสมเป็นสาวน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง นางเป็นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมงานได้
ครั้นเห็นว่าถึงคราวอวิ๋นซือต้องมอบของขวัญให้บ้างแล้ว นางก็พลันเอี้ยวหน้ามาทางอวิ๋นซือพร้อมส่งเสียงร้องอ๊ะขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าหลุบตาลงอย่างขวยเขินที่ตนเองเสียมารยาท บุรุษในงานไม่เว้นแม้แต่หลันชิงต่างก็มองอาการหน้าแดงนั้นด้วยความเอ็นดู จากนั้นจึงพากันหันมาจับจ้องอวิ๋นซืออย่างสนใจใคร่รู้
หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ มือรับกล่องไม้สลักลายประณีตจากสาวใช้ ก้าวออกมาด้านหน้าฮูหยินชราแล้วยื่นส่งให้ ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ของผู้คนที่อยู่ในงาน